ปริญญาเอก รุ่นที่ 10 ภาควิชาการบริหารการศึกษา มศว. ประสานมิตร


เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2551 ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศได้รับเชิญบรรยายเรื่อง ทรัพยากรมนุษย์ ให้แก่นักศึกษาปริญญาเอก รุ่นที่ 10 ภาควิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

งานนี้ รศ.ดร.ทัศนา แสวงศักดิ์ อาจารย์ที่ปรึกษารุ่นที่ 10 ร่วมรับฟังด้วย
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ได้บรรยายว่า § การเรียนปริญญาเอกต้องมีปณิธาน § ทรัพยากรมนุษย์เปลี่ยนเป็นทุนมนุษย์แล้ว เพราะต้องมีการลงทุนแบบฉลาด § พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่า ขาดทุนคือกำไร ดังนั้นการเรียนปริญญาเอกต้องทำให้ให้มีคุณภาพ § ทุนมนุษย์ต้องมี passion, creativity และ innovation § ผู้บริหารโรงเรียนต้องบริหารการเรียนรู้ ต้องใฝ่รู้ § การศึกษาไทยควร think global และ act local § มนุษย์เราต้อง create ไม่ใช่รับจ้างทำของ § เด็กไทยมักบ้าสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่แผ่วลงเมื่อเข้ามหาวิทยาลัยไปแล้ว § การบริหารคือการปลูกข้าวและเก็บเกี่ยว นั่นคือการบริหารคน ต้องดูวัฒนธรรมแต่ละแห่งให้ดี ควรทำให้คนมีความกระตือรือล้นทำงานให้เรา § ควรไปดูงานที่ต่างประเทศเพราะทำให้เรียบเรียงความคิดได้ดี § การทำงานเรื่องคนต้องได้รับการสนับสนุนจากเบื้องบนด้วยจึงจะประสบความสำเร็จ § ครูไทยต้องมีวัฒนธรรมการเรียนรู้และต้องสร้างค่านิยมที่ดี § กระทรวงศึกษาธิการต้องเชื่อมโยงกับศศินทร์และสภาหอการค้า § ควรจะสร้างภาวะผู้นำ § ควรมีจิตวิญญาณผู้ประกอบการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการทำงานของเรา § อาจารย์ที่ดีต้องรู้จักพึ่งตนเองและพัฒนาตนเอง § ควรลดแรงจูงใจทางลบเช่น ความขัดแย้ง ความไม่ยุติธรรม การประเมินผลแบบเล่นพรรคเล่นพวก และต้องใส่แรงจูงใจทางบวกให้มากกว่าลบ § การสร้างแรงจูงใจทางบวกโดยผู้บริหารต้องทำให้คนมีความสุขในการทำงานร่วมกันในองค์กร ยกย่องคนในองค์กรให้เท่าเทียมกัน มองมนุษย์อย่างมีศักดิ์ศรี § การบริหารคนต้องปรับให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร § รู้จักโค้ชลูกน้อง ศึกษาเขา อย่าไปสั่งการ ในตอนท้ายศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็น
รศ.ดร.ทัศนา แสวงศักดิ์เป็นผู้แทนมอบของที่ระลึกแก่ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

และถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน

§ ผมสนใจ Competency 5 เรื่องที่อาจารย์จีระสอน
§ ถ้าผู้บริหารเรามี service mind จะสร้างให้เกิดในบุคลากรอย่างไร
§ บางคนมี service mind อยู่แล้ว แต่บางคนยังไม่มี ดังนั้นต้องสร้างความ
ตระหนัก แต่มันก็เป็นเรื่องยากเพราะเป็นจิตวิญญาณ
§ ผู้บริหารที่จบปริญญาเอกควรจะเข้าใจความหลายหลายของมนุษย์จึงเป็นผู้บริหารที่ดีได้
§ ผู้อำนวยการควรสร้างเครือข่ายกับธุรกิจ อบต.และอบจ. และใฝ่รู้ข้ามศาสตร์
§ คณะที่ผมเป็นข้าราชการตำรวจ ก็หวังจะพัฒนานักเรียน
§ ในฐานะที่เป็นนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อยากให้อาจารย์จีระพัฒนาตำรวจให้มี service mind และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้
§ หลักสูตรตำรวจเรียนเกี่ยวกับ Functional Competency มากเกินไป ควร
เรียนการบริหารความเปลี่ยนแปลงด้วย
§ นักบริหารการศึกษาต้องจัดการวิกฤติให้ได้ ที่ใหญ่ที่สุดคือ การล้มละลายทางปัญญา นักศึกษาจบออกมาแล้วไม่มีคุณภาพ ต้องสอนให้พวกเขามีค่านิยมที่ถูกต้อง
§ ควรให้ตำรวจไปสลัมและโรงพยาบาลเพื่อให้เกิดความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์
§ เห็นด้วยกับอาจารย์จีระว่าต้องพัฒนาครูให้มี lifelong learning
§ ควรให้ครูจบเข้มในสายของเขา เช่นครูวิทยาศาสตร์ต้องจบวิทยาศาสตร์มาแล้วมาเรียนต่อด้านการสอนและจิตวิทยา ต้องเน้น content ให้ดี
§ เมื่อเรียนจบปริญญาโทแล้ว ควรมีตำแหน่งรองรับครูที่จบเลย
§ เด็กทุกสายอาชีพมีความตรงต่อเวลาน้อยลง ต้องเน้นเรื่องนี้กับผู้ปกครองไหม แต่ผู้ปกครองก็ให้ครูอบรมเรื่องนี้แก่เด็กแทน
§ ผู้อำนวยการโรงเรียนต้องสร้างแรงจูงใจให้ครูมีส่วนร่วม จะได้ดูแลนักเรียน (ลูกค้า) อย่างต่อเนื่อง
§ ครูก็ทำหน้าที่สอน แต่นักเรียนไม่ได้นำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
§ ครูควรติดตามดูพฤติกรรมไปถึงที่บ้านด้วย
§ ควรมีการวิจัยว่าโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จ ผู้บริหารต้อง follow up, monitoring, feedback และ reporting
§ ครูบางคนต่างคนต่างทำแล้ว share ในกลุ่มตน
§ ยากที่จะให้ครูคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ share กับกลุ่มอื่น
§ ควรเขียนวิทยานิพนธ์เรื่องนี้
§ ควรเน้น work/life balance
§ หัวใจคือการบริหารงาน แต่มาเน้นบริหารคน
§ วิธีการบริหารแบบนี้มันสวนทางนโยบาย การประเมินครู ส่วนบนเขามองด้านวิชาการ แต่โรงเรียนมองการบริหารบุคคล
§ ถูกแล้ว หลักๆต้องดูลูกศิษย์ ประเทศเราต้องมี leadership จัดการความหลากหลาย
§ ครูต้องดูแลศิษย์ ถ้าศิษย์ดี พ่อแม่ก็ดี
§ ต้องยึดมั่นว่าคนได้ประโยชน์จริงๆคือลูกค้า
§ วิชาการต้องรับใช้สังคม
§ ผมมองการเปลี่ยนแปลงความคิด คนเราเป็นอย่างที่คิด คิดแล้วทำ
§ ตอนนี้ มีการสูญเสียทางปัญญา คนเข้าเรียนวิศวะ เรียนจบแล้วไปทำงานธนาคาร เปลี่ยนสายเรียน
§ ทำอย่างไรจึงจะเปลี่ยนความคิดได้เพราะเป็นจุดใหญ่ที่จะทำให้คนพัฒนาขึ้น
§ สิ่งที่ยากที่สุดคือ กรอบความคิด ถ้าถูกปลูกฝังให้ copy ก็ต้อง copy ตลอด
§ ถ้ารู้ว่าอ่อนไอคิว ก็ต้องไม่ประมาท นำเศรษฐกิจและสังคมมาวิเคราะห์ด้วยในการบริหารจัดการ
§ ครูต้องทันเหตุการณ์และรู้จริง
§ การล้มละลายทางปัญญาเสียดแทงการศึกษาเรา
§ การพัฒนาคนและบริหารคน เราพูดและทำแต่ระบบราชการคัดคนออกยาก
§ Empowerment มีวิธีการทำอย่างไร
§ อย่าเครียดกับการล้มละลายทางปัญญา
§ ถ้ามีลูกน้องต้องเริ่มฝึกให้เขาทำงานแทนเรา
§ Empowerment ต้องโค้ชอย่างใกล้ชิด ให้รางวัลเขา สอนเขาให้เสนอความเห้นด้วยความสุภาพต่อนาย
§ ควรมีการวิจัยเรื่องนี้
§ ราชการ empower รองมากเกินไปจึงสกัดกั้นข้อมูล
§ สภาพสังคมและเศรษฐกิจทำให้กระทรวงศึกษาเป็น Command and Control
§ ขอทราบทางแก้ ปัจจุบันทางเขตมีคนจากหลายอาชีพมาเป็นกรรมการจัดการศึกษา แต่เขาไม่ได้รับอำนาจเลย
§ จะพัฒนาคณะบุคคลนี้ให้มีศักยภาพได้อย่างไร
§ ปฏิรูปการศึกษาต้องปฏิรูปวิธีคิดและวิธีทำงาน
§ ผู้นำต้องสร้างคนให้เก่ง
§ ผู้อำนวยการเขตการศึกษาต้องเปลี่ยนโลกทัศน์โดยสร้างความเป็นเลิศให้กับโรงเรียน มี Functional Competency และการเอาชนะอุปสรรค
§ ครั้งแรกที่ได้ยินชื่ออาจารย์จีระ และได้ดู blog ของอาจารย์ ก็สนใจการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์พอสมควร
§ จากการที่ดูผลงานอาจารย์ เราดีใจมากที่ได้พบกับอาจารย์
§ ควรนำความรู้ไปปะทะความจริง เลือกประเด็นที่จะทำต่อ อย่ารู้เยอะเกินไปเพราะจะไม่ได้อะไรเลย
§ ควร leap forward ด้านปัญญาและต้องเชื่อมโยงกับคนที่หลากหลาย
§ ศึกษาศาสตร์เกี่ยวข้องกับเรื่องอื่นๆด้วยเหมือนบริหารธุรกิจ
§ หาคนเก่งให้เจอและเรียนรู้จากเขา
§ ทุนมนุษย์ต้องเริ่มดูแลตั้งแต่เด็ก แต่ระบบเราคิดเชิงธุรกิจมากเกินไป ทำให้เราได้คนที่ไม่ค่อยจะมีความรู้ความสามารถ ทำให้พัฒนาประเทศลำบาก
§ ทุนมนุษย์ของแต่ละคนมีน้อยมากและก็ไม่ค่อยศึกษาเพิ่มเติม เราจะสร้างคนเหล่านี้ได้เหมือนกัน