การติดต่อค้าขายระหว่างอังกฤษกับอินเดีย
การเดินทางรอบโลกสำเร็จของฟรานชิส เดรก ( Sir Francis Drake ) และกองเรืออังกฤษรบชนะกองทัพเรือสเปน ทำให้อังกฤษสนใจเดินเรือทางทะเลมาก ในปี พ.ศ. 2143 อังกฤษได้ตั้งบริษัทอินเดียตะวันออก ( British East India Company ) ทั้งพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 1 , พระเจ้าชาร์ลที่ 2 , พระเจ้าเจมส์ที่ 2 ต่างได้ให้สิทธิพิเศษแก่บริษัทนี้ ทำให้มีอำนาจมากขึ้น และเกิดขัดผลประโยชน์ทางการค้ากับฮอลันดา
ประกอบกับในปี พ.ศ. 2166 เจ้าหน้าที่ฮอลันดาได้จับและสังหารพ่อค้าชาวอังกฤษ 23 คน ที่เกาะแอมบัวนาในหมู่เกาะอินเดียตะวันออก อังกฤษจึงหันมาสนใจอินเดียอย่างจริงจัง
ในปี พ.ศ. 2152 บริษัทส่งกัปตันวิลเลียม ฮอร์กินส์ ( William Hawkins ) มาเจรจาทางการค้ากับอินเดียที่เมืองสุราตแต่ได้รับการขัดขวางจากโปรตุเกส ต่อมาราชวงศ์โมกุลกับโปรตุเกสขัดแย้งกันด้วยโปรตุเกสปล้นเรืออินเดีย อินเดียโจมตีเมืองดามันของโปรตุเกสและอังกฤษเข้าช่วยอินเดีย อังกฤษจึงได้รับความชอบให้ตั้งสถานีการค้าที่เมืองสุราตในปี พ.ศ. 2156 ด้วยเป้าหมายเดียวคือการค้าและราชวงศ์โมกุลเองก็ผูกไมตรีกับอังกฤษเพื่อต้านอำนาจโปรตุเกส ส่งผลให้การค้าสะดวกและทำให้เมืองบอมเบย์ ( Bombay ) มีความเจริญขึ้นมาตามลำดับและได้ขยายสถานีไปยังแคว้นพิหาร แคว้นโอริสา แคว้นเบงกอล จนกลายเป็นสถานีที่สำคัญ
ต่อมาแปรสภาพจากสถานีเป็นป้อมค่ายต่าง ๆ เพื่อป้องกันความไม่สงบในอินเดีย เพราะหลังจากท้ายสมัยพระเจ้าโอรังเซบแล้ว อินเดียไม่มีความมั่นคงทางการเมืองเลย อังกฤษอาศัยช่องทางนี้แทรกแซงทางการเมืองและขยายอำนาจในอินเดียนั้นเอง.