ศีลธรรมกับการเมืองสังคมไทย

ศีลธรรมกับทางออกวิกฤติทางการเมืองและสังคมไทย

บาว นาคร*

คำว่าศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศ อันเป็นมรดกธรรมของหลวงพ่อพุทธทาสที่กล่าวไว้ให้เป็นเครื่องเตือนใจสังคมไทยไว้นานมาแล้วนั้น กำลังปรากฏให้เห็นเป็นสภาพความเป็นจริงที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทยในปัจจุบันนี้อย่างชัดเจนมากขึ้น เป็นดังคำพยากรณ์ที่แม่นยำนั้นหลวงพ่อพุทธทาสได้กล่าวไว้ว่า

โลกกำลังจะวินาศ เพราะศีลธรรมกำลังพ่ายแพ้ ศีลธรรมกำลังพ่ายแพ้ แก่กิเลสของมนุษย์ ผู้ตกอยู่ภายใต้วัตถุนิยม บูชาเศรษฐกิจการเมือง  อำนาจวาสนาความสุขของเนื้อหนัง จนไม่คำนึงถึงศีลธรรมกำลังทุนรอนทั้งสิ้น ใช้เพื่อผลประโยชน์ รสทางวัตถุกำลังผลทางวัตถุ จนยอมให้เสื่อมเสียลงตำตา การต่อสู้แย่งชิง ทั้งบนดิน ใต้ดิน การฆ่าผู้อื่นตาย และ ฆ่าตัวเองตาย อาชญากรรมเต็มบ้านโรคอันน่ารังเกียจเต็มโลก ทำลายธรรมชาติสร้างมลภาวะเพศรส และ เมรัย ยาเสพติดทั้งรู้ๆเยาวชนชายหญิง กำลังหลงทิศทาง กลายเป็นเหยื่อแก่ปีศาจทางเนื้อหนัง เห็นแก่ตัวอย่างไม่มี หิริโอตตัปปะเหลือ สีลธรรมพื้นฐานหายไปหมด ไม่มีการรักบุญ กลัวบาป  มีแต่อร่อยแล้วเป็นดีเครื่องมือสื่อสารทุกอย่าง กำลังส่งเสริมทางให้พ่ายแพ้โดยไม่รู้สึกตัว สีลธรรม เครื่องค้ำจุนมนุษย์ กำลังพ่ายแพ้  กิเลสจึงครองโลก แทนสีลธรรม

            เมื่อย้อนกลับมาเปรียบเทียบกับการเมืองไทยในปัจจุบันที่ลอกเลียนแบบมาจากตะวันตกแบบแยกส่วน ไม่เอาศีลธรรม สังคมไทยจึงวิกฤติ แต่เมื่อเรารับเอาวิธีคิดทางการเมืองการปกครองแบบแยกส่วนและบกพร่องของตะวันตกเข้ามา เราก็มองแต่เรื่องของอำนาจ เราเปลี่ยนแปลงการปกครอง ด้วยการแย่งยื้อยึดครองอำนาจทางด้านการเมือง ก็สนใจเอามาแต่เฉพาะเรื่องของอำนาจ ไม่ได้เอาเรื่องการเป็นแบบอย่างในการประพฤติปฏิบัติตามหลักศีลธรรมมาจากพระองค์ด้วย ไม่ได้เอาแบบแผนหรือจารีตที่เป็นรูปธรรมที่จะเป็นกระบวนการในการบ่มเพาะและพัฒนาคนทางด้านศีลธรรมมาด้วย  รัฐธรรมนูญจึงมีธรรมแต่ชื่อในพยางค์ที่สามเท่านั้น แต่ไม่มีระบบหรือกระบวนการปฏิบัติธรรม สำหรับคนที่เข้ามาใช้รัฐธรรมนูญเลย วิถีของชาวพุทธ วิถีในการปฏิบัติธรรม วิถีวัฒนธรรมประเพณีไทย ถูกชนชั้นปกครองในสมัยที่เปลี่ยนแปลงการปกครองทำตนเป็นปาปมิตรในการถอดถอนวิถีแห่งศีลธรรมออกไปจากระบบการเมืองการปกครองของไทย แล้วพยายามยัดเยียดบีบบังคับวิถีคิด วิถีชีวิต วิถีหายนธรรมตะวันตกเข้ามาแทน  วันหยุดวันโกนวันพระถูกบังคับให้ปรับเปลี่ยนไปเป็นวันอื่น ทำให้ตัดขาดบั่นทอนและทำลายวิถีชีวิตที่เป็นเครื่องมือในการพัฒนามนุษย์ออกไปจากสังคมไทยได้อย่างแทบจะสิ้นเชิง

(ธัมมิกสังคมนิยม จาก http://www.buddhadasa.org/html/articles/1_bdb/dhm_soc.html)

ส่วนคำว่าธัมมิกประชาธิปไตยหลักการหรือแนวทางสำคัญที่หลวงพ่อพุทธทาสท่านได้เมตตาชี้ให้เห็นก็คือ ทำอย่างไรให้การศึกษาที่ทำคนให้เป็นมนุษย์ และเรื่องของศีลธรรม (หรือจะรวมไปถึง วัฒนธรรม ศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณีด้วยยิ่งดี) เข้ามาสู่ระบอบการเมืองการปกครองประเทศ ทั้งทางด้านรัฐบาล รัฐสภา และตุลาการ  ให้ได้ ซึ่งต้องขอฝากไว้กับคณะบุคคลที่จะเข้ามารับภาระรับผิดชอบในการปฏิรูปการเมืองและปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญพิจารณาแนวทางของหลวงพ่อพุทธทาสท่านไว้ด้วย ว่าเรื่องศีลธรรม ไม่ใช่แค่ปล่อยให้ทำกันตามยถากรรม ไม่อยากทำก็ไม่ทำ  แต่ต้องกำหนดว่าเป็น หน้าที่ของคนในระบอบการเมืองการปกครองทุกคนต้องปฏิบัติ

นอกจากนี้ หลวงพ่อพุทธทาสยังได้ให้แนวคิดในเรื่องประชาธิปไตยกับหลักศีลธรรมไว้อย่างน่าสนใจศึกษายิ่งว่า

“ ...ธัมมิกประชาธิปไตย คือเป็นประชาธิปไตยที่ประกอบไปด้วยธรรม ประชาธิปไตย ถ้าว่าประชาชนหรือคนแต่ละคนมันไม่มีศีลธรรมแล้วมันก็วินาศแหละ วินาศในเวลาอันสั้น      ถ้าประชาชนทุกคนไม่มีศีลธรรมแล้วเอามาเป็นใหญ่สำหรับปกครองบ้านเมือง พักเดียวมันก็ทำวินาศหมด เราต้องมีประชาธิปไตยที่ประกอบไปด้วยธรรม เรียกว่า ธัมมิกประชาธิปไตย นี้เกี่ยวกับการปกครอง ธัมมิกสังคมนิยม นั้นมันเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ถ้าธัมมิกประชาธิปไตย นี้มันเกี่ยวกับการปกครอง เอาธรรมะเป็นใหญ่ เอาความถูกต้องเป็นใหญ่ ไม่ใช่ประชาธิปไตยของคนเห็นแก่ตัว เอาคนที่เห็นแก่ตัว เต็มอัดทุก ๆ คน มาเป็นระบบปกครองเป็นประชาธิปไตย มันก็ฆ่ากันตายหมดแหละ ด้วยความต่างคนต่างเห็นแก่ตัว ต่างคนต่างเห็นแก่ตัว ฉะนั้น ประชาธิปไตยต้องจำกัดความให้ดี ๆ ว่าต้องของประชาชนที่มีศีลธรรม เลยต้องใช้คำว่า ธัมมิกประชาธิปไตย มีธรรมเป็นหลัก มีความถูกต้องเป็นหลัก อย่าเห็นแก่ตัว แต่เห็นแก่ธรรมะ เห็นแก่ธรรมะ แล้วก็อย่าเห็นแก่ตัวนี่เรียกว่า มีธรรมะเป็นหลัก มีระบบการปกครองชนิดนี้ แล้วก็จะมีการปกครองสังคม หรือโลกให้มีสันติภาพได้โดยง่าย

(ธัมมิกสังคมนิยม จาก http://www.buddhadasa.org/html/articles/1_bdb/dhm_soc.html)

            จากสถานการณ์สังคมการเมืองไทยในปัจจุบันนั้นทำให้เรามองเห็นถึงความที่ไม่มีศีลธรรมของคนในสังคมและการเมืองไม่ประกอบด้วยธรรมะ และไม่เป็นธัมมิกประชาธิปไตย ดังที่หลวงพ่อพุทธทาสได้กล่าวไว้ จึงทำให้สังคมการเมืองไทยมีความแตกแยก เกิดความขัดแย้งแบ่งเป็นฝ่ายต่างๆ และที่สำคัญได้มีการทะเลาะกันและฆ่ากันเหมือนไม่ใช่คนไทยด้วยกันหรือเพื่อนร่วมโลกด้วยกัน ดังนั้น ปัญหาวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้นทำให้ได้รำลึกนึกถึงคำสอนของหลวงพ่อพุทธทาสที่ได้กล่าวสอนไว้ และทางแก้ไขปัญหาคือทำอย่างไรจะนำศีลธรรมให้กลับคืนมาสู่สังคมไทยเพื่อความสงบเรียบร้อย อยู่เย็นเป็นสุข ไม่มีความแตกแยกหรือความขัดแย้งในสังคมไทยที่สำคัญต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการแก้ไขปัญหาไม่ใช่หวังรอจากรัฐบาลหรือผู้นำเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ต้องเริ่มต้นจากพัฒนาจิตใจหรือความมีศีลธรรมภายในตนเองก่อนจึงจะขยายไปสู่ทุกคนในสังคมได้



* บุญยิ่ง ประทุม. [email protected]