เมื่อกลางเดือนตุลาคม (13-17 ต.ค. 51) ที่ผ่านมา มีโอกาสได้เข้าฝึกอบรมหลักสูตร “International Training Course for Health Care Providers in Treatment and Care for HIV-Positive injecting Drug Users” ที่โรงแรมโรสการ์เด้นท์ สวนสามพราน จ. นครปฐม ซึ่งเป็นหลักสูตรอินเตอร์สำหรับบุคลากรด้านสาธารณสุข ผู้เข้ารับการอบรมส่วนใหญ่เป็นแพทย์ พยาบาล ที่ดูแลผู้ป่วยในกลุ่ม HIV และ HIV-Positive Injecting Drug Users การอบรมอย่างที่ชื่อบอก เมื่อเป็นอินเตอร์การอบรมจึงเป็นภาษาอังกฤษล้วนๆ โอ้โฮ ให้ตายเถอะโรบิน แล้วฉันจะทำไงเนี่ย !! ขอออกตัวเลยว่ากังวลมากเนื่องด้วยภาษาอังกฤษของเราไม่ค่อยแข็งแรง ก่อนไปอบรมได้ข้อมูลมาว่า ไม่เป็นไรเค้ามีเครื่องฟังช่วยแปลให้ แต่พอเอาเข้าจริงผู้เข้ารับการอบรมมีแค่ 20 คน นั่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ไม่มีเครื่องฟังช่วยแปลใดๆทั้งสิ้น อาจารย์ที่สอนเป็น Doctor ที่ทำงานในองค์กรของ WHO และประจำตามประเทศต่างๆ มี 2 ท่านคือ Dr. Mukta Sharma, WHO SEARO และ Dr. David Jacka ซึ่งประจำอยู่ประเทศเวียดนาม การอบรมในวันแรกไม่เครียดอย่างที่คิด (แต่ปวดต้นคอน่าดู เนื่องด้วยเอียงหูฟังเกิน 45 องศา) อาจารย์ทั้ง 2 ท่านเป็นกันเองมาก พูดภาษาอังกฤษฟังเข้าใจง่าย ไม่เร็วเกินไป กระตุ้นให้ผู้เข้ารับการอบรมมี Participation ตลอดเวลา การอบรมในวันแรกจึงผ่านไปด้วยดี พร้อมกับความโล่งอกของผู้เข้ารับการอบรมอีกหลายๆ ท่านที่กังวลเกี่ยวกับการฟังภาษาอังกฤษเหมือนเรา ส่วนการอบรมวันอื่นๆ ก็ไร้ปัญหา ทุกคนดูสนุกสนาน เริ่มพูดไทยคำอังกฤษคำ งานนี้จึงเรียกความมั่นในการฟัง การพูดภาษาอังกฤษของเรากลับมาได้ ส่วนเนื้อหาในการอบรมเน้นให้เรามีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในการให้การบำบัดรักษาผู้ที่ใช้ยาเสพติดชนิดฉีดที่ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งจากการคาดการณ์พบว่ามีผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีดทั่วโลกประมาณ 15.9 ล้านคน โดย 3.4-5.6 ล้านคนอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และปัจจุบันในภูมภาคนี้พบว่า 10% ของผู้ติดเชื้อเอชไอวี รายใหม่มีลักษณะของการใช้เข็มฉีดยาไม่ปลอดภัย ซึ่งจำนวน IDUs (Injecting Drug Users) ที่ติดเชื้อเอชไอวี และมีชีวิตอยู่มีประมาณ 3-4 ล้านคน สารเสพติดหลักที่ใช้มากในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ เฮโรอีน ATS (Amphetamine – type stimulants) ซึ่งพบในเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไทย และลาว ส่วน Buprenophine พบมากในอินเดีย ปากีสถาน และบังคลาเทศ ซึ่งยาตัวนี้จะมีราคาแพงกว่าเฮโรอีน แต่ฤทธิ์ข้างเคียงน้อยกว่า ในเมืองไทยเคยนำมาทดลองใช้ แต่ไม่แพร่หลาย ปัจจุบันไม่มีใช้แล้ว
การดูแลผู้ป่วยในกลุ่ม HIV-Positive injecting Drug Users ในส่วนของการให้ยาเมทาโดนนั้น ควรคำนึงว่าผลของการทานยาต้านไวรัส จะทำให้ประสิทธิภาพของยาเมทาโดนลดลง ซึ่งหมายความว่า ผู้ป่วยจะมีอาการ Withdrawal เร็วขึ้นเมื่อเทียบกับไม่ได้ทานยาต้าน ดังนั้นการให้ยา เมทาโดนแบบ Maintanance อาจารย์แนะนำว่าควรให้ในปริมาณที่ต่ำก่อน แล้วจากนั้นควรเพิ่ม 5-10 mg ทุก 5 วัน โดยในทุก 5วันต้องประเมินว่าผู้ป่วยมีอาการ Withdrawal หรือยังใช้เฮโรอีนอยู่ ถ้ามีก็เพิ่มเมทาโดนให้อีกจนกว่าผู้ป่วยไม่มีอาการ Withdrawal และไม่กลับไปใช้เฮโรอีน แนะนำว่าการเพิ่มขนาดยาไม่ควรเกิน 10 mg ต่อวัน เพราะถ้าเกินกว่านี้อาจมีอันตรายต่อผู้ป่วยได้ โดยการให้ เมทาโดนขนาด 120 mg ต่อวัน เชื่อว่าจะไม่ทำให้ผู้ป่วยคิดถึงเฮโรอีนอีก ในส่วนมารดาที่ตั้งครรภ์นั้น ต้องให้มารดากินเมทาโดนแบบ Maintanance ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะคลอด ไม่ควรให้แบบ Detox เพราะจะทำให้ทารกตายในครรภ์ ซึ่งแม่ที่กินเมทาโดนทารกที่คลอดออกมาจะแข็งแรงกว่า มารดาที่ติดเฮโรอีน ซึ่งทารกมักมีความผิดปกติทางด้านสมอง การดูแลหลังคลอดทารกจะต้องได้รับการรักษาด้วย โดยให้เมทาโดนในขนาด 20 mg ส่วนมารดาเริ่มให้ที่ขนาด 50 mg การปรับเพิ่มหรือลดขึ้นอยู่กับอาการอีกที ในฐานะที่เป็นพยาบาลข้อมูลเหล่านี้ถือว่ามีความสำคัญมากในการนำมาวางแผนให้การพยาบาลผู้ป่วยอย่างถูกต้องและปลอดภัย
คราวนี้ขอจบเนื้อหาลงเพียงเท่านี้ก่อน แต่อย่าเพิ่งตกใจว่าการบรมตั้ง 5 วันเนื้อหามีแค่นี้หรือ ยังไม่หมดคะ อีกเยอะมาก ทั้งเนื้อหาของการรักษา สูตรยาต้าน การให้คำปรึกษา รวมถึงภาวะแทรกซ้อนและโรคร่วม ซึ่งผู้เขียนจะนำมาเสนอในครั้งต่อไป อย่าลืมติดตามอ่านกันนะคะ