สาระสังคมมีความสำคัญต่อตะกอนที่ยั่งยืน

       ระยะนี้ต้องออกไปพบปะเพื่อนครูตามโรงเรียนในโครงการโรงเรียนในฝันโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ยกเว้น อุดรฯ หนองคาย หนองบัวลำภู )และนนทบุรี ปทุมธานี บ่อยๆ จะเป็นทั้งการนิเทศและการประเมินฯ มีคำถามจากสาระสังคมมากมาย ท่านที่ถาม ถามแบบน่ารักและอยากตอบมากก็เห็นจะได้แก่มี เพื่อนครูบอกว่าหลังจากอ่าน เรื่องการเตรียมการประเมินฯแล้วเข้าใจและโดนใจมากทำให้มั่นใจว่าการประเมินเป็นการนำเสนอตะกอนที่ตัวนักเรียนซึ่งเกิดจากการสั่งสมโดยการสอน มาจนมั่นใจแต่สาระสังคมศึกษาก็อยากได้แนวคิดโดยเฉพาะ ดีใจค่ะที่ถามดังนั้นบันทึกหน้านี้เพื่อสาระสังคมศึกษาค่ะ

ขอเสนอแนะเพิ่มเติมสำหรับสาระสังคมศึกษา

                ขอชวนคิดว่า ธรรมชาติของวิชาไม่ใช่ท่องจำ แต่เป็นการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการรักการอ่าน ส่งเสริมการเชื่อมโยงข้อมูลที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์มาก การเข้าถึงข้อมูล เข้าถึงแหล่งข้อมูล ส่งเสริมให้มีผลงานที่มาจากการการคิด  การวิเคราะห์ การวิพากย์ สะท้อนเป็นผลงานที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นงานเขียน  ที่สร้างสรรค์ งานการฝึกความเป็นผู้นำผู้ตามในสังคมและมีกิจกรรมทั้งสร้างความรับผิดชอบ สร้างความตระหนักในในสาระที่เป็นนามธรรม มากมาย(นี่ไม่รวมกับความสามารถการตอบตอบถาม การทำข้อสอบเชิงคิดวิเคราะห์ เชิงความรู้รอบตัวนะคะ)ดังนั้นน่าพบน่าจะเป็นการเรียนรู้โดยโครงงานที่มีให้ความสำคัญต่อกระบวนการเรียนรู้มีผลที่เป็นรูปธรรมเช่น โครงงานประเภทสำรวจ สืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ทั้งบุคคล สถานที่ สิ่งของหรือและจากเอกสารสิ่งพิมพ์ จาก e-book จากInternet นำข้อมูลมาเชื่อมโยงเป็นคำตอบ เป็นผลงาน ของผู้ที่ทำโครงจะมีอย่างไม่ซ้ำกันผลงานจะสะท้อนความสามารถและทักษะนักเรียนเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่มได้ นี้คือตะกอนของนักเรียนโรงเรียนในฝัน สาระสังคมเป็นสาระที่สำคัญมากสร้างเด็กที่มีความสามารถคิดอย่างเชื่อมโยง เป็นเหตุเป็นผล สนใจเหตุการณ์ สนใจชุมชน รักถิ่น รักบ้านเมือง เป็นตะกอนที่จะเห็นการที่บูรณาการได้กับทุกกลุ่ม ภาษาและComputerเป็นเครื่องมือในการสืบค้นและการนำเสนอได้อย่างดีที่สุด Lab ของสาระสังคมกว้างขวางมาก

                 โครงงานเป็นการเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างลึกซึ้งในที่นี้อธิบายคำว่าลึกซึ้งดังนี้ 1.มีคำถามหรือความต้องการที่จะรู้ 2. มีวิธีการเรียนรู้หลายวิธี       3. มีแหล่งเรียนรู้หลายแหล่ง (ไม่ใช่อ่านหนังสือเล่มเดียวแล้วลอกข้อมูล) 4.เมื่อได้ข้อมูลจากวิธีการเรียนและแหล่งเรียนรู้ที่วางแผนไว้แล้วนำข้อมูลมาเชื่อมโยงเป็นคำตอบ  5.ผลงานที่ได้คือคำตอบ ผลงานคือความรู้ของผู้ทำโครงงาน 6.โครงงานเป็นกระบวนการเรียนรู้ ผู้ทำโครงงานดังนั้นผู้ทำโครงงานจะวางแผนที่จะเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นเรากำลังสร้างคนทีชอบอ่าน ชอบค้นคว้าชอบคิด ชอบที่จะเชื่อมโยง สร้างคนที่การเรียนรู้อย่างเข้าใจ สร้างคนให้มีความตระหนักในเรื่องนั้นๆตะกอนที่จะตามมาคือการเรียนรูอย่างเข้าใจและทำความเข้าใจกับคนอื่นได้ฯนี่ไม่หรือที่การเรียนสังคมต้องการเป็น 7.ดังนั้นการนำเสนอโครงงานในวันประเมินจึงควรนำเสนอวิธีเรียนหลายวิธี เอกสารหรือแหล่งเรียนรู่ที่หลากหลาย วิธีการเชื่อมโยงคำตอบ ผลงานจากโครงงานที่หลากหลายแม้นักเรียนจะทำโครงงานเดียวกัน      

     ตัวอย่าง จะเรียนรู้ประวัติศาสตร์จังหวัด ท้องถิ่น โดยโครงงาน ควรวางแผนและบอกได้ว่าแต่ละคนอยากรู้อะไรบ้าง ไปสำรวจหนังสือweb site แหล่งข้อมูลมาก่อน (มีการทำแบบบันทึก บันทึกด้วยนะคะอย่าลืม) นำข้อมูลมาพูดคุย มาวิเคราะห์มาอภิปราย เพื่อกำหนดจุดหรือเรื่อง ที่สนใจ อาจเป็นเรื่องที่ครูเห็นว่าสำคัญและควรสนใจ ทั้งบางเรื่องน่าสนใจ (กระบวนการนี้เป็นการสะสมตะกอน ขอร้องว่าครูกรุณาอย่าปล่อยไปอ่านไปศึกษา โดยไม่ถามหาผลงานเป็นระะยะ) หลังจากนั้นนักเรียนจึงมีเรื่องที่ศึกษาอย่างลึกซึ้งมากมาย (ตามความหมายที่กล่าวถึงข้างต้น) ครูจะคอยถามถึงความก้าวหน้า ถามถึงการสืบหาข้อมูลเป็นระยะ กระตุ้นให้เชื่อมโยงเป็นคำตอบ และสร้างเป็นผลงานเผยแพร่ เช่น บางคนอาจเผยแพร่เป็นบทความ เป็นเรื่องสั้น ทำเป็นบทละคร  แต่งเป็นบทกลอน ออกแบบผลิตภัณฑ์ (คิดต่ออีกเยอะมาก) รวมรวมความข้อคิดต่างๆทำเป็นข้อเตือนใจจากอดีตสู่     ปัจจุบัน ตั้งชมรมคนรักถิ่น(มีผลงานที่สืบเนื่องจากการมีชมรมมากมาย เช่นหนังสือพิมพ์ ประกวดครอบครัวรักถิ่น รักไทยฯ ครอบครัวปรัชญาพอเพียง ฯ)

                 การนำเสนองานโรงเรียนในฝันสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ตลอดจนความสามารถด้าน TCT จึงสามารถนำเสนอการเรียนรู้ วิธีเรียน แหล่งข้อมูลโดยใช้โปรแกรม Powerpoint มีภาพเยอะๆ เป็นการ์ตูน(Annimation)เป็นต้น

                ดิฉันจึงเสนอว่าการนำเสนอต่อไปนี้ควร เป็นผลการเรียนรู้สาระสังคมแบบโดยโครงงาน เช่นการละเล่นพื้นเมือง เพลงพื้นเมือง แหล่งภูมิปัญญา(ขอให้เห็นเรียนรู้ในเชิงวิเคราะห์เช่นควรวงาแผนก่อนว่าจะสะท้อนอะไร มีเหตุผลอย่างไร ?เพราะทุกอย่างล้วนแล้วแต่ดี แสดงการเก็บรักษาทำอย่างไร? ถ้ามีแล้วพบแล้วจะทำตามทำได้ไหม?ถ้าจะถ่ายทอดต่อทำอย่างไร? นำมาต่อยอดกับเราอย่างไร?ไม่น่านำเสนอเพียงแค่ทำตามอย่างเท่านั้น ) ฯลฯ ขอให้เสนอการเรียนรู้แบบโครงงานก่อนจึงแสดง หรือเล่น ผู้แสดง ผู้เล่นควรเล่าได้ บอกได้มีความรู้เรื่องนั้นๆ เพราะจะเป็นการเรียนรู้ตามConcept นักเรียนโรงเรียนในฝัน 

      การนำเสนอการเรียนรู้เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงก็เช่นกันควรเข้าให้ถึงว่าเมื่อพาทำ และรู้แล้วจะนำไปใช้ใช้ครอบครัว ใช้กับตัวเองอย่างไร ?ลดค่าใช้จ่าย หรือวางแผนการใช้จ่ายจากเงินเท่าที่มีอย่างไร? มีอะไรเพิ่มเป็นสิ่งเพิ่มจากการทำตามได้บ้าง การทำการเกษตรก็OK นะคะทำได้และต่อไปอย่างไร? ควรมีกิจกรรมการเรียนรู้ที่ต่อยอดจากทำตามเช่นตัวอย่างที่กล่าวข้างต้น สาระสังคมทำได้ค่ะ (ยินดีแลกเปลี่ยนค่ะและมีต่อค่ะ) 

           รอคำถามจากโรงเรียนที่ขอรับการประเมินค่ะยินดีตอบ