เล่าสู่กันฟัง

          19  สิงหาคม 2551  วันแรกของการเดินทางจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครศรีธรรมราช   มาดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการ  วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่   นี่คือที่มาของ  "ไกลบ้าน"  ซึ่งมีหลายคนบอกฉันว่า  ดวงจะต้องเดินทางตลอด เพราะมีใฝที่เท้าขวา

           เริ่มจากออกจากบ้านครั้งแรก ไปเรียนต่อระดับ  ปวช.วิทยาลัยเกษตรกรรมตรัง ในขณะนั้น พศ. 2521 เป็นเวลา  3 ปี  เรียนต่อ ปวส.  วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครศรีธรรมราชวิทยาเขตเกษตรไสใหญ่  พศ. 2524 เป็นเวลา  2  ปี  หลังจากนั้น ไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ณ สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้  จ.เชียงใหม่  พศ. 2526  อีก  2  ปี  จึงสอบบรรจุเข้ารับราชการครูในสังกัดกรมอาชีวศึกษา  เริ่มบรรจุครั้งแรก ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล เมื่อ พ.ศ. 2530  อยู่  2  ปี  ก่อนย้ายไปวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกำแพงเพชร  พ.ศ. 2532 อยู่ที่นั่น  1  ปี  จึงย้ายกลับบ้าน ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครศรีธรรมราช  ตั้งใจ ณ ตอนนั้นว่าต่อไปนี้จะไม่ย้ายไปใหนอีกแล้ว เพราะรู้สึกเหนื่อยกับการเดินทาง  ขออยู่บ้านที่แสนจะอบอุ่น  แวดล้อมด้วย พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย พี่ น้อง หลาน ๆ และญาติ ๆ มากมาย  มีสามีอยู่เคียงข้างไม่เดือดร้อนใจ  สถานที่ทำงานใกล้บ้านมากที่สุดที่เลือกได้ ห่างจากบ้านประมาณ  20  กิโลเมตร มีบ้านพักในที่ทำงาน  มีบ้านเป็นของตนเองในอาณาจักรที่อบอวลไปด้วยความรักและเอาใจใส่ซึ่งกันและกันของญาติพี่น้องทุกคน  แต่แล้วเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่งด้วยโชคชะตาที่จะต้องไกลบ้านอีกครั้ง ฉันมีความคิดที่จะเรียนต่อปริญญาโท  ในสาขาที่ท้าทายความสามารถ  คือ Food Since ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  บางเขน  และสอบได้สมดังความตั้งใจ  ใช้เวลาเรียนเต็มเวลา  3  ปี และกลับไปทำรูปเล่มวิทยานิพนธ์อีก 2 ปี  5 ปีเต็ม ๆ สำหรับปริญญาโท  ระหว่างที่เรียนแวะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ  กลับมาปฏิบัติงานอีกครั้ง เพื่อน ๆ ก็รับเงินเดือนทิ้งห่างไปไกลมากแล้ว  แต่ไม่เป็นไรเราไม่มีลูก  อย่างน้อยจบแล้วกลับมาทำงานที่เดิมที่มีทุกอย่างพร้อมคอยอยู่  กลับมาทำงานอย่างมีความสุขอีกครั้ง  คราวนี้คงไม่ไปใหนไกล ๆ อีกแล้ว  1  ปีผ่านไป  สามีก็ไปเรียนต่อ  ปริญญาโทสาขาบริหารการศึกษา มหวิทยาลัยรามคำแหง สาขานครศรีธรรมราช อีกครั้ง โดยไปเรียนในตอนเย็นวันทำงาน  สามีใช้เวลาเรียน  2  ปี  จบมา ตั้งใจว่าเรา  2  คนจะไม่เรียนอีกแล้วจะตั้งใจทำงาน  และปักหลักอยู่ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครศรีธรรมราชจนปลดเกษียณ  และแล้ว  ก็เจอของใหม่  เมื่อมีหลักสูตร ป.บัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา และมีทุนงบประมาณแผ่นดิน  เรียนควบคู่ทุนคุรุสภา จึงไปสอบเรียนต่ออีกครั้งที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช  เป็นเวลา  1  ปี เรียนในวันหยุด เสาร์ - อาทิตย์  ตั้งใจว่าจะไปเรียนเพื่อนำมาใช้เป็นประสบการณ์ชีวิตในการทำงาน  และเพื่อพัฒนางานในหน้าที่ให้ดีที่สุด  และเพื่อให้เข้าใจผู้บริหารในองค์กรให้มากขึ้น  แต่แล้วเมื่อเรียนจบก็มีเหตุให้ต้องเดินทางไกลอีกครั้งเมื่อทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งสังกัดอยู่ เปิดสอบ รอง ผอ. เป็นรุ่นที่  2  ในทันทีที่จบ  จึงลองสมัครสอบดู  และแล้วโชคชะตาพาให้เดินทางไกลอีกครั้ง  เมื่อปรากฏว่าสอบได้  และเมื่อเลือกลงตำแหน่ง จึงเลือกลงที่  วษท.เชียงใหม่ ที่ใคร ๆ ก็คิดว่า  ทำไมต้องมาไกลขนาดนั้น  และแล้วเมื่อปฏิบัติหน้าที่ได้ 9 เดือนพอดี รองผูอำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราชสอบขึ้นตำแหน่งผู้อำนวยการได้ การเดินทางใหม่ของดิฉันเริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อขอย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ใหม่ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราชและได้ย้ายไป โดยตอนแรกคิดว่าจะได้ไป 2 คน สามีจะย้ายไปด้วยในคำสั่งเดียวกัน ปรากฏว่าได้ย้ายคนเดียว สามีอยู่ที่เดิม คือ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลำพูน  หลังจากไปปฏิบัติหน้าที่ที่นครศรีธรรมราช พบอุปสรรคมากมาย เช่น การไปอยู่คนเดียว  คุณตาป่วยหนักต้องคอยดูแลเอาใจใส่ทุกสัปดาห์จะต้องซื้ออาหารเหลวจากโรงพยาบาลมหาราชไปให้คุณตาที่บ้าน หลังจากนั้นไม่นานคุณตาป่วยหนักต้องเข้าโรงพยาบาลมหาราชนครศรีฯ ทุกตอนเย็นหลังจากเลิกงาน 18.30 น.จะกลับบ้านไปอาบนี้เปลี่ยนเสื้อผ้าและกลับมานอนเฝ้าคุณตาหน้าห้อง ICU เช้ากลับไปแต่งตัวไปทำงาน 6.30 น.ต้องรีบออกจากบ้าน  จนคุณตาเสีย ต้องลางานจัดงานศพเป็นครั้งแรก และหลังจากนั้นไม่นานน้องสาวก็เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต ต้องลางานมาจัดงานศพที่บ้านอีกครั้ง ประกอบกับอยู่ห่างไกลสามีมากจะเดินทางไปหากันแต่ละครั้งต้องใช้เวลามากและต้องเดินทางโดยเครื่องบินเท่านั้น บางครั้งมีความจำเป็นต้องลางาน จึงมีความรู้สึกว่าเริ่มจะปฏิบัติหน้าที่ไม่เต็มที่ ประกอบกับปริมาณงานในวิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราชมีมากและต้องทำอย่างต่อเนื่องจึงรู้สึกเหมือนทำงานไม่เต็มที่ และวัฒนธรรมในการทำงานที่แตกต่างจากที่เดิมมาก เนื่องจากไปจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีที่เพื่อนร่วมงานทุกคนมีความเอื้ออาทรให้แก่กัน อยู่กันแบบครอบครัว เมื่อไปอยูวิทยาลัยอาชีวศึกษาในเมือง ความเป็นอยู่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง  เลยตัดสินใจขอย้ายกลับไปปฏิบัติงานภาคเหนืออีกครั้ง ติดตามสามีไปเพื่อได้อยู่ใกล้กัน ไปมาหาสู่กันได้บ้าง เมื่อวันที่  29 มกราคม 2553 มีคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ รองผู้อำนวยการวิทยาลัย ที่วิทยาลัยการอาชีพเทิง จังหวัดเชียงราย วันที่ 5 กุมภาพันธ์  2553 จึงเดินทางอีกครั้ง ขณะนี้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพเทิง จ.เชียงราย