แรงบันดาลใจของบันทึกนี้ มาจากโฆษณาของไทยประกันชีวิตค่ะ...
ทุกท่านคงเคยดูโฆษณา ชิ้นนี้มาแล้ว ที่ผู้หญิงคนหนึ่งรู้ว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็ง และอาจจะมีชีวิตอยู่ได้เพียงแค่ อีก 2 ปีเท่านั้น...
ถ้าเป็นเรา เราจะทำยังไง...
......เคยคิดไหมว่าหากเรารู้ว่าเราจะตายภายในระยะเวลาหนึ่ง อันใกล้ เราอยากจะทำอะไร
....บางคนอาจจะอยากใช้ชีวิตที่เหลือ อยู่กับคนที่เรารัก ครอบครัว พ่อ แม่ ลูก
....บ้าง...ก็อาจจะอยากทำงานที่ตนเองรัก ให้เต็มที่ และดีที่สุด เพื่อสังคม
.....ฯลฯ...เหตุผล คงแตกต่างกันมากมาย เพราะแต่ละคน มีเป้าหมาย และวิถีชีวิตที่ไม่เหมือนกัน
แต่สิ่งหนึ่งที่มะนาวหวานได้จาก โฆษณา เรื่องนี้...
...ก็คือ....การเสียสละ... เมื่อผู้หญิงคนนี้ เธอรู้ว่ามีเวลาจำกัด และเธอยังมีชีวิตน้อยๆ อีกมากมายที่เธอยัง"ห่วง"...
ทางเดียวที่ทำได้ คือการที่เธอต้องใช้ความพยายาม และต่อสู้กับโรคร้าย ที่สุมในตัวเธอ..เพื่อเด็กๆ
แม้ไม่ใช่ลูก หรือเลือดเนื้อเชื้อไข แต่เธอ รัก และผูกพันธ์
เด็กน้อยเหล่านั้น...อาจจะต้องเติบโต และเรียนรู้กับสิ่งรอบตัวอีกมากมาย แต่เธอ ก็คงทำหน้าที่ ผู้ปกครองที่ดี ได้เพียงไม่นาน...ก่อนจะจากไป..
เธอเพียงอยากสอนให้เด็กๆ รู้ว่า...ชีวิตที่มีความสุข มิได้ขึ้นอยู่กับว่า..เราต้องร่ำรวย หรือ มีเกียรติยศ ชื่อเสียง สำคัญที่เราต้องทำให้ตนเอง"มีคุณค่า"และการทำให้คนอื่นมีคุณค่าด้วย แหม กินใจค่ะ...แต่ดูลึกๆ นานๆ นะคะ คำๆนี้มีความหมายมากๆ เลยเชียวค่ะ
ขอบคุณครีเอทีฟ ที่ช่างสรรหาคำที่ดี และเรื่องราว ที่ดีๆ เป็นตัวอยางดีๆ ให้สังคมเราในยุคที่ "เขียมน้ำใจ" แหมะ...."เขียม" ตามความหมาย ก็ คือ หายากนั่นล่ะค่ะคุณขาาา...
มะนาวหวาน รู้สึก เหมือนได้กลับมา นึกถึงตัวเอง ว่า ที่ผ่านมา เราสร้างคุณค่ให้ตัวเองมากแค่ไหน แล้วเราควรจะทำคุณค่าให้เกิดได้ยังไง เพื่อคนรอบข้าง และสังคม ก่อนที่จะ"หมดลมหายใจ"
คุณล่ะคะ....เคยคิดบ้างไหมว่่า จะสร้างคุณค่า และสร้างสิ่งดีๆ เพื่อสังคมและคนรอบข้าง ได้อย่างไร และ หากวันพรุ่งนี้ เราอาจจะไม่มีโอกาสได้ทำ "คุณค่าให้เกิด ต่อคนรอบข้างและสังคม ...อีกต่อไป"

สวัสดีครับ
เป็นงานโฆษณาที่ดีมากๆชิ้นหนึ่งเลยครับ ดูแล้วซึ้งกินใจดีครับ "มีคุณค่า"
และที่สำคัญเพิ่งทราบความหมายของคำว่าเขียมครับ เป็นคำที่คุณยายท่านหนึ่งพูดถึงกระผมว่าเป็นคนที่เขียมใช้ได้ ตอนแรกคิดว่าเป็นคนที่ใช้จ่ายอย่างประหยัด ที่ไหนได้ความหมายลึกกว่าที่คิดครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณคุณMaxi~Natadee ว่าที่ ร.ต.วุฒิชัยค่ะ
เขียมเรื่องการใช้จ่ายนั้น..เขียมได้ แค่อย่าเขียมน้ำใจก็ดีเหลือเกินแล้วค่ะ..
เพราะ.."น้ำใจ" เดี๋ยวนี้ หายาก ยิ่งกว่าทองซะอีกค่ะ
อาจจะเพราะเราต่าง "ระแวง" และ "คิดมาก" กับการ "ให้" มากเกินไป ...หรือเปล่าคะ?
ครับ เรื่องน้ำใจ กับคนไทย ไม่น่าเชื่อว่าจะหายาก นะครับ เพราะผมก็ยังเห็นบ่อยๆ ไม่ว่ากับตนเองหรือกับคนรู้จัก น่ารักดีครับ
แต่สาเหตุที่ทำให้น้ำใจหายากขึ้น อาจเกิดจากระแวงและคิดมากนั้นเป็นไปได้ครับ หรือเพราะโลกร้อน น้ำระเหยไปมาก อิอิ เลยเหลือแต่ใจเหยี่ยว(สังคมที่ทำแต่งานเพื่อเงินไม่ได้ทำเพื่อความสุข)ประมาณนั้นหรือเปล่าครับ
ที่เขาว่า นานาจิตตัง นั่นน่าจะจริงค่ะ
เพราะเราหลากคน ก็หลากความคิด
สิ่งที่เหมือน ก็คือ การอยากได้ อยากมี เลยเกิดการแก่งแย่งกัน
หากสิ่งที่เหมือน คือ การอยากให้ล่ะ....น่าจะดีนะคะ
คิดเล่นๆก็พอค่ะ..เพราะความเป็นจริง...เป็นไปบ่ได้เจ้า....