ดิฉันได้ย้ายมาทำการสอนที่โรงเรียนบ้านโนนสูงหนองสวรรค์ เมื่อเดือนมิถุนายน 2551 ได้รับมอบหมายให้ทำการสอนชั้นอนุบาล 2 จำนวน 14 คน นักเรียนส่วนใหญ่พูดภาษากลางไม่ได้ มักพูดภาษาถิ่นกับครู ถึงแม้ครูจะทักทายเด็กเป็นภาษาไทยกลาง แต่เด็กก็ตอบมาด้วยภาษาถิ่นเสมอ พอดิฉันบอกว่าให้พูดภาษากลางกับพ่อครูแม่ครูนะคะ เด็กบางคนก็ยิ้มแห้งๆ บางคนก็ไม่พูดเลย บางคนก็เดินหนีไปเฉย ๆ ดิฉันก็เลยคิดว่าควรเริ่มฝึกเด็กตั้งแต่เล็กๆ ให้พูดภาษากลางให้คล่อง แล้วจะติดตัวนักเรียนกลายเปฌ็นความเคยชินในที่สุด เด็กก็จะได้ไม่เคอะเขินกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเอง ดิฉันจึงเริ่มฝึกเด็กชั้นอนุบาล 2 ที่ดิฉันรับผิดชอบอยู่ ด้วยการพูดกับเด็กเป็นภาษากลางทุกครั้ง ทุกวัน และบอกกับเด็กว่าต่อไปนี้ให้นักเรียนพูดกับพ่อครูแม่ครูด้วยภาษากลางทุกครั้งนะคะ เวลามีแขกมาเยี่มโรงเรียนเราก็ให้พูดภาษากลางกับท่าน ตอนแรกเด็กไม่กล้าพูด ดิฉันก็คอยแนะนำว่าถ้าหนูไม่ฝึกพูดหนูก็จะพูดไม่เป็น พูดออกมาเถอะผิดไม่เป็นไรแม่ครูจะแก้ไขให้เอง เด็กก็จะกล้าพูด แต่ภาษาสำเนียงยังไม่ถูกครูก็จะคอยชี้แนะ ให้เด็กพูดใหม่ตามครู เช่น เด็กมาฟ้องครูว่า "แม่ครูครับคุณไม้เมืองซุกผมครับ" ครูก็บอกกับเด็กว่า "พูดตามแม่ครูใหม่นะคะ คุณไม้เมืองผลักผมครับ" เด็กก็จะพูดตาม ดิฉันจะย้ำกับเด็กว่า คำว่า ซุก เป็นภาถิ่นบ้านเรานะคะ แต่เวลาหนูจะพูดเป็นภากลาง จะต้องใช้คำว่า ผลัก จำไว้นะลูก แล้วดิฉันถึงจะมาแก้ปัญหาเรื่องที่เด็กมาฟ้อง ทำเช่นนี้เรื่อยทุกครั้งที่เด็กพูดผิดจะคอยแก้ไขตลอด จนเดี๋ยวนี้ นักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนบ้านโนนสูงหนองสวรรค์ สามารถพูดภาษากลางได้ในระดับหนึ่งประมาณ 75 %
แต่ยังมีเด็กบางคนที่ใช้ภาษาและสำเนียงยังไม่ถูกต้อง