"พ่อ แม่สอนผมให้ใช้ชีวิตอยู่ในท้องนาตอนที่ยังเรียนอยู่ถึงในระดับมัธยมต้น และบอกเสมอว่ากว่าจะเป็นข้าวให้เรากินนั้นผ่านอะไรมาบ้าง"

วันที่ 13 และ 14 พฤศจิกายน 2551 ผมเดินทางจากอุบลราชธานีเพื่อไปร่วมกระบวนการเรียนรู้และนำพาการเรียนรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลในจังหวัดยโสธร ตอนเย็นเดินทางกลับมาพักที่อุบลราชธานี (วันแรกกลับมาส่งอาจารย์วราภรณ์ เช้าวันที่สองมารับอาจารย์นัยนา เพื่อมาช่วยกันสร้างกระบวนการเรียนรู้) สองข้างทางผ่านทุ่งนาเป็นระยะ เห็นชาวนากำลังเกี่ยวข้าวตั้งแต่คน สองคนสามคน จนเห็นหลายสิบคนผมคิดว่าเป็นการลงแขกเกี่ยวข้าวกัน เป็นแถวหน้ากระดานการเกี่ยวๆแบบพันกำที่เกี่ยวเต็มกำมือแล้วก็เอาต้นข้าวพันกันไว้เป็นกำๆ (ทางบ้านผมจะเกี่ยวเป็นแบบวางรายที่จะต้องมาหอบทำเป็นฟ่อน) บางช่วงก็เห็นรถเกี่ยวข้าวที่เป็นเทคโนโลยี่ ที่ให้ชาวนาที่เกี่ยวข้าวพร้อมนวดไปพร้อมๆกัน (นวดเป็นการแยกเอาเมล็ดออกจากต้นข้าวที่เกี่ยวมา เราเรียกต้นข้าวนั้นว่าฟางข้าว ที่จริงมีแกลบและละอองข้าวปลิวออกมาพร้อมกับฟางข้าวด้วย) ทำให้นึกถึงช่วงวัยเด็กที่อยู่ในท้องนาแบบนี้ที่ฉะเชิงเทรา อำเภอพนมสารคาม พ่อ แม่สอนผมให้ใช้ชีวิตอยู่ในท้องนาตอนที่ยังเรียนอยู่จนถึงในระดับมัธยมต้น และบอกเสมอว่ากว่าจะเป็นข้าวให้เรากินนั้นผ่านอะไรมาบ้าง ผมจึงเอาผลผลิตสุดท้ายของข้าวมาเป็นชื่อเรื่อง ข้าวสวยมาเขียนเล่าเพื่อที่จะสื่อบอกผู้คนให้เห็นที่มา พร้อมคุณค่าของข้าว  แบ่งเป็นตอนๆนะครับ ขอความเห็นด้วยครับหากตรงไหนความหมายผิดเพี้ยนไป