...

ภาพจากสำนักข่าว BBC > [ BBC ]

  • ภาพคุณเซลดา ฮานเซน คนไข้วัณโรคถูกกักกันตลอดชีวิต

...

ภาพจากวิกิพีเดีย > [ Wikipedia ]

  • ภาพแผนที่ประเทศอาฟริกาใต้ ซึ่งประชากรประมาณ 79.5% เป็นคนผิวดำ (อาฟริกัน)

...

เป็นที่ทราบกันดีว่า การควบคุมคนไข้วัณโรคประเภท "ดื้อยาแทบทุกตัวในโลก (XDR)" ให้รับยากิน ยาฉีดต่อเนื่องจนหาย หรือควบคุมให้การแพร่เชื้อลดลงทำได้ยากมากๆ

ทว่า... อาฟริกาใต้ซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจด้านคนไข้วัณโรค คือ มีคนเป็นวัณโรคชุกชุมที่สุดในโลกใช้วิธีกักกันคนไข้ตลอดชีวิต โดยทำห้องแยกพร้อมรั้วลวดหนามให้เป็นพิเศษ

...

ตอนนี้คุณฮานเซนถูกกักกันมาเกือบ 2 ปีแล้ว และยังไม่มีกำหนด "ปล่อย" ออกไปจากสถานกักกันแห่งนี้

ทุกปีมีคนได้รับเชื้อวัณโรคใหม่ประมาณปีละ 9 ล้านคน 90% ของคนเหล่านี้อยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนา หรือมีฐานะค่อนไปทางยากจน

...

 

ภาพจากสำนักข่าว BBC > [ BBC ]

  • ภาพหอผู้ป่วย "ซันชายน์ (Sunshine = แสงแดด)" พร้อมรั้วลวดหนามคุมเข้ม

...

ภาพจากสำนักข่าว BBC > [ BBC ]

  • ภาพลูกชายคุณฮานเซน... เวลาไปเยี่ยมแม่ต้องสวมหน้ากากปิดปากปิดจมูก (masked) เพียบ จึงจะเข้าเยี่ยมได้

...

อาจารย์หมอบอนกานิ ลูจาเบ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโฮเซ เพียร์ซัน อาฟริกาใต้ กล่าวว่า โรคดื้อยาแบบนี้มีวิธีเดียวคือ ต้องจับมากักกัน เนื่องจากคนไข้มักจะกินยาแค่ 1-2 เดือน พออาการทุเลาก็เลิกกินยา ทำให้เชื้อกำเริบ ดื้อยา และแพร่ไปสู่คนอื่น

ประวัติการรักษาโรคดื้อยาวัณโรคแบบ 'XRD' หรือดื้อยาเกือบทุกตัวที่มีในโลกของโรงพยาบาลแห่งนี้ก็นับว่า ไม่เบาเหมือนกัน เนื่องจากมีคนไข้รักษาแล้วหายเพียงรายเดียว เมื่อหายแล้วก็จะได้รับการปล่อยออกมาจากโรงพยาบาล

...

ปัจจัยพื้นฐานที่ทำให้อาฟริกาใต้เป็นมหาอำนาจด้านคนไข้วัณโรค คือ ที่นั่นมีคนไข้เอดส์เพียบ ประชากรประมาณ 19% ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ที่ทำให้เกิดโรคเอดส์

อาจารย์แพทย์แห่งสถาบันเมโยคลินิก สหรัฐฯ แนะนำวิธีป้องกันวัณโรคไว้ดังต่อไปนี้

...

(1). รักษาภูมิคุ้มกันให้ดี

  • การกินอาหารให้ครบทุกหมู่ กินพอประมาณ (ไม่มากหรือน้อยเกิน) นอนให้พอ และออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ ช่วยให้คนเรามีภูมิคุ้มกันดี

...

  • ผู้เขียนขอเพิ่มเติมหน่อยคือ ภูมิคุ้มกันของระบบทางเดินหายใจมักจะอ่อนแอลงถ้าสูบบุหรี่ หรือหายใจเอาควันบุหรี่ที่คนอื่นสูบเข้าไป และไม่ดื่มเหล้า เบียร์ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกิน (ไม่ดื่มเสียเลยเป็นดีที่สุด)
  • นอกจากนั้นถ้าหลีกเลี่ยงได้... ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในห้องแอร์ที่มีคนอยู่กันมากๆ หรืออากาศถ่ายเทไม่ดี เนื่องจากมีโอกาสที่จะติดโรคได้ง่ายกว่าการอยู่นอกห้องแอร์

...

(2). ตรวจโรคเป็นระยะ

  • ถ้ามีความเสี่ยงสูง เช่น ติดเชื้อ HIV (เชื้อโรคเอดส์) ทำงานในคุก สถานที่เลี้ยงเด็กหรือคนชรา ทำงานในโรงพยาบาลหรือสถานบริการสุขภาพ ฯลฯ ควรตรวจหาโรคเป็นระยะๆ เช่น ทุก 6-12 เดือน ฯลฯ

...

(3). ฉีดวัคซีน

  • การนำเด็กไปฉีดวัคซีน BCG มีส่วนช่วยป้องกันโรคได้ในระดับหนึ่ง (ไม่ใช่ป้องกันได้ทั้งหมด)

...

(4). ถ้าเป็นโรค

  • ถ้าเป็นโรคควรพักอยู่ที่บ้าน หรือไม่เข้าไปในที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวกจนกว่าจะกินยาหรือฉีดยาครบ 3 สัปดาห์ เนื่องจากช่วงแรกมักจะมีปริมาณเชื้อค่อนข้างสูง

...

  • ใส่หน้ากากปิดจมูก-ปาก (mask / แมสค์) เมื่อเข้าไปสู่ที่ชุมชน
  • ใช้กระดาษทิชชูปิดปากทุกครั้งที่หัวเราะ ไอ หรือจาม

...

  • และที่สำคัญสุดๆ คือ ต้องรักษาให้ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นยากินหรือยาฉีด ไปตรวจตามที่หมอนัดจนรักษาครบกำหนด
  • ถ้ารักษาไม่ต่อเนื่อง เชื้อโรคที่ดื้อยาจะแบ่งตัว และกลายพันธุ์เป็นเชื้อดื้อยา ทำให้ต้องใช้ยามากชนิดขึ้น มีโอกาสได้รับอาการข้างเคียงจากยา เช่น ทำให้หูหนวก หูตึง ตับอักเสบ ฯลฯ เพิ่มขึ้น

...

นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ในประเทศไทย... มีพยาบาล หมอ และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลติดวัณโรคมาแล้วมากมาย

โรงพยาบาลแห่งหนึ่งมีพยาบาลบ้างหมอบ้างติดวัณโรคหลายสิบคน ทว่า... คนที่ทำงานในหอผู้ป่วยโรคเอดส์จริงๆ กลับไม่ติดโรคสักคน

...

สาเหตุน่าจะเป็นจากหอผู้ป่วยดังกล่าวติดพัดลมระบายอากาศไว้เพียบ พัดลมดูดอากาศมีส่วนช่วยให้อากาศไหลเวียนดีขึ้น

บ้านเรามักจะมีปัญหาการติดพัดลมดูดอากาศไว้ใกล้ๆ กับประตูบ้าง หน้าต่างบ้าง ทำให้เกิด "วงจรลัด (short circuit)" โดยอากาศจะถูกดูดจากประตูหรือหน้าต่างที่ใกล้ที่สุดเข้ามา และดูดออกผ่านพัดลมดูดอากาศ ขณะที่อากาศส่วนใหญ่ในห้องไม่ได้ระบายออก

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ที่มา

  • Thank BBC > Fiona Lloyd-Davies. Port Elizabeth > Live in the shadow of deadly new TB > [ Click ] > November 14, 2008.
  • Thank Mayo Clinic > Tuberculosis prevention > [ Click ] > December 21, 2006.