วิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน ( Classroom action research )
ความหมายของงานวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน
สุวิมล ว่องวาณิช (2544:11) กล่าวว่าการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน คือ การวิจัยที่ทำโดยครูผู้สอนในห้องเรียน เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและนำผลมาใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียน เป็นการวิจัยที่ต้องทำอย่างรวดเร็ว นำผลไปใช้ในทันทีและสะท้อนข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติงานต่างๆ ของตนเอง ทั้งตนเองและกลุ่มเพื่อนร่วมงานในโรงเรียนได้มีโอกาสอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในแนวทางที่ได้ปฏิบัติและผลที่เกิดขึ้น เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนต่อไป
บุรินทร์ ทองแม้น ( 2544 : 11 ) ให้ความหมายของการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนว่า เป็นการวิจัยของครูเพื่อแก้ปัญหาการเรียนการสอนในชั้นเรียนและปัญหาตนเอง เป็นการวิจัยไปแก้ปัญหาไปที่ไม่อิงรูปแบบหรือระเบียบหรือวิธีการวิจัยที่เข้มงวดนัก เป็นการวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อครูและนักเรียนโดยตรง เป็นการวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้โดยครูและนักเรียนสามารถใช้กระบวนการวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ได้
จากความหมายของการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนที่กล่าวมา สามารถสรุปได้ว่า การวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน คือ การวิจัยที่ครูผู้สอนดำเนินการแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนการสอนในชั้นเรียน ซึ่งปฏิบัติการวิจัยภายหลังพบปัญหาในทันที เป็นการวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อครูและผู้เรียนโดยตรง
การวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนมีความสำคัญอย่างไร
การทำวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนนั้นจะช่วยให้ครูมีวิถีชีวิตของการทำงานอย่างเป็นระบบเห็นภาพของงานตลอดแนว มีการตัดสินใจที่มีคุณภาพเพราะจะมองเห็นทางเลือกต่างๆ ได้กว้างขวางและลึกซึ้งขึ้น แล้วจะตัดสินใจเลือกทางเลือกต่างๆ อย่างมีเหตุผลและสร้างสรรค์ ครูที่ใช้กระบวนการวิจัยในการพัฒนาการเรียนการสอนจะสามารถควบคุม กำกับ และพัฒนาการปฏิบัติงานของตนเองได้อย่างดี เพราะการทำงาน และผลของการทำงานล้วนแต่มีความหมาย และคุณค่า เมื่อครูผู้สอนได้ทำการวิจัยควบคู่ไปกับการปฏิบัติงานสอนอย่างเหมาะสมแล้วจะก่อให้เกิดผลดีต่อวงการศึกษา และวิชาชีพครูอย่างน้อย 3 ประการ คือ
1. นักเรียนจะมีการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2. วงวิชาการการศึกษาจะมีข้อความรู้และนวัตกรรมทางการจัดการเรียนการสอนที่เป็น
จริงเกิดมากขึ้นอันจะเป็นประโยชน์ต่อครูและเพื่อนครูในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก
3. วิถีชีวิตของครูหรือวัฒนธรรมในการทำงานของครู จะพัฒนาไปสู่ความเป็นครูมืออาชีพมากยิ่งขึ้น เพราะครูนักวิจัยจะมีคุณสมบัติของการเป็นผู้แสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่องจนในที่สุดจะเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจที่กว้างขวาง และลึกซึ้งในศาสตร์และศิลป์แห่งการสอน
กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน
ชูศรี วงวัฒนะ (2543: 80-81) ได้กำหนดขั้นตอนการทำงานวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนไว้ 7 ขั้นตอน คือ
ขั้นที่ 1 กำหนดปัญหาหรือค้นหาปัญหา ซึ่งได้จากแหล่งต่างๆ ดังนี้
1.1 จากประสบการณ์ตรง
1.2 จากการสังเกต
1.3 จากการสำรวจ
1.4 จากข้อมูลทุติยภูมิ เช่น ผลการเรียนวิชาต่างๆ
1.5 จากการศึกษารายกรณี
ขั้นที่ 2 เตรียมการและการวางแผน (Plan)
ขั้นนี้เป็นของการเตรียมการและวางแผนการปฏิบัติงานเพื่อการแก้ปัญหาหรือ
ปรับปรุงงานโดยดำเนินการ ดังนี้
2.1 หาวิธีการหรือหาวิธีแก้ปัญหา ซึ่งอาจแบ่งได้ดังนี้
1) วิธีการจัดการเรียนการสอนวิธีใหม่
2) การใช้นวัตกรรมมาช่วยในการจัดกิจกรรมในชั้นเรียน
2.2 การกำหนดแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้
1) จะแก้ไขปัญหาอะไร กับใคร
2) จะแก้ไขเมื่อไร
3) จะแก้ไขอย่างใด ใช้รูปแบบการวิจัยใด
ขั้นที่ 3 ปฏิบัติตามแผน (Act)
1) ขั้นนี้เป็นหัวใจของการวิจัย
2) ครูเป็นผู้วิจัยอย่างต่อเนื่องภายในสภาพการณ์ปกติ
3) ครูต้องเก็บข้อมูลอย่างละเอียดตลอดเวลาจากการจัดแต่ละกิจกรรม
และนำมาเชื่อมโยงกับกิจกรรมต่อไป
4) วิธีการเก็บข้อมูลที่สำคัญที่สุด คือ การสังเกต
5) การดำเนินการในขั้นนี้สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
ขั้นที่ 4 การสังเกต (Observe)
1) เป็นวิธีการที่สำคัญที่สุด
2) ครูต้องสังเกตอย่างละเอียด รอบคอบ
3) ครูต้องมีความไวในการสังเกตการณ์
4) ครูต้องสังเกตทั้งกระบวนการปฏิบัติ และผลการปฏิบัติทั้งที่ตั้งใจและ
ไม่ได้ตั้งใจ
ขั้นที่ 5 การสะท้อนกลับ (Reflect)
ครูทำการพิจารณาผลการปฏิบัติจากข้อมูลที่ได้ในขั้นที่ 4
เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงาน ในขั้นที่ 3 เพื่อสะท้อนไปสู่การปรับปรุงใหม่หรือการทำซ้ำเพื่อยืนยันผล
ขั้นที่ 6 วิเคราะห์และสรุปผล
ขั้นที่ 7 เขียนรายงานการวิจัย
รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน
จำแนกตามผู้ดำเนินการวิจัยและเป้าหมายในการแก้ปัญหาได้ 3 รูปแบบ คือ
1. การวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนโดยครูคนเดียว หรือการวิจัยปฏิบัติการแบบเอกัตบุคคล ( Individual classroom action research ) เป็นการวิจัยที่จัดทำขึ้นโดยครูเพียงคนเดียว มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนในชั้นเรียนของตนเอง รวมทั้งพฤติกรรมของนักเรียน
2. การวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนแบบร่วมมือ หรือแบบมีส่วนร่วม (Collaborative classroom action research ) เป็นการวิจัยที่จัดทำขึ้นเมื่อครูหลายคนพบปัญหาในการเรียนการสอนที่เหมือนๆ กัน หรือคล้ายๆ กัน และมีความสนใจในเรื่องที่เป็นปัญหาเดียวกัน แล้วทำการวิจัยร่วมกัน ครูที่ทำการวิจัยอาจอยู่ในโรงเรียนเดียวกันหรือต่างโรงเรียนก็ได้
3. การวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนทั้งโรงเรียน ( school wide classroom action research ) เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาของโรงเรียนโดยมีผู้บริหารโรงเรียนเป็นหัวหน้าทีม ซึ่งมีครูและบุคลากรอื่นในโรงเรียนมีส่วนร่วมในการดำเนินการพัฒนาพร้อมกันทั้งโรงเรียน ผลของการวิจัยในลักษณะนี้จะเอื้อประโยชน์ให้บุคลากรสามารถทำงานเป็นทีมได้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ทำให้บุคลากรรับรู้ปัญหาของโรงเรียน ซึ่งจะนำไปสู่การร่วมปฏิบัติงาน เพื่อประโยชน์และความสำเร็จของโรงเรียน
หนังสืออ้างอิง
ชูศรี วงศ์รัตน และคณะ . การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนรู้ . กรุงเทพฯ :
บริษัททิปส์พับบลิเคชั่น จำกัด , 2544 .
บุรินทร์ ทองแม้น . การวิจัยในชั้นเรียน เพื่อการพัฒนาการเรียนรู้ . ม.ป.ท. :
ม.ป.ป. (เอกสารอัดสำเนา )
สุวิมล ว่องวานิช. การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน . กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์อักษรไทย
(น.ส.พ ฟ้าเมืองไทย ) , 2544 .
ยรรยง ผิวอ่อน . เอกสารประกอบการฝึกอบรมการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน . อุบลราชธานี :
หจก. อุบลยงสวัสดิ์ออฟเซต , 2547 .
ป๊าด...เขียนได้ดีนะเนี่ย สมกับเป็นรุ่นบุกเบิกงานวิจัย ... ระวังถูกเชิญตัวไปกักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ที่สภาวิจัยแห่งชาตินะท่าน ผอ.