ขอบพระคุณ รศ.วารีญา ที่บรรยายให้ผมเห็นภาพของบริบทประชาคมโลกได้ชัดเจนมากขึ้นครับ
การเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้มีหลายมิติของการริเริ่มหนทางเตรียมตนให้พร้อม ได้แก่
- Hope and wisdom creates our future.
- Industrial age is the birth of the knowledge era: Research & Development will be a significant key of knowledge management.
- Organization design and globle extension affect individual lifestyle and working pattern: Independent investigation of the truth and collaboration for social justice will be combined with the integral sciences and discussed among Non-Government experts .
- Corporate and economic globalization will be linked into information, media, culture, and language: Free trade and Union compact (civil society) will increase levels of employment regarding quality assurance, international agreement, world standard practice, codes of conduct, anticorruption/trust laws, agency of job assessment (head hunter), and benchmarking.
- Healthcare services will be a trend of aging population, personal/professional healthcare management, and innovation of healthcare management consultant.
รายละเอียดอื่นๆ ของบริบทสังคมโลก ติดตามที่ Mapping the Globle Future: Report of National Intelligence Council's 2020 Project หรือ CIA Factbook หรือ Google Earth หรือ American Watch หรือ CNN/BBC News
ผมฟังอาจารย์สังคมศาสตร์บรรยาก็ได้แง่คิดที่ต้องรีบพัฒนาตนเอง เพื่อนร่วมงาน และนักศึกษา ดังนี้
- สร้างกิจกรรมบำบัดเสริมจุดแข็งเพื่อลดจุดอ่อนของสังคมไทยที่เผชิญการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก
- พัฒนาทักษะกระบวนการคิดของคน ในแบบคิดเป็นจริงรู้เท่าทัน (ใช้วิจารณญาณ) คิดตามอุดมคติให้วิกฤษเป็นโอกาส คิดย้อนอดีตไตร่ตรองแก้ไขจุดบกพร่องในปัจจุบันและมองไปข้างหน้าอย่างมีเป้าหมาย (มีวิสัยทัศน์ใน 5-10 ปี) คิดเชิงสร้างสรรค์และสังเคราะห์ ....รู้จักตัวเอง รู้โลก รู้เขา รู้เรา เพื่อการปรับตัวที่ดีกว่า อย่าให้ใครมาหลอกใช้ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ต่อมา
- พิจารณาตนเองว่าขณะนี้เราทำดีหรือยัง จะอยู่อย่างมีความสุขในขณะโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างไรกัน
- วันนี้เรากำลังเกิดการเมืองใหม่ประชาสังคม คือ เสรีประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมทุกระดับของสภาองค์กรภาคประชาชน
- เราต้องรู้จักรักษาสิทธิของตนเองและสร้างความดีแก่ส่วนรวม
- ยึดหลักธรรมาภิบาลของในหลวง...เข้าใจและเข้าถึงโอกาสอย่างพอดีในการพัฒนาและรื้อความคิดที่ติดแบบเดิม โดยปราศจากการคิดวิพากษ์ มีการเพิ่มพูนและขยายทักษะความสามารถ/ความเชี่ยวชาญใหม่ๆ ในรูปแบบวิจัยและจินตนาการที่สร้างสรรค์และมีความเป็นเอก (อัตลักษณ์) แตกต่างจนเกิดกระแสความดีและพลังของแผ่นดินไทยและโลกคล้ายองค์ประกอบในแผนวงล้อข้างล่างครับ

จากเนื้อหาบรรยายและดูจากวงล้อ เราต้องใช้ "ไตรภาคีของการคิด" คือ วิเคราะห์ตนเองอยู่ตลอดเวลาให้ทำดีขึ้นเรื่อยๆ พัฒนาทักษะการเรียนรู้และคิดสร้างสรรค์ และฝึกเป็นผู้นำตนเองอย่างมีศิลปะ