วันนี้มีโอกาสดูและฟังเทปการบรรยายของ “คุณบุญฤทธิ์ มหามนตรี” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ที่ร่วมบรรยายไว้ในงานสัมมนา Happy Workplace Forum2008 ซึ่งจัดโดย สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2551 เห็นว่ามีเกร็ดน่าสนใจที่อยากนำมาแบ่งปัน เป็นตอนที่ “คุณบุญฤทธิ์ฯ” พูดถึงเรื่องที่พ่อแม่ยุคปัจจุบันนี้สอนลูกเยอะ สอนเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังรู้สึกว่า “ไม่ได้ดั่งใจ” จนวันหนึ่งที่ “คุณบุญฤทธิ์ฯ” ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง (ท่านไม่ได้บอกว่าเล่มไหน) ที่พูดถึงความหมายของคำว่า “สั่งสอน” โดยอธิบายว่า “สั่ง” คือ บอกให้รู้ และ“สอน” คือ ทำให้ดู ซึ่ง “คุณบุญฤทธิ์ฯ” บอกว่าพอเข้าใจความหมายตรงนี้ ทำให้คิดย้อนหลังไปเมื่อสมัยเด็กๆ ที่เคยคิดว่าพ่อแม่ไม่ค่อยสอนอะไรให้ แต่ที่จริงแล้วท่านสอนอยู่ตลอดเวลา ผ่านการประพฤติปฏิบัติเป็นแบบอย่างให้ลูกเกิดการเลียนแบบ เป็นการสอน การทำให้ดูโดยไม่ต้องพูด แต่ทุกวันนี้เราส่วนใหญ่พูด โดยเราสั่งอย่างหนึ่ง แล้วสอนอย่างหนึ่ง เช่น สั่งให้พูดกันดีๆ ให้คิดบวก ในขณะที่ตัวเราเองก็พูดกับคนอื่นไม่ดี และยังมีความคิดเชิงลบกับคนอื่นอยู่ เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราสั่ง กับสิ่งที่เราสอน ก็ขัดแย้งกันเองตลอดเวลา เมื่อมีความขัดแย้งความสุขก็ไม่เกิด การที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีนั้นจะต้องสอน คือทำให้ดู
“คุณบุญฤทธิ์ฯ” บอกด้วยว่า การที่เราจะ “เปลี่ยนแปลง” ในเรื่องใดๆ ก็ตาม “การสอน” เป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งต้องใช้เวลา จนกระทั่งเกิดความเข้าใจและสามารถปฏิบัติตามได้ โดยที่ “ผู้สอน” ต้องเป็น “ต้นแบบ” ให้ได้ ถ้าเป็นต้นแบบไม่ได้ สักแต่พูด มันไม่มีทางที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลง หรือเกิดพฤติกรรมตามที่ปรารถนาได้
สำหรับผู้เขียนสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการฟังครั้งนี้ นำไปใช้ได้ทั้งในชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว นึกถึงทุกครั้งที่พยายามบอกให้พี่ชายและหลานชายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยหาเวลาออกกำลังกายบ้างเพราะทั้ง 2 คนนี้อ้วนเหลือเกิน แต่ก็ไม่เคยได้ผล พอมองย้อนกลับมาที่ตัวเองก็พบว่า ชอบหาเหตุผลร้อยแปดให้ตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงการที่จะต้องออกกำลังกายอยู่เรื่อยๆ ตัวเองยังทำไม่ได้ แล้วจะไปเคี่ยวเข็ญให้คนอื่นทำได้อย่างไร ?
ปลาทูแม่กลอง
12 พฤศจิกายน 2551