ไปทำบุญทอดกฐินณ.วัดหนองใหญ่ หมู่ 9 ตำบลอ่างทอง อำเภอเมืองกำแพงเพชร

ทำความดีช่วงวันหยุดของเขียวมรกต

 

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2551 ผมได้พาครอบครัว ไปทำบุญทอดผ้ากฐิน  ณ.วัดหนองใหญ่ หมู่ 9 ตำบลอ่างทอง อำเภอเมืองกำแพงเพชร ซึ่งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดกำแพงเพชรประมาณ 30 กม. ซึ่งทางผมได้รับการบอกบุญจากเกษตรกรที่เคารพนับถือกัน พร้อมเชิญเป็นเจ้าภาพทอดกฐินในครั้งนี้ร่วมกัน

  

       เป็นที่น่ายินได้เห็นความพร้อมเพรียงของพี่น้องชาวบ้านหนองใหญ่ ต่างมีจิตใจ ที่ได้มาร่วมทำบุญในการทอดกฐินร่วมกันในครั้งนี้ บางท่านก็มีญาติพี่น้อง อยู่ต่างจังหวัด ต่างก็กลับมาร่วมทำบุญร่วมกันในครั้งนี้  บางท่านก็มีญาติไปทำงานอยู่ต่างประเทศ ก็เดินทางกลับมาทำบุญทอดกฐินร่วมกับญาติๆที่อาศัยอยู่ในชุมชนบ้านหนองใหญ่แห่งนี้  ลองมาชมชมบรรยากาศการทำบุญทอดกฐินบ้านหนองใหญ่นะครับ

 

 

 

 

ลองมาทำความเข้าใจกับพิธีทอดกฐิน

  กฐิน แปลว่า ไม้สะดึง หมายถึง ไม้ที่เอามาทำโครงสำหรับขึง เย็บ จีวร เพราะสมัยพุทธกาลชาวบ้านมิได้นำจีวรสำเร็จรูปมาถวายพระภิกษุ หากแต่ถวายผ้าทั้งผืน พระภิกษุต้องนำมาขึงกับไม้สะดึง และเย็บทำจีวร สังฆกรรมที่สงฆ์ตัดเย็บจีวรแล้วมอบหมายให้พระรูปใดรูปหนึ่งครองจีวรนี้ เรียกว่า กรานกฐิน

 

    วัตถุประสงค์ของกฐิน พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระภิกษุรับกฐินได้ก็ เพื่อให้พระภิกษุมีโอกาสได้เปลี่ยนผ้าจีวรที่เก่า

 

    ประเภทของกฐิน กฐินแบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่

        (1) กฐินหลวง คือ กฐินที่ใช้องค์กฐินของหลวง อาทิกฐินพระราชทาน ซึ่งเป็นกฐินหลวงที่พระราชทานให้กระทรวง ทบวง กรม องค์กร หรือเอกชนนำไปทอด

       ( 2 )กฐินราษฏร์ คือ กฐินที่ราษฏรทำกันทั่วไป แบ่งออกเป็น 3 ชนิดคือ

 

            ก .จุลกฐิน เป็นกฐินที่จัดทำตั้งแต่เก็บฝ้ายมาปั่น กรอเป็นด้าย และทอเป็นผ้า เย็บ ย้อม เสร็จภายใน 24 ชั่วโมง

 

              ข. มหากฐิน เป็นกฐินที่ใช้เวลาเตรียมงานเป็นเวลานาน

 

              ค. กฐินโจร เป็นกฐินที่นำไปทอดเมื่อใกล้สิ้นช่วงกฐินกาล

 

พิธีกรานกฐิน

 

เนื่องจากพระภิกษุที่จำพรรษามีเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นจึงต้องคัดเลือกรูปใดรูปหนึ่งจากสงฆ์ทั้งหมดเป็นผู้ครองกฐิน ส่วนพระภิกษุที่เหลือทำหน้าที่เป็นผู้อนุโมทนา การกรานกฐินเป็นพิธีที่ภิกษุอย่างน้อย 5 รูปขึ้นไปกระทำร่วมกัน (รูปหนึ่งครองจีวร อีกรูปหนึ่งอนุโมทนา ) จำนวนน้อยกว่านั้นทำไม่ได้

 

ต้นเหตุของกฐิน

 

        เริ่มด้วยพระภิกษุชาวเมืองปาฐา 30 รูป เดินทางไปเมืองสาวัตถี เพื่อเฝ้าพระพุทธจ้า พอไปถึงเมืองสาเกตซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างเมืองปาฐากับเมืองสาวัตถี  ก็ถึงวันเข้าพรรษาพอดี พระภิกษุเหล่านั้นจึงจำพรรษาที่เมืองสาเกต  เมื่อออกพรรษาแล้วจึงเดินทางต่อ ต้องบุกน้ำลุยโคลนไปเฝ้าพระพุทธเจ้าทั้งที่จีวรเปียกปอน และขาด พระพุทธเจ้าทอดพระเนตรเห็นดังนั้น จึงทรงอนุญาตให้พระสงฆ์เปลี่ยนผ้าจีวรใหม่ โดยกำหนดเอาวันออกพรรษาเป็นวันเริ่มต้น คือเริ่มเอาวันออกพรรษาเป็นวันเริ่มต้น คือเริ่มจากแรม 1 ค่ำ เดือน11 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 มีกำหนด 1 เดือนเต็ม ประเพณีทอดกฐินจึงเกิดขึ้นตั้งแต่บัดนั้น

 

 

          จึงนับได้ว่าพี่น้องเกษตรกร ชาวบ้านที่อยู่ในชุมชน ชนบท ยังรักษาขนบทำเนียมประเพณี และปฏิบัติสืบทอดกันมายาวนาน ตั้งแต่ปู่ย่าตายายมาจนถึงลูกหลาน ในปัจจุบัน และนอกจากนี้ยังนิยมกันไปทำบุญที่วัดทุกวันพระ เพื่อทำให้จิตใจแจ่มใสคิดทำแต่ความดี สังคมก็จะดีตามไปด้วยครับ