ชาวนาควรรู้เก็บเกี่ยวข้าวอย่างไรจึงได้ข้าวดีมีคุณภาพ
การลดความสูญเสียผลผลิตข้าวทำได้ 2 ทาง คือ1.การลดความสูญเสียข้าวทางด้านปริมาณและน้ำหนัก ได้แก่ การลดความสูญเสียจากการร่วงหล่น และถูกนก หนู โรค - แมลงทำลาย จากการทำความสะอาดและการเก็บรักษา 2.การลดความสูญเสียทางด้านคุณภาพเมล็ด เช่น จากการสี ความชื้น สิ่งเจือปน กิจกรรมที่มีความสูญเสียมากที่สุด คือ การเก็บเกี่ยว การเตรียมการก่อนการเก็บเกี่ยวข้าว ก่อนถึงกำหนดเกี่ยวข้าว 7 - 10 วัน เมื่อเมล็ดที่ปลายรวงอยู่ในระยะแป้งแข็งและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแล้ว ควรระบายน้ำออกจากแปลงนา เพื่อให้ข้าวในแปลงสุกแก่สม่ำเสมอ และพื้นนาแห้งพอดีที่จะเข้าไปทำการเก็บเกี่ยวข้าว โดยที่รวงข้าวไม่แช่น้ำหรือเปื้อนโคลน ทำให้เมล็ดข้าวสะอาดและมีคุณภาพดี ข้าวที่สุกแก่แล้วหากได้รับความชื้นหรือเปียกชื้นจะทำให้เมล็ดเสื่อมคุณภาพได้เร็วขึ้น ก่อนถึงกำหนดเกี่ยวควรนัดรถและแรงงานให้พร้อมเพื่อป้องกันการเก็บเกี่ยวข้าวช้าเกินไป ควรเก็บเกี่ยวข้าวในระยะเวลาที่เหมาะสมเมล็ดสุกแก่พอดี เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ทำให้ได้ผลผลิตข้าวสูงและเมล็ดมีคุณภาพดี ระยะเวลาหรืออายุข้าวที่เหมาะสม เมื่อข้าวในนาออกดอก 80 % ให้จดบันทึกไว้เป็นวันที่เข้าออกดอก หลังจากนั้นนับต่อไปอีก 28 - 30 วัน ก็ทำการเก็บเกี่ยวข้าวได้ การเก็บเกี่ยวข้าวในระยะที่เหมาะสมนี้เมล็ดมีการเจริญเติบโตเต็มที่ เมล็ดมีน้ำหนักแห้งสูงสุด ความชื้นเมล็ดประมาณ 22 - 24 % จะสังเกตได้ว่ารวงข้าวจะโน้มลง เมล็ดที่โคนรวงยังมีสีเขียวบ้าง ใบยังมีส่วนของสีเขียวอยู่ ข้าวที่เก็บเกี่ยวได้จะมีคุณภาพการสีสูง คือ เมื่อนำไปสีจะได้เปอร์เซ็นต์ข้าวหักน้อย ถ้าเก็บเป็นเมล็ดพันธุ์ก็จะเก็บไว้ได้นานและเสื่อมความงอกช้า การเก็บเกี่ยวล่าช้ากว่านี้ข้าวที่สุกแก่แล้วจะได้รับความชื้นจากน้ำค้างหรือฝน ยิ่งนานวันเมล็ดก็จะเสื่อมคุณภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การสูญเสียปริมาณข้าวจากการร่วงหล่นข้าวล้มและนกหนูทำลายมากขึ้นด้วยปัจจุบันนิยมเครื่องเกี่ยวนวดการเก็บเกี่ยวข้าวที่ความเร็ว ช้าจะทำให้ความสูญเสียน้อยกว่าการเก็บเกี่ยวด้วยความเร็ว ความสะอาดของ้าวถ้าเกี่ยวด้วยความเร็วจะสะอาดกว่าเกี่ยวช้า
การตากข้าวเพื่อสีเป็นข้าวสารควรปฏิบัติดังนี้
1. ตากข้าวให้เหลือความชื้นไม่เกิน 14 % ข้าวที่มีความชื้นสงกว่านี้จะเก็บรักษาไว้ได้ไม่นานจะเกิดความเสียหายเนื่องจากเชื้อรา ทำให้เกิดข้าวเมล็ดเหลืองแมลงศัตรูในโรงเก็บทำลายมากขึ้น เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การรักษาข้าวเปลือกในระยะเวลา 2 - 3 เดือน ข้าวจะต้องมีความชื้น 13 - 14 % และถ้าต้องเก็บให้นานกว่านั้นความชื้น 12 - 12.5 % เมื่อสีเป็นข้าวสารจะได้ข้าวที่มีคุณภาพดี
2. ควรตากข้าวความหนา 5 ซ.ม. กลับข้าววันละ 4 ครั้ง เพื่อให้ความชื้นในเมล็ดลดลงอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ ห้ามมิให้เปียกฝนหรือน้ำค้าง
การตากข้าวเพื่อใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ควรปฏิบัติดังนี้
1. ตากเมล็ดพันธุ์ให้เหลือความชื้นต่ำกว่า 12 % การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ที่มีความชื้นต่ำมากเท่าไร เมล็ดพันธุ์ก็จะมีคุณภาพสูงหรือเก็บไว้ได้นานโดยมีความงอกสูงกว่า 80 % เมล็ดพันธุ์ที่มีความแข็งแรงหรือเปอร์เซ็นต์ความงอกสูง เมื่อนำไปปลูกจะได้ต้นข้าวที่แข็งแรง มีการเจริญเติบโตสม่ำเสมอทนทานต่อสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้ดี ตลอดจนได้ผลผลิตสูง นอกจากนี้เมล็ดพันธุ์ที่ความชื้นต่ำ เมื่อเก็บรักษาก็จะได้รับการทำลายจากแมลงศัตรูน้อย
2. การตากเมล็ดพันธุ์ข้าวควรตากหนา 10 ซ.ม. กลับข้าววันละ 4 ครั้งเพื่อให้เมล็ดคายความชื้นอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอต้องระวังไม่ให้ข้าวเปียกฝนหรือน้ำค้างเมล็ดพันธุ์จะมีคุณภาพสูงสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานต้องคัดสิ่งเจือปนออก เช่น ข้าวลีบ ฟาง ระแง้ หิน ดิน ทำให้ข้าวมีคุณภาพต่ำไม่ได้มาตรฐาน และสิ่งเจือปนเหล่านี้จะทำให้ข้าวที่เก็บไว้มีความชื้นสูงเร็วขึ้น ทำให้เมล็ดเสื่อมคุณภาพเร็ว จึงจำเป็นต้องทำความสะอาดก่อนขายหรือเก็บรักษา
ขั้นตอนการเก็บเกี่ยว และหลังการเก็บเกี่ยว สิ่งสำคัญคือการลดปริมาณความเสียหายของข้าวให้น้อยที่สุดและเก็บรักษาได้ยาวนานที่สุดแต่จะอย่างไรก็ตามครั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการใช้ประโยชน์จากผลผลิตที่เก็บเกี่ยว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ นายไมตรี ศรีเปรมนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรประจำ ต.ตาขีด อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ โทร. 056-279297