มูลนิธิแสง-ไช้กีฯรักษาผู้ป่วยที่อุดรฯและหนองบัวลำภู
มูลนิธิแสง-ไช้กีฯรักษาผู้ป่วยที่อุดรฯ
 
เมื่อวันที่ 4 พ.ย. นายสวาสดิ์ ปุ้ยพันธวงศ์ ประธานนักศึกษา วปอ.รุ่นที่ 27 พร้อมภรรยา มูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล, นสพ.เดลินิวส์ ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ นำโดย ศ.นพ.มนูญ ไพบูลย์, ศ.นพ.วิเชียร ทองแตง, พญ.ฉวี สิงหวิสัย, พญ. รุจา เสวิกุล, นพ.วิเศษ วชิรพงษ์ นพ.ธนู ลอบันดิส และ นพ.ทวี ลิมปวัชระ มาให้การตรวจรักษาโรคทั่วไปที่โรงเรียนร่มเกล้า บ้านโนนทัน ต.โนน ทัน อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู

นอกจากนี้ยังมีแพทย์จาก รพ.ราชวิถี นำโดย นพ.สุกิจ พันธุ์พิมานมาศ นพ.ชัยรัตน์ โภคาวัฒนา ตรวจส่องกล้องทางเดินอาหาร และอัลตราซาวด์ตับ, รศ.พญ.คุณไธวดี ดุลยจินดา แพทย์จาก รพ.ศิริราช ตรวจความผิดปกติดวงตา, พญ.ชนิดา กาญจนลาภ แพทย์จาก รพ.รามาฯ ตรวจหู, แพทย์จาก รพ.เมตตาประชารักษ์ และ กฟผ. ตรวจสายตา และแจกแว่นฟรี นพ.วิชัย วิจิตรพรกุล จะมาให้การตรวจรักษาโรคนิ้วล็อกโดยไม่ต้องผ่าตัด นพ.สุทัศน์ ดวงดีเด่น ตรวจรักษาโรคผิวหนัง ทพญ.จรัสพร โตเต็มโชคชัยการ พร้อมคณะทันตแพทย์ รพ.หนองบัวลำภู โดยมีชาวบ้านเดินทางมารับการตรวจรักษาประมาณ 700 คน

นางประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์ ประธานมูล นิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล กล่าวว่า ในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้า พี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิ วาสราชนครินทร์ ในวันที่ 14-16 พฤศจิกายนนี้ มูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล พร้อมด้วยคณะแพทย์จากนักศึกษา วปอ.รุ่นที่ 27 และ กฟภ. ได้สำนึกในพระกรุณาธิคุณ ที่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ทรงมีพระกรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยมาอย่างต่อเนื่องตลอดพระชนม์ชีพ จึงได้จัดหน่วยแพทย์คณะใหญ่ ออกให้การตรวจรักษาชาวบ้านในชนบทฟรี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย โดยได้รับความร่วมมือจาก รพ.ราชวิถี รพ.ศิริราช รพ.รามาธิบดี รพ.เมตตาประชารักษ์ รพ.เลิดสิน จัดแพทย์มาร่วมตรวจรักษา และขอขอบคุณ รพ.พระมงกุฎฯ รพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย ที่จัดพยาบาลและเภสัชกร มาช่วยจัดยาให้ด้วย

ประธานมูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล กล่าวต่อว่า สำหรับวันที่ 5 พ.ย. คณะแพทย์ นักศึกษา วปอ.รุ่น 27 และคณะแพทย์จาก รพ.เลิดสิน ไปให้การตรวจรักษาโรคทั่วไป และโรคนิ้วล็อกอีกวันหนึ่ง ที่วัดอัมพวัน บ้านดงใหญ่พัฒนา ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี จึงขอเชิญชวนชาวบ้านที่เจ็บป่วย หรือต้องการพบแพทย์ ขอให้ไปที่วัดอัมพวันได้ สำหรับหน่วยแพทย์คณะนี้ ได้ออกให้การตรวจรักษาชาวบ้านที่ห่างไกลในชนบท ติดต่อกันมาเป็นเวลากว่า 22 ปีแล้ว และจะดำเนินการต่อไป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล.