จิตของเรานี้ก็เปรียบได้เหมือนกับลูกบิด “คิวบิค” ที่ถูกกิเลสและตัณหาบิดไป หมุนมาจนสีต่าง ๆ เลอะเทอะและเปรอะเปื้อน

(รูปภาพจาก http://www.bloggang.com/data/gewoonleven)
สังคมที่อุดมไปด้วยกิเลสเป็นแรงสำคัญอันยิ่งใหญ่ที่บิดจิตให้ผิดเพี้ยนต่างสีไปกันคนละทิศละต่าง
ดังนั้นความสับสน อลหม่านอันนำมาซึ่งทุกข์ห่างไกลสุขจึงเกิดขึ้นกับจิตและใจ
สูตรที่สำคัญที่จะทำให้จิตอันเปรียบได้ดั่ง “คิวบิค” นี้หมุนกลับสลับเปลี่ยนให้เป็นดวงดวงเดิมอันประภัสสรนั้นคือ “อริยมรรค”
สูตรแห่งอริมรรคอันมีองค์แปด สามารถทำให้จิตกลับไปเป็นจิตดวงเดิมที่สว่างไสว
จิตที่รู้จักว่าชีวิตนี้คือทุกข์
จิตที่รู้จักปลดเปลื้องความสุขอันจอมปลอม
เมื่อจิตที่บิดกลับด้วย “อริยมรรค” แล้ว จิตนี้จะพ้นเสียได้ซึ่งความทุกข์ทางใจ คงเหลือไว้แต่ความทุกข์ทางกาย
และตราบใดที่วางสังขารไว้ลงบนแผ่นดินได้ ตราบนั้นก็จักพ้นทุกข์ชั่วนิรันดร์

จิตที่ถูกกิเลสและตัณหาบิดไป
นอกจากจะหมุนมาจนสีต่าง ๆ เลอะเทอะและเปรอะเปื้อน
ยังเจ็บปวดเอามากๆเสียด้วย
มิใช่อื่นใดเลย เพราะตัวเองนั่นแหละ
ขอรับผิดชอบกิเลศอันเกิดจากจิตของตัว
ขอน้อมรับพระรัตนตรัยเป็นสรณะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์
-มารับธรรมะยามเช้าค่ะ
-สูตรแห่งอริมรรคอันมีองค์แปด สามารถทำให้จิตกลับไปเป็นจิตดวงเดิมที่สว่างไสว
-แต่ความสามารถทำให้จิตกลับไปเป็นจิตดวงเดิมที่สว่างไสวนั้น บางเป็นเรื่องที่ลึกซึ้ง และบางทีทีใจปราถนาทั้งๆที่ยังไม่เคยรับรู้เลยว่าจิตเดิมที่สว่างไสวเป็นเช่นไร แต่เมื่อเริ่มลงมือ จับให้ และหมุนไป ก็บ่อยที่เผลอหลงทาง ออกจากเส้นทางเดิม ทักษะจึงเป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝน และการใช้เวลากับการฝึกฝนมากน้อยเพียงใด กอปร กับจิตที่เป็นกุศล
ขอบคุณค่ะ