ข้าพเจ้านั่งอ่านข้อเขียนของ อ.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ที่กล่าวถึงการทำลายมายาคติสำคัญ 3 เรื่อง ที่มีการนำแนวคิดหลัก R2R มาใช้เพื่อนำไปสู่การปฏิวัติของชีวิตในเรื่องของกระบวนการสร้างความรู้ จากเดิมที่มองว่า...

"มายาคติ"

งานวิจัยเป็นเรื่องยาก(๑) เรื่องใหญ่(๒) และเป็นเรื่องของคนอื่น(๓)

แต่จริงแล้ว ตามทัศนะของข้าพเจ้าเองก็เชื่อเช่นนั้นว่า เราควรลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง โดยมุ่งไปสู่การทำลายมายาคติดังกล่าว แล้วสร้างทัศนะใหม่เกิดขึ้นต่อตนเอง อันเป็นทัศนะที่เป็นสัมมาทิฐิ > มิจฉาทิฐิ

สัมมาทิฐิ = งานนี้เป็นงานที่เราต้องทำและเผชิญอยู่ทุกวัน น้อมใจรับลงเบาเบาต่องาน การเผชิญต่องานตามความเป็นจริง เป็นสภาวะที่ ณ ขณะนี้เราหลีกเลี่ยงไปไม่ได้

งานนี้เป็นงานที่เรารู้สึกดีกว่างานใดใด เป็นการคลุกอยู่ในวงในมากกว่าบุคคลอื่น ทราบรายละเอียดมากกว่าบุคคล ทราบรายละเอียดทุกข้อปลีกย่อย เข้าใจและมองเห็นโอกาสความสำเร็จและโอกาสของการพัฒนาต่อไปได้อีก

แต่หากว่าเมื่อใดที่เรายังยอมให้ มิจฉาทิฐิ ครอบอยู่ในหัวใจตนเอง...สภาวะแห่งความคิด ก็จะมองว่างานที่ตนเองทำเป็นงานที่หน้าเบื่อ ทำอะไรก็ไม่มีใครสนับสนุน ... อยากไปให้พ้นๆ จากงานที่ตนเองทำ อยากเปลี่ยนงาน...

การที่เราจะทำงานใดใดให้มีความสุขได้นั้น การเปลี่ยนแปลงนั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงปัจจัยภายนอกต่างๆ ได้ สิ่งที่เราพึงเปลี่ยนแปลง คือ เรื่องของภายใน เรื่องของความคิด ทัศนคติ ฝึกบอกทางบวกต่องานที่ตนเองทำ... เป็นเรื่องที่เราคนหน้างานต้องฝึก มองหาความดี ความงามของงานที่ตนเองทำ แรกๆ อาจจะฝืดๆ นึกไม่ออก หากว่าเราได้ฝึกไปเรื่อยๆ... มุมมองต่อการทำงานเราก็จะแปรเปลี่ยนเป็นพลังทางบวกมากขึ้น...

 

------------------------------------------------