...จริงอยู่ พิธีกรรมต่างๆ นี้ ถึงแม้ว่ามันไม่ใช่วิถีทางแห่งการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด แต่มันก็เป็นวิถีทางที่คนอีสานส่วนใหญ่เลือกกระทำเพื่อ..
      เมื่อบ่ายสาม วันวาน (30 มีนาคม 49) เรา 5 คน (อ ต้าร์ อ แหม่ม อ สุมาลี น้องเก๋ และ กัลยา) เราเดินทางไป บ้าน อ ต้าร์ เนื่องจาก อ ต้าร์จะไปสะเดาะเคราะห์  และทำพิธีสู่ขวัญ(ชีวิตช่วงนี้ ซวยเหลือเกิน) บรรยากาศในการทำพิธี อบอุ่นมากมีไออุ่นของความรัก ความเอาใจใส่ ของพ่อ แม่ ญาติพี่น้องเต็มบ้านเลย  นี้แหละ วัฒนธรรมอีสาน เป็นความสุขอีกแบบหนึ่ง ที่ปัจจุบันในสังคมอีสานเองก็ห่างหาย รวมทั้งหดหายไป
     และสิ่งหนึ่งที่มองเห็น และรู้สึกเสียดาย (อันนี้ความรู้สึกส่วนตัวนะคะ) รู้สึกว่า หมอสวด หมอพราหมณ์ ที่มาทำพิธี แก่มาก แต่ความจำท่านยังแม่นยำอยู่มาก ยังสามารถทำพิธีกรรมและสวดจนจบได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมาก
     แต่ก็มีสิ่งที่น่าเสียดาย ก็คือ ความรู้ในเรื่องบทสวด และพิธีกรรม รวมถึงความตระหนักในความสำคัญของพิธีกรรมเล่านี้ กำลังจะล่มสลายไปตามคนเฒ่าคนแก่ ที่ล้วนเป็นไม้ใกล้ฝั่ง จริงอยู่ พิธีกรรมต่างๆ นี้ ถึงแม้ว่ามันไม่ใช่วิถีทางแห่งการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด แต่มันก็เป็นวิถีทางที่คนอีสานส่วนใหญ่เลือกกระทำเพื่อเป็นการผ่อนปรนความไม่สบายใจ หรือ การสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่กันและกันในวงศาคณาญาติ หรือในชุมชน
นั่งพนมมือ มองดูพิธีกรรมไปแต่ในใจกำลังคิดว่า ในกระบวนการศึกษา ในกระบวนการวิจัย จะทำอย่างไร ให้สิ่งที่ดีงามเหล่านี้ยังคงอยู่ อย่างมีความหมายที่สำคัญต่อคนรุ่นใหม่ต่อไป (ฝากทุกท่านที่อ่าน โปรดช่วยคิดต่อไป)