น่าดีใจที่ได้อ่านหนังสือ เมื่อหมอเป็นมะเร็ง ของคุณหมอธันย์ (อ้างถึงท่านด้วยนามแฝงที่คุณลูกสาวผู้น่ารักของท่าน-ดาวลูกไก่ใช้ค่ะ) เพราะทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะนำความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มาเผยแพร่แบบเข้าใจง่ายๆ ตามแบบอย่างที่ท่านทำไว้ เพื่อให้คนทั่วๆไปที่ไม่อยู่ในสายวิชาชีพเราได้เข้าใจระบบของร่างกาย จะได้ช่วยอวัยวะต่างๆของเราเองให้ทำงานอย่างมีความสุขได้ดียิ่งขึ้น
ในช่วงที่คุณหมอธันย์ไปโรงพยาบาลโดยด่วนเพื่อให้ลูกศิษย์หมอๆของท่านผ่าตัดนั้น เนื่องจากท่านเป็นศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ ทำให้ท่านรู้ตัวเลยว่าอาการที่เกิดนั้นน่าจะมาจากมะเร็ง ท่านได้รำพึงกับตัวเองต่อว่าต่อมไทมัสกับต่อมน้ำเหลืองทั้งหมด ว่าทำไมเรื่องร้ายแรงแบบนี้จึงไม่รายงานให้ทราบกันแต่เนิ่นๆ แล้วท่านก็ย้อนคิดได้ว่า ระบบภูมิคุ้มกันของท่านได้เตือนมาแล้ว จากการที่ท่านตรวจพบ (จากผลการตรวจด้วยนักเทคนิคการแพทย์ ในห้องแล็บนี่แหละค่ะ) ว่าท่านมีแอนติเจนเฉพาะเซลล์มะเร็งสูงขึ้นตั้งเยอะ จาก 5 หน่วยกลายเป็น 50-60 หน่วยแล้วก็ยังมีอาการทางร่างกายให้ท่านรู้สึกได้บ้างในช่องท้อง แต่ท่านไม่ได้สนใจการเตือนเหล่านี้เท่าที่ควร จนทำให้อาการล่วงเลยมาถึงขั้นรุนแรงนั่นเอง
ทหารเอกที่ท่านกล่าวถึงเป็นชุดแรกๆในหนังสือ เมื่อหมอเป็นมะเร็ง ที่เรียกว่า เซลล์น้ำเหลืองลิมโฟไซต์นั้น มีบทบาทอย่างมากในการตรวจหามะเร็งของร่างกาย แต่ก่อนที่จะแนะนำต้องขอนำเสนออวัยวะต่างๆที่เกี่ยวข้องกับระบบนี้ซึ่งมีอยู่ทั่วร่างกายเสียก่อน ด้วยสไลด์สวยๆของสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐฯ (ซึ่งอนุญาตให้นำมาเผยแพร่ได้) ตามเคยค่ะ
ในอวัยวะเหล่านี้จะเป็นที่อยู่ของเจ้าตัวเก่ง ลิมโฟไซต์ นี่เองแหละค่ะ เป็นทั้งที่โต พัฒนาการแล้วก็ปฏิบัติงานด้วย
- เริ่มจาก"โบน แมร์โร่" หรือไขกระดูก เนื้อเยื่อในช่องกลวงตรงกลางของกระดูกนั่นเองค่ะ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดสำคัญที่สุดสำหรับเซลล์ทุกชนิดในเลือดทีเดียว รวมทั้งเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกันด้วยนะคะ
- ต่อมไทมัส อยู่ที่หลังกระดูกหน้าอก เป็นที่เติบโตของ "ที ลิมโฟไซต์" หรือ "ที เซลล์" ลิมโฟไซต์ตัวเอกอีกกลุ่มที่คุณหมอธันย์เล่าถึงไว้ค่อนข้างเยอะอีกเหมือนกัน
- "สปรีน" หรือม้ามนั่นเอง เป็นอวัยวะรูปร่างแบนๆอยู่ด้านบนซ้ายของช่องท้อง เป็นอวัยวะที่มีพื้นที่พิเศษให้เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันทั้งหลายรวมพลเพื่อต่อสู้กับแอนติเจนแปลกปลอม เช่นเดียวกับในต่อมน้ำเหลืองต่างๆ
- ส่วนกลุ่มของต่อมน้ำเหลืองจะพบกระจายอยู่หลายๆส่วน โดยเฉพาะในเยื่อบุทางเดินระบบย่อยอาหาร ทางเดินหายใจและปอด รวมทั้งต่อมทอนซิล ต่อมอะดีนอยด์แล้วก็ ไส้ติ่ง ด้วย
ดูภาพนี้แล้วคงจะพอนึกออกนะคะว่า ทำไมคุณหมอธันย์ถึงคุยกับต่อมไทมัสและต่อมน้ำเหลืองทั้งหลาย เพื่อจะถามถึงการตรวจหาเซลล์มะเร็ง ในหนังสือ เมื่อหมอเป็นมะเร็ง ตอนที่ท่านกำลังเดินทางไปโรงพยาบาล
+ หวัดดีค่ะพี่โอ๋...
+ ขำ ๆ ค่ะ...พอพี่โอ๋อธิบายเรื่องนี้เพิ่มเติม...อ๋อยต้องกางหนังสือท่านหม่อมคุณตา..อ่านใหม่แล้วก็กลับมาดูภาพที่พี่โอ๋เติมเเต็มประกอบค่ะ...สนุกมากค่ะ...
+ ทำเอาคนธรรมดา ๆ คนหนึ่ง..เข้าใจได้มากยิ่งขึ้น ๆ ไปอีกค่ะ....
+ เป็นการอ่านงานวิชาการที่สนุกที่สุดตั้งแต่อ่านมาเลยค่ะ....
+ พี่โอ๋ค่ะ...พี่โอ๋ซื้อหนังสือได้ที่ไหนค่ะ...อ๋อยจะซื้อฝากให้พี่รีค่ะ...และจะแนะนำพี่รีถึงบันทึกพี่โอ๋...ให้เขาได้อ่านประกอบควบคู่กันค่ะ...
+ คิดถึงค่ะ...เจ้าแอมแปร์ถามถึงทุกวัน...บางที่แม่ยุ่ง ๆ ก็มีขึ้นเสียงใส่ให้บ้างค่ะ...ประมาณว่าหล่อนอยากเห็น อยากได้สัมผัสมากนะค่ะ....
+ วันนี้เอายิ้มมาฝากแล้วกันค่ะ....
น้องอ๋อยคะ พี่โอ๋ก็พยายามหยิบเอาส่วนที่ท่านอาจารย์อธิบายเอาไว้มาขยายความด้วยรูปค่ะ เพราะถ้าให้อธิบายเองเลยคงจะไม่สามารถทำให้เข้าใจง่ายๆได้เหมือนที่ท่านทำเอาไว้ในหนังสือ ท่านเขียนได้สุดยอดแล้วจริงๆ
สำหรับหนังสือ พี่โอ๋จะซื้อไว้ให้นะคะ อาทิตย์นี้จะมาถึงม.อ.ไหมคะ ป้าโอ๋ก็อยากให้หนูแอมแปร์ได้สัมผัสกับของเล่นสักทีเหมือนกัน ถ้ายังไงจะให้ป้าโอ๋ส่งไปรษณีย์ด่วนให้ไหมคะ ถ้ายังมาไม่ได้จริงๆ ป้าโอ๋จะได้ส่งให้วันจันทร์นี้ อุตส่าห์ตื่นเต้นกันทั้งป้าและหลาน ป่านนี้ยังไม่ได้เล่นเล้ย...ฮือ...ฮือ...เนาะลูกเนาะ
สวัสดีค่ะ คุณพี่โอ๋ อโณ หนังสือเมื่อหมอเป็นมะเร็งอ่านยากมากทุกบทสำหรับครูต้อยมันสะเทือนมาก อ่านไม่เคยสะดวกเลยค่ะ เริ่มจากเกี่ยวกับผู้เขียน อ่านแล้วก็ให้หวลนึกถึงคุณย่าคนหนึ่ง ในตระกูลเรา ต้องวางหนังสือแล้วไปสวดมนต์ โอ๊ะ มะเร็งกัดฉัน เพียงเห็นชื่อ เหมือนขำขำ แต่เจ็บแล้ว แล้วยังเจ้าบอมบ์ของท่านผู้เขียน ที่บังเอิญชื่อมาเหมือนเจ้าบอบ ที่จากเราไปเพราะสัตว์แพทย์วินิจฉัยโรคผิดกล่าวหาว่ามันเป็นโรคเลือด ที่แท้มันเป็นโรคหัด มะเร็งกัดไม่เหมือนเห็บกัดแน่ๆ ท่านพูดถีงก้นที่ไม่มีรู ครูต้อยอ่านได้เพียงนี้ วันหลังจะกลับมาศึกษาเพิ่มเติมกับคุณพี่โอ๋คะ ขอบคุณค่ะ