ในการประกวด 10 ยอดฟันดีวัย 80 ปี ในปี 2552 นี้ เรามีการสัมภาษณ์ประสบการณ์ฟันดี ของคุณตาคุณยาย ที่มาเข้าร่วมประกวดกันด้วยค่ะ ทีมสัมภาษณ์ จะมี หมอสุณี (ผล) หมอหวี่ นนทินี น้องนก ชนิกา และดิฉัน เราไปสัมภาษณ์ท่านผู้สูงอายุกันที่ที่พัก คือ รร.ริชมอนด์ และวันที่มาประกวดจริง ผู้สูงอายุทั้งหมดที่มาร่วมการประกวด ก็ 23 ท่านค่ะ
ตอนนี้จะเป็น เรื่องประสบการณ์ของคุณยายผิว แก้วประดิษฐ์
คุณยายอายุ 81 ปี ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านสหกรณ์เขาขาว อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช มีลูก 6 คน ที่ สอ. ของสหกรณ์เขาขาว ได้ตรวจฟันของคุณยายผิว ก็บอกว่า ฟันยังสวยดีจัง ไปประกวดนะ และก็ส่งข่าวมาบอกว่า จะพายายไปจริงๆ
เรื่องของสุขภาพช่องปาก คุณยายผิว มีฟัน 32 ซี่ คุณยายไม่เคยไปทำฟัน มีแต่ไปขูดหินปูน ครั้งหรือ 2 ครั้ง ที่สถานีอนามัย 2-3 ปีที่ผ่านมา เพราะไม่เคยปวดฟัน
วิถีชีวิตของคุณยาย คุณยายทำนามาตั้งแต่เด็ก อาหารการกิน ก็กินผักที่ปลูกเอง กินปลาในนา และมาทำปลาเค็ม ทำอาหารกิน เท่ากับได้รับประทานของที่ไม่เป็นสารพิษ คุณยายบอกว่า ได้กินของที่มีประโยชน์มาก ตอนที่อยู่ปากพนัง แต่ตอนนี้ย้ายมาอยู่ที่ทุ่งสง ก็ปลูกผักเองด้วย แต่ไม่ทุกอย่าง ต้องซื้อเขากินด้วย ตอนนี้อยู่ที่ทุ่งสงก็ต้องเลือกของกิน ก็คือ เลือกผักชนิดที่เขาไม่ค่อยฉีดยา เช่น แตงกวาเล็กๆ และถั่วไร่ ผักตำลึง ผักหวาน มะละกอ ถ้าของกินที่อาจจะมีฉีดยา ก็จะเลือกที่ไม่สวยงามมากเกินไป และต้องเอาไปแช่น้ำเกลือนานๆ ก็คงลดสารพิษไปได้
อาหารการกิน ลูกสาวเป็นคนทำอาหารให้กิน ให้แม่ชิมให้มีรสกลมกล่อม ไม่เค็มจัด ไม่เปรี้ยวจัด ไม่หวานจัด คุณยายไม่ชอบรับประทานของหวาน ไม่รับประทานของเค็ม อาหารที่ชอบ คือ ปลา เพราะกินมาตั้งแต่เล็กจนโต ส่วนใหญ่จะมาทำแกงส้ม ต้ม หรือทอด แต่ตอนนี้หมอไม่ให้กินของทอด ก็จะทำนึ่งบ๊วย และบางทีก็ทำปลาแห้งกินเอง โดยมาแผ่ใส่เกลือ และตาก
อาหารว่างเป็นพวกผลไม้ ที่สวนมีชมพู่ มังคุด ฝรั่ง มะละกอ กล้วย ถ้าซื้อผลไม้ ส่วนมากก็ทับทิม แอปเปิ้ล
เวลาที่กินอาหาร จะกิน 3 มื้อ กินทีละน้อยๆ บางทีตอนกลางคืน ถ้าตอนเย็นกินไม่มาก จะมาหาอาหารมื้อดึก เช่น แบรนด์ ซุบไก่สกัด โอวัลติน นมแอลลีน รับประทานเพิ่ม
โรคประจำตัวจะเป็นความดันโลหิตสูง แต่ไปหาหมอตามนัดตลอด 2-3 เดือน หมอนัดครั้งหนึ่ง และถ้าหมดยาก็ไปอนามัย ก็จะมียาเหมือนกันกับที่ รพ. เพราะว่าอนามัยอยู่ใกล้บ้าน
ในเรื่องการดูแลสุขภาพช่องปาก คุณยายแปรงฟันด้วยเกลือตั้งแต่เรียนหนังสือ เพราะเมื่อก่อนอยู่ทุ่งนา หาซื้อแปรงสีฟันยาก แม่ก็เลยบอกให้แปรงฟันโดยใช้เกลือ โดยเอาเกลือก้อนมาบด เวลาแปรงฟันให้เอาแปรงแตะ มาถูฟันไปมา พอหมดก็บ้วนทิ้ง และจิ้มเกลือมาทำความสะอาดฟันอีกครั้ง จะรักษาฟัน
พอแยกครอบครัวมา ไปไหนต่อไหนได้ ก็ซื้อแปรงสีฟันมาใช้ ตามที่ได้เห็นจากโฆษณา และใช้ยาสีฟันสมุนไพรดอกบัวคู่บ้าง สุภาภรณ์บ้าง ลักษณะจะคล้ายเกลือ แต่ไม่จัดเท่าไรนัก ก็นำมาใช้ได้
คุณยายจะแปรงฟันตอนเช้า และก่อนนอน โดยใช้แปรงขนนิ่ม และแปรงลิ้นทุกครั้ง
ประสบการณ์ในเรื่องการกินหมาก คุณยายบอกว่า เคยกิน เป็นการกินตามเพื่อน เห็นเพื่อนกิน แต่พอกินแล้วรู้สึกแสบลิ้น ก็เลยไม่กิน แต่บางทีก็ใช้เปลือกหมาก ที่แม่กิน เห็นแม่เอาเปลือกหมากมาทำความสะอาดฟัน ก็ทำตาม ถ้าถามว่า กินหมากอร่อยไหม ก็ไม่อร่อย เพราะว่า ถ้าถูกปูนเยอะ ปากจะแตกไปเลย
แต่การกินหมากจะสนุก เพราะที่นครศรีธรรมราช เวลาเขาร่วมวงสังคมกัน จะยกพานหมากมาตั้งทุกโต๊ะ เขาจะกินหมากกัน ก็ถามว่า ถ้าคนแก่ไม่นั่งกินหมาก แล้วจะนั่งทำอะไร เขาบอกว่า ฟันทน อีกลักษณะหนึ่งก็คือ บางทีปูนมาเกาะที่ฟัน ทำให้ฟันดำ และแกะออกไม่ได้ ทำให้ฟันหักไปทั้งดำเลย
คุณยายไปพบหมอฟันทุกปี เพื่อตรวจว่า ฟันจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่จากการสำรวจด้วยตัวเองก็รู้ว่า ของตัวเองไม่เจ็บไม่เสียว แต่หมอนัดก็ต้องไป เพื่อไปตรวจ แต่หมอก็บอกว่า คุณยายโชคดีที่มีฟันดี เพราะว่ารักษาดี
คุณยายบอกว่า หลักในการดูแลฟันของคุณยายนั้น เมื่อก่อนก็ไม่ได้คิดอะไร แต่เป็นการปฏิบัติมาอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ปฏิบัติมาอย่างนั้นตลอด ก็เลยอยู่ปกติมาอย่างนี้ แต่นั่นคือ หลักของการปฏิบัติของคุณยายตลอดมา นั่นก็คือ "แปรงฟันทุกวันไม่ละเลย ทำความสะอาดฟันทุกวัน เช้าและก่อนนอน กินผัก"
เมื่อได้กลับไปที่บ้านแล้ว คุณยายบอกว่า เคยมีประสบการณ์เป็น ผสส. มาแล้วกว่า 2 ปี และตอนนี้ก็อยู่ในกลุ่มแม่บ้านเขาขาว รวมกลุ่มทำเครื่องแกง ในโครงการอยู่ดีมีสุข โครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ให้ทำสบู่เหลว น้ำยาซักผ้า ครีมนวดดอกอัญชัญ น้ำยาปรับผ้านุ่ม ทำแล้วขายกันเองในหมู่บ้าน ในชุมชน ถ้ามีงานใหญ่ ก็จะมีคนมาสั่งหลายๆ กก. ถ้ามีเวทีเรื่องสุขภาพก็จะมีที่สถานีอนามัย หมอจะประชุมบ่อย แต่จำเพาะเจาะจงเรื่องฟันจริงๆ นั้น ก็ไม่ค่อยเน้นเท่าไร
ถ้าพูดแนะนำก็คือ "เราคิดแล้วว่า ฟันจะอยู่กับร่างกายของเราตลอดไป ถ้าฟันดีเรากินอาหารได้ดี สุขภาพก็จะดี อยู่กับตัวเราที่เห็นอยู่"
คุณยายก็ได้สอนให้ลูกหลานได้ฟังว่า ยายอายุขนาดนี้แล้ว ฟันของยายยังไม่หักเลย พวกเด็กถ้ากินลูกอม ของหวาน ฟันจะอยู่ได้กี่วันละลูก ถ้าฟันตรงนี้ไปแล้ว ไปใช้ฟันอย่างอื่น จะไม่เหมือนของแท้ ไม่เหมือนของยายหรอก ก็จะพูดให้ลูกหลานได้ฟัง
รวมเรื่องคนไทยฟันดี สดุดีสมเด็จย่า