นิสิตกับครู

มองต่างมุม คราวนี้เดินทางมาถึงตอนที่ 3 เข้าไปแล้ว ถ้าหากย้อนกลับไปในตอนเก่าๆ ผู้เขียนมักจะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับนิสิตทันตแพทย์ ที่ต้องชวนให้มองต่างมุมบ่อยๆ

ในคณะทันตแพทยศาสตร์นั้น มีการฝึกฝนคุณหมอนิสิตให้ปฏิบัติงานรักษาทางทันตกรรมให้กับผู้ป่วย (จริงๆ ผู้เขียนก็ไม่อยากจะใช้คำว่า “ผู้ป่วย” กับผู้ที่มาทำฟันเท่าไรนัก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะใช้คำอะไรแทนจึงจะเหมาะสม) โดยมีกำหนดปริมาณงานขั้นต่ำ (minimum requirement) เอาไว้ ว่าควรจะทำงานชนิดหนึ่งๆ ในปริมาณเท่าไรจึงจะผ่านเกณฑ์ ซึ่งถ้าหากนิสิตทำงานได้ไม่ครบตามจำนวนที่ตั้งไว้ ก็จะถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์ซึ่งที่ผ่านมาก็พบว่ามีนิสิตทันตแพทย์ (นทพ.) จำนวนหนึ่งทำงานได้ไม่ครบตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้

ด้วยความที่ตัวเองเป็นครู ก็มักจะจู้จี้ ขี้บ่นไปตามเรื่อง (ไม่ทราบว่าคุณครูท่านอื่นจะเป็นเหมือนกันหรือเปล่า) เวลาที่นิสิต NP (no patient) เพราะคนไข้ไม่มาก็มักจะหันไปบ่นเชิงตั้งคำถามกับเพื่อนครูบ่อยๆ ว่า “ทำไมนิสิตจึงไม่ใส่ใจ หรือขวนขวายหา/ติดต่อผู้ป่วยมาทำ มัวมานั่งว่างๆ แล้วงานมันจะเสร็จทันเวลาหรือ? แล้วพอถึงเวลาสิ้นภาคการศึกษาก็ต้องมาวิ่งวุ่น หาเคสมาทำเพิ่มกันให้จ้าละวั่น”เพื่อนครูในคณะก็มักจะพยักเพยิดเห็นด้วย ระคนเบื่อละอากับอาการ “ว่างงาน” ของนิสิต

 

อารัมภบทมาเสียเนินนาน.. วันนี้ มีโอกาสเปิดโลกทัศน์ใหม่ เนื่องจากได้คุยกับ นทพ. คนหนึ่งที่เล่าถึงผู้ป่วยของตนเองเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาว่า ผู้ป่วยหญิง มาทำฟันปลอมอันบนและอันล่างกับนิสิตตอนเรียนชั้นปี 4 (งานฟันปลอมถือว่าเป็นงานที่นิสิตทำได้ครบตามเกณฑ์น้อยที่สุด) ในช่วงแรกผู้ป่วยก็มาทำการรักษาตามนัดเป็นอย่างดี แต่พอนานไปผู้ป่วยก็เริ่มผิดนัด บางครั้งนัดมาเช้าผู้ป่วยก็มาถึงตอนเที่ยง (ผู้เขียนก็แอบนึกแทรกขึ้นมาในใจทันทีว่า ก็เธอไม่นัดเวลาเขาให้ดีๆ ล่ะ) ซ้ำร้ายบางครั้งผู้ป่วยกลับเบี้ยวนัดไปซะงั้น พอผู้ป่วยหายไปได้ 2-3 สัปดาห์โดยที่ นทพ.ติดต่อ (ทางโทรศัพท์) ไม่ได้ เขาจึงลงทุนขับรถตามไปถึงบ้านของผู้ป่วยที่ระบุในแฟ้มประวัติว่าอยู่ อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย

เมื่อไปถึงที่นั่น กลับพบว่าผู้ป่วยไม่ได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านนั้น มีเพียงแม่ของเธอที่ออกมาบอก นทพ.ว่า ผู้ป่วยย้ายไปอยู่กับสามีที่ อ.บางระกำตั้งนานแล้ว นทพ.จึงกลับมาตั้งหลักที่มหาวิทยาลัยใหม่ พร้อมกับย้อนคิดไปว่า ผู้ป่วยเคยบอกว่าบ้านอยู่แถวๆ วัดใหม่เจริญธรรม (ซึ่งตั้งอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้)

ด้วยความที่คณะทันตแพทยศาสตร์ของเรานั้น เป็นคณะทันตะฯ น้องใหม่ จำนวนผู้ป่วยที่จะมาทำการรักษากับนทพ. จึงยังคงมีไม่มากนัก จะเปลี่ยนผู้ป่วยเคสใหม่ก็อาจจะไม่ทันแล้ว นทพ.จึงต้องพยายามตามผู้ป่วยรายนี้มาทำการรักษาต่อให้ได้ เขาจึงชักชวนเพื่อนร่วมชั้นนั่งรถไปด้วยกันเพื่อออกตามหาผู้ป่วยรายนี้ ซึ่งก็ต้องถามทางชาวบ้านไปตลอดว่าวัดใหม่เจริญธรรมนี้มันตั้งอยู่ตรงส่วนไหนของ อ.บางระกำกันแน่ ซึ่ง นทพ. ก็เล่าต่อว่า กว่าจะหาบ้านเจอไมล์หน้ารถก็บอกว่าออกมาจากมอตั้ง 50-60 กม. นั่นไปแล้ว

เมื่อไปถึง ผู้ป่วยก็เล่าให้ฟังว่าโทรศัพท์ที่ นทพ.เคยใช้ติดต่อนั้น เป็นเบอร์ของลูกชายที่ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน เวลาที่ นทพ.โทรนัดก็ต้องรอให้ลูกชายมาบอก หลังๆ เขาอาจจะขี้เกียจเข้ามาบอก เลยทำให้ไม่รู้ว่า นทพ.นัด จึงไม่ได้มาทำการรักษาต่อ

หลังจากนั้น เวลาที่ นทพ.จะนัดผู้ป่วยรายนี้เพื่อมาทำฟันปลอม นิสิตจะต้องเดินทางไปบอกผู้ป่วยที่บ้านเป็นระยะทาง 50 กว่ากิโลเมตร ก่อนวันนัด 1 วัน เพื่อให้ผู้ป่วยมาทำการรักษา

ท่านผู้อ่านลองทายใจผู้เป็นครูซิว่า

“ในช่วงที่ผู้ป่วยหายไปเพราะนิสิตติดต่อไม่ได้ ผู้เป็นครูจะแอบตำหนินิสิตผู้นั้นว่าอย่างไร?”   

£®ÊÀæ๛‡ßØæ†๛Ø ÊÀæ๛‡ßØæŒæ๛‡ßØæ†Ø£ ÊÀæ๛‡ßØæ†ƒ¥Ø

Œæ๛‡ßØæ†Ø£ ÊÀæ๛‡ßØæ†ƒ¥Ø Œæ๛‡ßØæ†Ø£ ÊÀæ๛‡ßØæ†ƒ¥Ø

เป็นอย่างไรบ้างคะ อ่านแล้วรู้สึกเห็นใจนิสิตทันตแพทย์ขึ้นมากันบ้างไหม ?