วันก่อนถามลูกสาวเรื่องเขาไปทำงานคลุกคลีกับหน่วยราชการบางแห่ง ว่าเขาได้เรียนรู้อะไรบ้าง เขาเล่าเรื่องที่ผมสรุปว่าหน่วยงานนั้นทำงานแบบเลี้ยงลูกให้ไม่โต เพราะถ้าลูกโตไปเป็นตัวของตัวเอง พ่อแม่ก็จะไม่มีอะไรทำ
“พ่อแม่” ในที่นี้ หมายถึงหน่วยราชการครับ และ “ลูก” หมายถึงชุมชนหรือชาวบ้าน
หน่วยราชการเมื่อตั้งแล้ว ก็ยุบยาก แม้ควรจะหมดหน้าที่ไปตั้งนานแล้ว ก็ยังหาเหตุผลที่จะดำรงอยู่ โดยเบื้องหลังคือถ้ายุบคนก็ต้องย้ายงานหรือตกงาน แต่นั่นยังไม่ใช่ข้อเสียหายร้ายแรง
ข้อเสียหายร้ายแรงก็คือ เพื่อการดำรงอยู่ของหน่วยงาน ก็ต้องไปสนับสนุนชาวบ้านแบบให้เขาต้องพึ่งพาหน่วยราชการอยู่เรื่อยไป ไม่สนับสนุนแบบให้แข็งแรงช่วยตัวเองได้
ด้วยเหตุนี้ หลายหน่วยงานจึงเลือกทำงานแบบ ถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือเข้าไปสอนชาวบ้าน ยากที่จะหันมาใช้ KM ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเองของชาวบ้าน เพราะกลัว “ลูกจะโต”
ผมคิดในแง่ร้ายเกินไปหรือเปล่า
วิจารณ์ พานิช
๑๒ ต.ค. ๕๑
ในแวดวงการทำงาน และ การเรียนการสอนก็เช่นเดียวกันค่ะ "เลี้ยงลูกไม่ให้โต"
ในหน่วยงานบางแห่งคนกลัวความสำคัญลดลงไปทำให้ไม่อยากสอนใคร
เจอในหน่วยงานของตัวเองเหมือนกันค่ะ พยายามแก้แต่ไม่สำเหร็จ
คนทำงานที่กลัวความสำคัญของตนเองลดลงไปก็ทำแบบนี้ล่ะคะ บ้านเมืองเราจึงไม่ได้รับการพัฒนาซักที
คนทำงานที่กลัวความสำคัญของตนเองลดลงไปก็ทำแบบนี้ล่ะคะ บ้านเมืองเราจึงไม่ได้รับการพัฒนาซักที
เลี้ยงลูกไม่ให้โต สอนแบบครึ่งๆ กลางๆ เลยทำอะไรไม่เป็นค่ะ
คนให้ก็ไม่พร้อม คนรับก็ไม่พร้อม เลย ไม่โตค่ะ
มันเป็นเช่นนั้นจริงๆกับหน่วยงานบางหน่วยค่ะ