ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งนำตา

กิจกรรมของนักศึกษา เรียนรู้การจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน จะต้องทำอย่างไร

บรรยายโดย  ดร.เสรี  พงษ์พิศ

ภัยจากประตูรถ หรือประตูบ้าน

ภัยและปัญหา: ไม่ว่าจะเป็นประตูบ้านหรือประตูรถ  ผู้คนมักจะไม่ค่อยให้ความสำคัญ หลงลืมกันง่ายๆ จนถึงคราววิกฤตนั่นแหละจึงเห็นความสำคัญ.....ไม่น่าเลย

พ่อไม่ล็อกประตูรถ ปล่อยให้ลูกชายเล็กๆดึงล็อกเล่น ดีงไปดีงมาประตูรถเปิด.....

ลูกชายก็หล่น ตกตุ๊บลงมา......อะไรมันจะเหลือ  นอกจากหัวและสมองที่ยับเยิน เพราะรถวิ่งสวนมา หรืออย่างรายที่เด็กอนุบาลหล่นจากรถ เพราะประตูข้างของรถตู้เปิดออก เนื่องจากคนขับไม่ได้ล็อคประตูให้สนิทก็เช่นกัน ยังมีตัวอย่างอุบัติเหตุอีกมากมายที่เกิดจากประตู.....สิ่งที่คนคิดว่าเหลือเชื่อ  มักจะเป็นความเชื่อที่เจ็บปวดได้ในภายหลังเสมอ ประตูนั้นสำคัญไฉน อรรถธิบายที่กล่าวมาคงตอบคำถามท่านไปแล้ว ที่ยังเหลือเป็นคำถามค้างอยู่  คือ ท่านยังรอเวลานั้นอยู่หรือเปล่า?

เทคนิคหนึ่งในบัญญัติ 8 ประการ ของความปลอดภัยก่อนออกรถ

 กล่าวถึง ประตู ไว้ว่า

  1. เมื่อขึ้นรถแล้วล็อคประตูทันที อ้อยอิ่งหรือทิ้งไว้นานๆมันเสี่ยงต่อการหลงลืม หากมีเซ็นทรัลล็อค ก็สามารถจัดการได้ด้วยตนเอง หากไม่มีเซ็นทรัลล็อค และปลดล็อคเมื่อดับเครื่องยนต์ก็ไม่เป็นไร ปล่อยให้มันทำของมันไป  อย่าไปขัดใจมัน แต่ท่านนั้นต้องตรวจสอบเองอีกครั้งก่อนออกรถ อาจมีผู้เถียงว่ามันมีสัญญาณเตือนเมื่อประตูปิดไม่สนิท  อยากจะเถียงกลับไปว่ามันไม่มีทุกยี่ห้อ ทุกรุ่นหรอก ถึงมีสัญญาณเตือนก็จริง ก็ถามกันตรงๆละว่าผู้ขับขี่ได้ตรวจดูสัญญาณทั้งหลายทุกครั้งและทุกคน ก่อนออกรถหรือระหว่างขับรถสมำเสมอจริงหรือ ขนาดสัญญาณเบรกมือยังลากกันเสียจนถึงปลายทางก็มี..ไม่มีอะไรดีไปกว่า ฝึกจำ ฝึกทำ ฝึกปฏิบัติให้ติดเป็นนิสัย

  2. ก่อนออกจากรถ เช็คจากกระจกทุกด้าน อีกครั้งว่าประตูทุกประตูปิดสนิทแล้วหรือยัง(ดูร่องระหว่างประตู) ตัดภัยบางสิ่งที่ตัดได้เสียแต่ต้นทาง จะได้ไม่ต้องพะวง เอาเวลาไว้ค้นหาภัยและผจญภัยที่มีมากในหนทางข้างหน้า รอบคอบและเสียเวลาเพียงน้อยนิด คิดว่าคุ้มเกินคุ้มกับชีวิตและความปลอดภัย ต้องขอเตือนเป็นพิเศษกับท่านหญิงที่ต้องขับรถ อันตรายของท่านมีมากกว่าบุรุษ ล็อคประตูเสียเถอะคะ  ด้วยความปรารถนาดีจากเจ้าของบล็อคคะ