คณะเราออกเดินทางจากจังหวัดลำปาง โดยมีเป้าหมายที่โรงเรียนบุ่งคล้านคร จ.หนองคาย เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ล้อหมุนจากปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ก่อนถึงโรงเรียนแลมป์เทค เพราะว่าปั๊มนี้ให้น้ำฟรี 2 ขวด สำหรับการเติมน้ำมัน 1 พันบาท ซึ่งถือว่าดีกว่าปั๊มเอสโซ่อื่น ที่ให้แค่ขวดเดียว ท่านผอ.ขับยาวคนเดียวจนถึงจังหวัดอุตรดิตถ์ แวะเข้าห้องน้ำ กินกาแฟร้อนๆสำหรับ ผอ. ส่วนผมกับครูวิรัตน์ ก็ไปแวะหาซื้อของฝาก จากนั้นก็ออกเดินทางกันต่อ ผ่านอำเภอทองแสนขัน ชาติตระการ นครไทย และแวะทานอาหารกลางวันที่อำเภอภูเรือ อ้อลืมไป พวกเราแวะสักการะ พระธาตุศรีสองรัก ที่อำเภอด่านซ้ายก่อน แล้วก็ชมทัศนียภาพของภูเรือ ก็พบความจริงว่า ไม้ดอกไม้ประดับทั้งหลายที่ขายอยู่หน้า บิ๊กซี มาจากแหล่งนี้เอง อาจเป็นเพราะว่า อำเภอภูเรือมีอากาศที่เหมาะสมสำหรับการเพาะพันธุ์ไม้ขาย สูดอากาศอันบริสุทธิ์ที่ภูเรือแล้ว ก็เริ่มเข้าสู่ จังหวัดเลย แวะจอดลดนำหนักพร้อมกับเติมน้ำมันที่ปั๊ม ปตท.อีก 1,050 บาท บวกกับเติมมาจากลำปางอีก 1,000 บาท รวมเป็น 2,050 บาท สำหรับการมาหนองคายรอบบนี้ พวกเราเลือกเส้นทาง เลย เชียงคาน ปากชม สังคม ศรีเชียงใหม่ ท่าบ่อ เข้าสู่หนองคาย เพราะอยากชื่นชมบรรยากาศเลียบเลาะฝั่งโขง ความจริงแล้ว เคยมากับคณะของ อบต.บ้านเสด็จครั้งหนึ่ง ตอนมาศึกษาดูงานที่เทศบาลหนองคาย แต่ตอนนั้นเป็นเวลากลางคืน มัวแต่นั่งคิดเลขกันก็เลยไม่เห็น วันนี้เราเลียบฝั่งโขงจริง เพราะบางช่วงของถนน ถูกน้ำโขงกัดเซาะตลิ่งฝั่งไทยเสียหายจนน่ากลัว แต่ก็สามารถนำพาคณะเรามาเห็นขบวนประกวดธิดากล้วยน้ำว้าอะไรประมาณนี้ที่อำเภอสังคม น่าสนุกดี พอถึงอำเภอศรีเชียงใหม่ซึ่งตรงข้ามกับเวียงจันทน์ ก็แปลกใจว่าทำไมไม่สร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวที่ศรีเชียงใหม่ เพราะใกล้กว่า แต่อาจจะเป็นเพราะต้องสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวจังหวัดก่อนก็เป็นได้ พอมาถึงตัวจังหวัดหนองคาย เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา มุ่งหน้าสู่อำเภอบึงกาฬดีกว่า สงสัยท่าน ผอ.คงจะหิวแล้ว จึงแวะจอดรถถามตำรวจจราจร ที่อำเภอปากคาด ว่าร้านอาหารตามสั่ง ที่พอจะกินได้อยู่แถวไหน คุณตำรวจก็ใจดีบอกให้พวกเรากลับรถย้อนไปหาร้านที่ชื่อใบบัวโภชนา ปรากฎว่าไปหายังไงก็หาไม่เจอ ก็เลยแวะที่ร้านฉะหนั่นโภชนา เพราะว่ามีอยู่ร้านเดียว นอกนั้นเป็นก๋วยเตี่ยวแชมป์ โกเด้ง ชายสี่อะไรประมาณนี้ เพราะบริโภคอาหารเย็นเสร็จ มีป้ายเล็กๆตั้งอยู่ใกล้กับโต๊ะที่เรานั่งอยู่ รู้ไหม ป้ายนี้เขียนชื่อว่า "ใบบัวโภชนา" ตกลงร้านนี้มีสองชื่อ ได้เวลาเดินทางเข้าสู่ที่พัก ทรายเงินรีสอร์ทแล้ว นอนให้สบายก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน
ตื่นเช้าขึ้นมาวันที่ 12 ต.ค.51 ก่อนเข้าไปทำงานที่บุ่งคล้า แวะหาอาหารเช้ากินก่อนดีกว่า ก็วนรถอยู่ในตลาด สอง-สามรอบ ก็ไม่พบร้านต้มเลือดหมูตามที่ตั้งใจไว้ก่อนนอน ก้เลยแก้ขัดแวะร้านอาหารปักษ์ใต้ ที่ใกล้ธนาคารกสิกรไทย สาขาบึงกาฬ ปกติไม่ค่อยพิสมัยอาหารใต้เท่าไหร่ เพราะรสชาติเผ็ดร้อนเกินไป แต่ ณ เวลานี้ เลือกไม่ได้แล้ว ก็เลยบริโภคเต็มที่ หมดไป 170 บาท ซึ่งถูกกว่า อาหารกลางวันที่ภูเรือ และ อาหารเย็นที่ปากคาด ตั้งแต่นี้ไปไม่กลัวอาหารปักษ์ใต้แล้ว กินอิ่มได้เวลาเดินทางสู่บุ่งคล้า พวกเราเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพที่เห็น คือ การปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมัน ที่เต็มสองข้างทางสู่บุ่งคล้า คงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่แล้ว เหมือนกับตอนที่เรียนหนังสือ ว่ายางพาราปลูกได้เฉพาะภาคใต้ แต่เดี๋ยวนี้ปลูกได้ทุกภาค ก็ฉุกคิดอีกว่า เดี๋ยวนี้โลกของเรา ภาวะโลกร้อนทำให้อุณหภูมิของโลกแปรปรวนไปหมด จากที่ไม่สามารถปลูกได้ก็ปลูกได้หมด เราคงต้องตระหนักให้มากว่านี่ใกล้ถึงเวลาที่ธรรมชาติจะเอาคืนจากมนุษย์เราบ้างแล้ว แต่เดิมเคยนึกภาพตอนเรียนประถมศึกษา ครูบอกว่า อีสานแห้งแล้ง ดินไม่อุ้มน้ำ มาวันนี้ที่หนองคายต้องเปลี่ยนใจแล้ว ที่หนองคายดูอุดมสมบูรณ์ พืชพรรณธรรมชาติเขียวชอุ่มไปหมด คงต้องกลับไปบอกลูกๆที่บ้าน ว่า โอกาสหน้าเผื่อมีเวลา จะพาครอบครัวมาเยี่ยมพวกพ้องเราที่อีสานบ้าง เดินทางถึงโรงเรียนบุ่งคล้านคร พบ รองฯชูชาติ กำลังง่วนกับการจัดสวน ผอ.นิพนธ์ให้กับต้อนรับเป็นอย่างดี นึกย้อนไปเมื่อปี 2546 ผอ.นิพนธ์ ไปเป็นพี่เลี้ยงในการอบรมหลักสูตรผู้ช่วยผู้บริหาร ที่ โรงแรมริเวอร์ไซด์ กทม. ไม่ได้คุ้นเคยกับท่านมากนัก เพราะเป็นพี้เลี้ยงอีกรุ่นหนึ่ง แต่เราก็รู้จักกันทำกิจกรรมร่วมกัน ก็คงเป็นพี้เลี้ยงคนเดียวละมั้งที่โชคดีที่สุด เพราะตอนกลับจากอบรม ท่านได้รับรถตู้ฟรีมาหนึ่งคัน จาก ผอ.โรงเรียนสายปัญญารังสิต นึกไม่ถึงว่าจะได้มาร่วมงานกันอีก ในนามของโรงเรียนแกนนำไอซีที วันนี้เราทำงานกันจนมืด ถึงเวลาอาหารเย็นก็ยังไม่ยอมเลิก รอให้งานเสร็จก่อน คืนวันลองไฟ ก็นั่งพาข้าวแลงกัน สาม-สี่โรงเรียน ร้องเพลงกันไป ใครไม่ร้องก็ดื่ม กิน จนเกือบจะสามทุ่มครึ่ง คณะของพวกเรารวมทั้งหลายๆโรงเรียนก็เดินทางกลับที่พักที่อำเภอบึงกาฬ เพื่อรอประชุมอย่างเป็นทางการไนวันรุ่งขึ้น ผอ.บอกว่า พรุ่งนี้เช้า 06.45 น. ล้อหมุน เราจะไปรับอาหารเช้าที่บุ่งคล้า เราต่อรองเป็นเวลา 07.00 น. ที่ไหนได้ 07.00 น.ก็ยังไม่ได้ออกจากที่พักเลย เพราะมีหลายคณะมาเจอกันตอนเช้า ก็เลยออกเดินทางมาพร้อมกัน และมารับประทาน Breakfast ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆที่บุ่งคล้านคร และเข้าร่วมประชุมสัมมนาในภาคเช้า ตอนบ่ายก็แยกกันตามห้องคอมพิวเตอร์ฝึกหัดทำ Block ของ ผอ.บรรจง แต่ห้องแคบมาก คนเยอะ ก็เลยแอบมาทบทวนการเขียน Block ที่ห้องคอมพิวเตอร์ 2 ก็มีพื้นฐานอยู่บ้าง โดยได้รับการอนุเคราะห์จากครูวิเคราะห์มาทบทวนให้ใหม่ ก็เริ่มเข้าที่แล้ว แต่ต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ทิ้งไว้นานเดี๋ยวจะลืม ระหว่างนี้ก็นั่งรอเวลาสำหรับ Party เย็นนี้ น่าจะสนุก มีการทดลองเครื่องเสียงตั้งแต่บ่ายแล้ว
สวัสดีครับบันทึกได้ดีครับ
บรรยายเสียเห็นภาพโดยไม่ต้องจินตนาการเลยค่ะ
แวะมาทักทายครับจากครูเลย