รุ่งเช้าตื่นแต่เช้าและรีบออกเดินทางไปยัง Heaphy track ซึ่งใช้เวลาในการเดินจากที่จอดรถยังที่พักประมาณ 5 ชั่วโมง ทีมที่เดินเร็วก็ออกตัวกันก่อนและนัดเจอกันครึ่งทางตอนมื้อกลางวัน เราเดินช้าสุดโดยไม่รู้ตัว เดินเพลิดเพลินชมธรรมชาติ เหมือนเดินคนเดียวในป่า จนเพื่อนต้องเดินกลับมาตามว่าหายไปไหน ระหว่างทางอาจารย์ก็อธิบายเรื่องต้นไม้ให้ฟัง เช่น ปาล์ม nikau ซึ่งแปลว่าไม่มีลูกมะพร้าว เพราะต้นปาล์มนี้ดูไกลๆเหมือนต้นมะพร้าวแต่ไม่มีลูกที่โตเหมือนมะพร้าว เจอต้น Kawakawa ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับต้นพริกไทย

บริเวณที่จอดรถ ทางเดินช่วงแรก
ทางเดินมีหลายแบบช่วงแรกในป่ามีหญ้ามอสและเฟิร์นเต็มไปหมด เจอนก bell bird, wood pigeon บางช่วงก็ข้ามสะพาน ต่อจากนั้นก็เป็นทางเดินริมทะเล สวยมาก แล้วก็เข้าป่าอีกช่วงนี้จะมีปาล์ม Nikao เยอะมาก บางคนก็ลงไปเดินบนหาดทราย แต่เดินยากและเหนื่อยกว่าเดินตามเส้นทาง อาจารย์ตรวจสอบเวลาน้ำขึ้นแล้วปลอดภัย เพราะถ้าช่วงเวลาน้ำขึ้นและคลื่นแรง ทางเดินช่วงริมหาดจะค่อนข้างอันตราย

ในที่สุดก็ถึงที่พัก Heaphy hut เพื่อนๆ ก็เริ่มเอาฟืนใส่เตาผิง บางคนก็เดินเล่น เราปวดเท้าไปหมด แต่ก็อยากออกมาดูรอบๆ ที่พัก ด้านหน้าที่พักเป็นหาดก็เลยถอดรองเท้าออกมาเดินเล่น

Heaphy Hut บริเวณหน้าที่พัก
เดินเล่นได้สักพักก็มานั่งใกล้ๆ ที่พัก ปรากฎว่าเจอ Sand fly กัด เลือดซิบเลย ต้องวิ่งกลับเข้าไปในที่พัก กลางคืนก็นวดเท้าเตรียมตัวเดินกลับวันพรุ่งนี้เช้า เท้าถลอกปอกเปิด แถมคันจากที่ Sand fly กัดด้วย แต่ก็นอนหลับสบายดีไม่หนาวมาก เพราะเลือกที่นอนใกล้เตาผิง
รุ่งเช้ารีบตื่นกันแต่เช้าเพื่อเดินกลับมายังที่จอดรถ วิวตอนเช้าก็สวยไปอีกแบบ

ต้นปาล์ม Nikau นก Shag ไม่รู้ประชุมอะไรกัน
เราถึงที่จอดรถ หลังสุดเช่นเคย เซ็งจริง เพื่อนๆ นั่งต้มกาแฟกินกันแล้ว พวกนี้ขนอุปกรณ์ครบครัน เตาเอย หม้อต้มน้ำเอย แบกกันมาหมด บางคนยังแถมแบกขยะและอาหารที่เหลือจากที่พักมาด้วย เก่งจริงๆ
กลับถึง Greymouth หมดแรงสุดๆ แต่ยังต้องช่วยกันทำความสะอาดและล้างรถก่อนกลับที่พัก ถึงที่พักก็อาบน้ำอย่างชุ่มปอด จากนั้นก็สลบเหมือด