ความโกรธไม่ได้ให้อะไรที่เป็นคุณค่าแก่ชีวิต ส่วนหนึ่งของข้อเขียนโดย บ.ส. ษิริ บุณยภาค

ใครไม่เคยโกรธเลยยกมือขึ้น   ไม่มีแน่ๆ ขืนถามแบบนี้   อย่างนั้นเอาใหม่ขอถามว่ามีใครบ้างที่ปีที่แล้วไม่โกรธอะไรเลย  ถ้าเพื่อนท่านใดไม่โกรธอะไรเลยในปีที่ผ่านมา  โปรดอีเมล์ชื่อและที่อยู่มาให้บัวหลวงด่วน  บัวหลวงจะรีบส่งของขวัญไปให้ในฐานะบุคคลที่น่าเชิดชู

ทำไมการเป็นผู้ไม่โกรธ  หรือระงับความโกรธได้ทัน (เห็นอารมณ์โกรธมากระทบและมีสติรับมือ) ได้ทันจึงเป็นผู้มีความสามารถล่ะ   เมื่อก่อนบัวหลวงเป็นคนขี้โมโหเหมือนกันนะ  แต่เป็นพวกกดอารมณ์  เมื่อโดนคนต่อว่าแล้วปฏิกิริิยาแรกคือยิ้มให้ (แต่ในใจนั้นเดือดปุดๆ)  ไม่แสดงออกก็จริงแต่่ก่อนที่จะได้เรียนรู้เคล็ดลับที่ทำให้เป็นคนไม่ถือโกรธได้ขนาดนี้  ก็เสียเงินไปกับค่าซ้อมยิงในสนามยิงปืนมาหลายพันแล้วล่ะนะ 

ครั้งแรกที่ได้เข้ามาเรียนรู้จักการปฏิบัติธรรมครั้งแรก(แบบสนใจเอง) เริ่มต้นเมื่อปลายปี 2006 ปีที่เกิดคลื่นยักษ์สึนามิถล่มภาคใต้ของไทย  ปรกติบัวหลวงจะถือเอาเดือนธันวาคมเป็นเดือนพักผ่อนสำหรับเพิ่มพลัง  การเพิ่มพลังวิธีของบัวหลวงก็คือการไม่ทำอะไรเลยเพราะว่าตลอด 11 เดือนทำงานอย่างหนักมามากแล้ว  เดือนธันวาของทุกปีก็จะงดทำงานและเที่ยวตลอดทั้งเดือน  ตอนแรกวางแผนจะไปนอนเล่นบนเกาะที่พังงา  ปรากฏว่าค่าที่พักจากคืนละ 800 บาทขึ้นพรวดเดียวเป็น 3,200 บาท ต่อ คืน  จากที่วางแผนจะไปนอนนับดาว (และเคาน์ดาวน์) บนเกาะเลยมีอันวืดไปเพราะค่าใช้จ่ายแพงกว่าไปเที่ยวเมืองนอกอีก  เลยควานหาที่พักใหม่แต่ทุกที่ก็เต็มยาวข้ามปีใหม่ไปหมด  ก็เลยต้องล้มเลิกโครงการไปโดยปริยาย   ตอนนั้นไม่รู้คิดอะไรอยู่ๆ ก็คิดว่าไหนๆ ก็ไม่ได้เที่ยวแล้วไปปฏิบัติธรรมก็ได้นะ  ปรากฏว่าก็ได้เข้าโครงการปฏิบัติธรรมแบบฟลุ้กมากแม้ว่าจะขลุกขลักเล็กน้อยในช่วงต้น  แต่อย่างไรก็ถือว่าเป็นความโชคดีอย่างมากเพราะที่ศูนย์ฯนี้ปรกติจะต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือน  แต่บัวหลวงจองแค่ 3 อาทิตย์ก็ถือว่าโชคดีมากๆ

หลังจากกลับมาจากการปฏิบัติธรรมแล้ว  บัวหลวงยังเข้าใจผิดอยู่นึกว่าไปเรียนมาแล้วจะหายโกรธ  แต่ปรากฏว่าไหงโกรธง่ายขึ้นไม่รู้   เมื่อก่อนต้องรอฟังจนจบประโยคถึงโกรธ  แต่กลายเป็นว่าคนมาพูดแค่อ้าปากยังไม่ได้พูดเลยเราก็เริ่มกรุ่นๆ แล้ว  เมื่อไปถามผู้รู้  ก็ได้คำตอบว่าการไปปฏิบัติธรรมไม่ได้ละความโกรธได้  เพียงแต่เรียนให้รู้ว่าจะจัดการกับความโกรธอย่างไร  และรับรู้อารมณ์ที่เคลื่อนไหวเพื่อให้เรามีสติรับอารมณ์ที่กระทบได้ทัน   ถึงได้ถึงบางอ้อว่ามิน่าทำไมเราถึงยังโกรธอยู่หว่า  

ตอนนี้บัวหลวงก็ยังมีฉุนเฉียวบ้าง (และก็ยังโกรธอยู่เหมือนเดิม) แต่ว่าน้อยลงไปเยอะ  เมื่อก่อนนึกไม่ออกว่าโกรธไม่ดียังไงนอกจากทำให้ใจร้อนผ่าว   แต่หลังจากที่ได้เรียนรู้จักความโกรธแล้วและไม่เปิดรับให้มาเป็นอารมณ์   ทำให้หน้าอ่อนลงไปเยอะเลย (เพราะหน้าไม่นิ่ว คิ้วไม่ขมวดแล้วไงล่ะ)  ส่วนหนังสือน่าอ่านเล่มที่ 4 ที่อยากเอามาแบ่งปันกันเพราะว่าเนื้อหาอ่านง่าย  แต่ที่สำคัญคือเอาไปปรับใช้ได้ง่าย  ผู้ที่ทำได้ "ระงับอารมณ์โกรธได้" ก็เปรียบเหมือนคำคมของจีนที่ว่า "รู้เขารู้เรา  รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง"  "รู้อารมณ์ตนเอง  รบกี่ครั้งก็ชนะทุกครั้ง" ค่ะ

หัวข้อเขียนมีดังนี้ - โกรธแล้วได้ (ประโยชน์) อะไร? / ความโกรธเป็นอย่างไร? / โกรธไว้ (ใช่ว่า) ไม่เสียหาย / ความโกรธไม่เห็นตัวจะกลัวทำไม? / เก่ง (?) ที่ได้โกรธ / แผลโกรธมันลบยาก / โกรธได้...แค่ธรรมดา /  อย่าคิดว่าแค่โกรธเล่นๆ แล้วจะไม่เป็นไร / อย่าแส่หาเรื่องให้ใจ / อย่าคิดว่าเราต้องโกรธ (ให้ได้) / โกรธนี้มีพิษร้าย / วิบากกรรมของความโกรธ / ความโกรธเกิดขึ้นเพราะอะไร / ลำดับของความโกรธ / อรติ = ความไม่ยินดี / รีบแก้ไขความรู้สึกไม่พอใจนั้นเสีย / ปฏิฆะ  ความขัดเคือง / รติยิ่งมาก ปฏิฆะยิ่งแรง / โกธะ = โกรธ / โทสะ = ความประทุษร้าย / จะทำอย่างไร ให้คลายโกรธ? / แล้วจะเริ่มแผ่เมตตาให้แก่ใครก่อน? / อย่างไรจึงจะเรียกว่าเมตตาตัวเอง / อานิสงค์ของการแผ่เมตตา / อุบายที่ ๒  ให้พิจารณาถึงโทษของความโกรธ / อุบายที่ ๓ นึกถึงคำสอน (ทางพระพุทธเจ้า) / อุบายที่ ๔ นึกถึงความดีของเขา / อุบายที่ ๕ เตือนตน / อุบายที่ ๖ คิดให้เห็นกรรมอยู่ที่ผู้ทำ / อุบายที่ ๗ ให้นึกถึงความผูกพันในอดีตชาติ / อุบายที่ ๘ พิจารณาแยกธาตุ / อุบายที่ ๙ สงเคราะห์-เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  / อุบายที่ ๑๐ เห็นใจ - อภัยเป็น / แค่ไม่เห็นเป็นคำด่า  ก็หยุดปัญหาแตกร้าว / เพราะความโกรธ  จึงทำให้เสียใจ  จวบจนปัจจุบัน /  ปิดท้ายความโกรธ / สรุปวิธีจัดการกับความโกรธ   อะแฮ่ม...เนื้อหาเยอะขนาดนี้ราคาแค่ 130 บาทเองค่ะ  คุ้มค่ากับการซื้อเป็นอย่างมาก 

บัวหลวงขอหยิบข้อความเด่นๆ ที่ชอบในบางตอนมาเล่าให้ฟังนะ   ถ้าผู้ใดสนใจหาอ่านทั้งเล่มก็หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป 

เรื่อง "โกรธไว้ (ใช่ว่า) เสียหาย"  การแก้แค้นทำให้คนอื่นยิ่งแค้น  แต่การรู้จักให้อภัย  ทำให้คนอื่นสำนึกได้  / ใครที่ใช้สติปัญญาเหตุผลมากกว่าพละกำลัง  ผู้นั้นก็สามารถหยุดความพินาศเสียหายได้มาก  ส่วนคนที่ใช้แต่พละกำลังเพียงอย่างเดียว  ก็รังแต่จะสร้างความหายนะวอดวายให้แก่ตนและผู้อื่น / บัณฑิตกำหนดความเป็นใหญ่ที่คุณธรรม  จึงเป็นใหญ่ได้ตลอดกาล  ส่วนอันธพาล  กำหนดความเป็นใหญ่ที่พลังแห่งโทสะ  จึงพบแต่ความหายนะวอดวาย  ตกต่ำ  อับชื่อเสียง  และกลายเป็นคนพ่ายแพ้อยู่ตลอดกาล  คนเก่งแต่จะแสดงความโกรธ  ก็ไม่ต่างอะไรกับอาหารบูดในจาน  ซึ่งนอไม่มีใครสนใจรับประทาน  แถมยังเททิ้งด้วย

เรื่อง "อย่าแส่หาเรื่องให้ใจ"  ชีวิตของเราจะหนีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับคนอื่นสิ่งอื่นไม่ได้ก็จริง  แต่บางปัญหายุติลงได้ที่ตัวเรา  ก็ต้องแก้ไขที่ตัวเรา  จะไปแก้ที่ส่ิงอื่น  บุคคลอื่น  ย่อมไม่ได้  บางปัญหาก็อาจต้องแก้ที่บุคคลที่สอง  บางปัญหาก็แก้ที่บุคคลที่สาม  ถึงจะยุติลงได้  แต่บรรดาปัญหาทั้งหมด  ตัวเราถือว่าเป็นมูลเหตที่สำคัญที่สุดที่จะต้องแก้ไข  เนื่องจากเราอยู่ใกล้ชิดกับตัวเรามากที่สุด  ได้รับผลกระทบมากที่สุด  ทั้งยังแก้ไขได้ง่ายที่สุด  ส่วนคนอื่น  สิ่งอื่นนั้นเป็นมูลเหตุปลีกย่อยรองๆ ลงไป  ทั้งยังแก้ไขได้ยากเนื่องจากนิสัยของคนเราไม่เต็มใจให้ใครเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของตนนัก  อยากเป็นตัวของตัวเอง  อยากเป็นคนชั่วตามความพอใจของตนเอง  มากกว่าอยากเป็นคนดีตามคำบังคับของใครๆ

เมื่อใจของเราสิ้นปัญหาแล้ว  สิ่งต่างๆ ภายนอกก็ล้วนสิ้นปัญหาไปตาม  แต่ถ้าเรายังไม่แก้ไขที่ใจของเรา  ใจของเราเองนี่แหล่ะที่จะคอยสร้างปัญหาต่างๆ ขึ้นมาแวดล้อมตัวของเราเอง

ข้อสรุปจากหนังสือคือ...หากเขามาด่า  จงตั้งใจฟัง  ถ้าด่ามีเหตุผลก็จะฟังต่อจนจบ  แต่ถ้าไม่มีเหตุผลก็จะเดินหนีไปไม่ต่อว่า  ไม่เถียงตอบ  เพราะคนที่ด่าเราเขากำลังขาดสติ  โกรธคนขาดสติก็เท่ากับโกรธคนบ้า (แปลว่าคนโกรธนั้นบ้ากว่า)

ล่าสุดบัวหลวงก็มีเรื่องให้ฝึกจับอารมณ์โกรธ  ตอนนี้เวลาเจอแบบนี้บัวหลวงจะนึกขอบคุณคนที่มาพูดจากวนอารมณ์เรา  เพราะว่าเมื่อมองในแง่ดีแล้ว  คนที่มาทำให้บัวหลวงโกรธเนี่ยแหล่ะถือว่าเป็นครู  เพราะเขาทำให้บัวหลวงได้รู้ว่าวิชาวิเศษที่ไปเรียนมานั้นมันได้ผลมากน้อยเพียงใด   เพราะทุกวันนี้บัวหลวงมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต  พอมีของร้อนๆ มาตกกระทบบ้างก็ทำให้ได้งัดเอาวิชาที่ครูบาอาจารย์ทางธรรมสอนมามาช่วยรับมือ

ทำให้เห็นว่าถ้าเรามองคนที่ทำให้เราเกลียดขี้หน้าเป็นคนที่เรารักแล้ว  ความโกรธมันจะหายไปเกินกว่าครึ่งเลยล่ะค่ะ