บางพื้นที่ผ่าน 30 % บางพื้นที่ผ่าน 10 %

สพฐ.สั่งเก็บข้อมูลประเมินวิทยฐานะแม่พิมพ์

คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยในด้านการศึกษามี 7 เรื่องหลัก ซึ่งในเรื่องของคุณภาพการศึกษานั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะดำเนินการตามหลักการที่ได้ทำไว้ โดยต้องดูข้อมูลของนักเรียนรายบุคคล ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทุกเขตต้องไปดูขอมูลว่า นักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์มีใครบ้าง ในวิชาไหน และจะต้องวางแผนการแก้ปัญหา ต้องมีการพัฒนาครู การบรรจุครู การแก้ปัญหาเด็กเรียนอ่อน การนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สพฐ.ไม่มีข้อมูลนักเรียนเป็นรายคน รายโรงเรียน แต่เมื่อมีข้อมูลดังกล่าว จะสามารถทำให้ติดตามผลได้ชัดเจนกว่าในอดีต
เลขาธิการ กพฐ.กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องของการเลื่อนประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษานั้น ได้หารือกับนายศรีเมือง เจริญศิริ รมว.ศึกษาธิการ โดยนายศรีเมืองอยากเห็นภาพรวมทั้งหมด ซึ่ง สพฐ.กำลังเก็บข้อมูลครูที่ยื่นขอประเมินเลื่อนวิทยฐานะรุ่นที่ผ่านมาอยู่ โดยบางพื้นที่พบว่ามีผู้ผ่านประเมิน
30% อยู่ในระดับที่พอรับได้ แต่บางพื้นที่ผ่านประเมินเพียง 10% เท่านั้น ดังนั้นต้องเร่งรวบรวมอัตราการผ่านประเมินทุกเขตพื้นที่ และแยกเป็นรายละเอียดว่าแต่ละกลุ่มวิชามีครูผ่านประเมินเท่าไร นอกจากนี้ จะมีการวิเคราะห์ความเหมาะสมของเกณฑ์การประเมิน ความเหมาะสมของผู้ตรวจและผู้อ่านผลงานทางวิชาการ รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ตรวจราชการ ช่วยประเมินสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาจะมีข้อร้องเรียนเข้ามายัง สพฐ. ว่าการประเมินวิทยฐานะยากเกินไป เมื่อได้ข้อสรุปทั้งหมดแล้วจะนำเสนอเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่มีนายศรีเมืองเป็นประธานต่อไป ส่วนที่องค์กรครูเสนอให้ตั้งทบวงการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น เชื่อว่าคณะกรรมการจัดตั้งสำนักมัธยมศึกษาที่มี ดร.สุวัฒน์ เงินฉ่ำ เป็นประธาน คงจะนำประเด็นดังกล่าวมาพิจารณา เพราะได้มีข้อเสนอให้ทบทวนการปฏิรูปการศึกษารอบสองด้วย.

แหล่งข้อมูล  จาก ไทยรัฐ ค่ะ