หลักศีลธรรมที่เราควรปฏิบัติ ก็เพื่อให้เกิดความสุขในชีวิตของเราเอง ได้อยู่อย่างมีความสุข และให้ผู้อื่นได้รับความสุข

จักรวาลในมุมมองของมนุษย์ช่างกว้างใหญ่นัก เราเป็นเพียงเศษผงเมื่อไปเทียบกับมัน ในโลกของเรามีสิ่งมีชีวิตที่หลากหลาย สัตว์โลกแต่ละชนิดมีมุมมองที่แตกต่างกัน

ยกตัวอย่างเช่น ยุง มองเห็นไม่ค่อยชัด จับความเคลื่อนไหวได้ดี และมองเห็นสิ่งที่สีเข้มได้ดีกว่า ค้างคาวใช้คลื่นเสียงช่วยในการบิน ปลามีตาอยู่สองฟากข้างมองเห็นแต่ข้างๆ ข้างหน้ามองไม่เห็น แมลงวันมองได้รอบทิศทาง เราจะตีมันจากด้านไหน มันจะโดดหลบไปทางตรงข้ามทุกครั้ง เราจึงอาจต้องตีดักหน้าทิศที่มันจะโดดบินไป สัตว์เหล่านี้มีชีวิตบนโลก แต่มองเห็นไม่เหมือนกับมนุษย์ เหมือนอยู่คนละมิติกัน ภาพของนรกที่พระพุทธองค์เคยเห็นและบอกเล่าให้ฟังนั้น ลองนึกเชื่อมโยงดู

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีจิตที่จะพาร่างกายเดินทางไปเพื่อหากิน เพื่อหาทางอยู่รอดในจักรวาลของแต่ละตัว มนุษย์เมื่อตายไป ถ้าตอนมีชีวิตเคยฆ่ายุงไว้มาก จิตก็ผูกพันกับยุงมันก็อาจจะพาไปเกิดเป็นยุง แล้วก็ต้องพาเอาร่างของยุงไปดูดเลือดสัตว์อื่น คนที่โกงกินคนอื่นก็อาจจะต้องไปเกิดเป็นหมูที่กินทุกอย่างที่ขวางหน้า จากนั้นก็รอถูกพาไปเชือด นรกอยู่บนโลกเรานี่แหละ แต่อยู่อีกคนละมิติกับเรา เพราะการมองเห็นแตกต่างกันไปในสัตว์แต่ละชนิด

จิตของคนคอยรับรู้ความรู้สึก เกิดเป็นอารมณ์ไปต่างๆนานา ความรู้สึกเจ็บปวด อยาก หิว กระหาย เศร้า เหงา ต่างเกิดขึ้นที่จิตของเราทั้งนั้น เราจึงต้องดับมันที่จิต (แต่มิใช่ดับจิต) การที่เราศึกษาจิตของเรา รู้ถึงสภาวะปัจจุบัน ก็เพื่อการฝึกจิตให้เข้มแข็ง ไม่ให้จิตพาไปที่อื่น ไม่ให้เราคิดไปถึงเรื่องอื่นๆซึ่งจะทำให้เราขาดสมาธิในการกระทำในปัจจุบันไป การถูกสะกดจิตอาจเกิดขึ้นได้ในคนที่จิตอ่อน ก็จะถูกคนที่จิตแข็งกว่านำพาไปได้เหมือนกัน การรับฟังสิ่งต่างๆมากๆก็ทำให้จิตของเราถูกชักจูงไปได้ สภาวะของการใจลอยก็คือความคิดเราคิดไปเรื่อย จิตไปเที่ยวที่อื่นที่เราคิดอยู่

พระพุทธองค์สอนให้เราไม่เชื่อก่อนที่เราจะพิจารณาด้วยปัญญา ตามหลักกาลามสูตร ถึง 10 อย่างด้วยกัน แต่มนุษย์ก็ยังหลงงมงายกับข่าวลือ ภาพที่เห็นในหนังสือ หรือสิ่งที่แปลกประหลาดต่างๆ ซึ่งได้รับการปรุงแต่งขึ้นมา ทุกอย่างล้วนถูกปรุงแต่งขึ้นมาจากจิต อาจจะเป็นจิตของคนอื่นหรือของตัวเราเองก็ได้ การมองภาพของแต่ละคนก็แตกต่างกัน เช่น เรามองนายเอ จะแตกต่างจากที่ นายบีมองนายเอ ภาพในหนังสือนิตยสารก็ถูกปรับแต่งให้ดูสวยเพื่อดึงดูดจิตของผู้พบเห็นให้หยิบขึ้นมาอ่านและซื้อกลับไป ในความเป็นจริงแล้วคือความว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย

หลักศีลธรรมที่เราควรปฏิบัติ ก็เพื่อให้เกิดความสุขในชีวิตของเราเอง ได้อยู่อย่างมีความสุข และให้ผู้อื่นได้รับความสุข จะเห็นว่าเมื่อคนเราขาดศีลธรรม บ้านเมืองก็จะวุ่นวาย โลกก็อาจจะเกิดสงครามครั้งใหญ่ หรือแม้แต่ภัยธรรมชาติก็เกิดจากความละโมบโลภมากของมนุษย์ที่คิดค้นประดิษฐ์สิ่งของต่างๆมาปล่อยก๊าซอันตรายออกมามากมาย เพื่อตอบสนองความสุขชั่วคราวในขณะที่เรามีชีวิตอยู่ และเราก็ยินดีที่จะรับมันเข้ามา เราไม่เคยปฏิเสธต่างชาติที่นำเสนอสิ่งเร้า ยั่วยวน เข้ามาในประเทศไทยของเราเลย เพราะเราแทบทุกคนมีความโลภนั่นเอง

การเขียนบล็อกหรือการแต่งกลอน ก็เป็นอีกเรื่องที่เราสามารถศึกษาจิตของผู้เขียนได้ว่า ต้องการจะสื่อถึงอะไร และความคิดของคนผู้นั้นเป็นอย่างไร การจะบอกว่าสัมผัสพาไปนั้นไม่ถูกต้อง จริงๆแล้วก็คือ จิตของคนผู้นั้นเป็นอย่างไร ก็จะพาไปถึงสิ่งที่แสดงออกมาอย่างนั้น เราจึงได้รู้ความคิด รู้นิสัย ของผู้เขียนได้โดยไม่ต้องพบหน้าเลย

ผมเองก็เขียนสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาเพราะจิตของผมพามาให้เขียน และไม่ได้บอกให้ผู้อ่านเชื่อในสิ่งที่เขียนมานี้ แต่เราต้องใช้ปัญญาพิจารณาสิ่งต่างๆเหล่านี้ให้ดี ความมุ่งหมายจริงๆแล้ว อยากให้สังคมที่เราอยู่มีความสงบสุข ผู้คนมีความสุข แต่สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม...