วันนี้ไม่ใช่วันพระ แต่ทำไมชวนไหว้พระกันเล่าเจ้าค่ะ เข้ารับบุญตั้งแต่เย็น (ภาษาพยาบาล เขาเรียกว่า รับเวร ใครกันหนอช่างตั้ง ชวนไม่น่าขึ้นเวรเลยจริง ๆ )
คุณยายท่านหนึ่งป่วยเป็นหอบหืด พอดีได้เวลาพ่นยาให้ยาย ผ่านไปพอดี เห็นหนังสือธรรมะ สอบถามได้ใจความว่า เป็นหนังสือของลูกสาวท่าน ที่มาเฝ้า นั่งอ่านพอเล่น ๆ แก้เหงา ไม่ค่อยไปวัดสักเท่าไหร่ ตรงข้ามกับคุณยายท่านไปทุกวันพระ หวนกลับมานึกถึงคำของคุณแม่ที่บ้านว่า "พากันไปวัด ไหว้พระ หาอาหารที่ดีที่สุดไปวัด แล้วทำไมไม่เคยสนใจพระที่บ้านเลย " อ้าว เราก็พอเฉลียวใจว่า "ท่านเหน็บเราให้แล้วค่ะ "
วันนี้จึงมาชวนไหว้พระที่บ้านกันค่ะ
พระที่บ้าน ที่ท่านหมายถึงคือ คุณพ่อ คุณแม่ผู้ให้กำเนิดเรามา นั่นเอง เราควรหมั่นคอยดูแลตอบแทนท่าน ตามหลัก 38 มงคลชีวิต ข้อ 11 การบำรุงบิดามารดา ตามคำกลอนที่ว่า
“คนที่หา ได้ยาก มากไฉน
เพราะว่าใน โลกนี้ มีเพียงสอง
คือพ่อแม่ เกิดเกล้า เหล่าลูกต้อง
ตอบสนอง พระคุณ ได้บุญแรง “
ท่านเปรียบพ่อแม่เป็น ครูของลูก เทวดาของลูก พรหมของลูก และอรหันต์ของลูก
ความหมาย
- ครูของลูกเพราะว่าท่านได้คอยอบรมสั่งสอนลูก เป็นคนแรกก่อนคนอื่นใดในโลกที่ว่าเป็น
- เทวดาของลูก เพราะว่าท่านจะคอยปกป้อง คุ้มครอง เลี้ยงดู ประคบประหงมมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก บำรุงให้เติบใหญ่เป็นอย่างดี ไม่ให้เกิดอันตรายต่อลูกในทุกด้าน
- พรหมของลูกเพราะว่าท่านมีพรหมวิหาร ๔ นั่นก็คือ มีเมตตา หมายถึงความเอ็นดู ความปรารถนาดีต่อลูกในทุกๆด้าน ไม่มีที่สิ้นสุด มีกรุณา หมายถึงให้ความกรุณาต่อลูกลูกอยากได้อะไรก็หามาให้ลูก ให้การศึกษาเล่าเรียน ส่งเสียเท่าที่มีความสามารถจะให้ได้ มีมุทิตา หมายถึงความรักที่ยอมสละได้แม้ชีวิตของตัวเองเพื่อลูกยอมเสียสละได้ทุกอย่าง และมีอุเบกขา หมายถึงการวางเฉย ไม่ถือโกรธเมื่อลูกประมาท ซน ทำผิดพลาดเพราะความไร้เดียงสา หรือเพราะความไม่รู้
- อรหันต์ของลูก เพราะว่าท่านมีคุณธรรม ๔ ประการอันได้แก่ เป็นผู้มีอุปการะคุณต่อลูก คืออุปการะ เลี้ยงดูมาด้วย ความเหนื่อยยากกว่าจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้มีพระเดชพระคุณต่อลูก คือให้ความอบอุ่นเลี้ยงดู ปกป้องจากภยันตรายต่างๆ นานา เป็นเนื้อนาบุญของลูกคือลูกเป็นส่วนหนึ่งของ
กรรมดีที่พ่อแม่ได้ทำไว้ และเป็นผู้รับผลบุญ ที่พ่อแม่ได้สร้างไว้แล้วทางตรง เป็นอาหุไนยบุคคล คือเป็นเหมือนพระที่ควรแก่การเคารพนับถือและรับของบูชา

เพื่อเทอดทูนไว้เป็นแบบอย่าง การทดแทนพระคุณบิดามารดาเราสามารถทำได้ดังนี้
ระหว่างเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ ก็เลี้ยงดูท่านเป็นการตอบแทน ช่วยเหลือเป็นธุระเรื่องการงานให้ท่าน ดำรงวงศ์ตระกูลให้สืบไปไม่ทำเรื่องเสื่อมเสีย รวมทั้งประพฤติตนให้ควรแก่การเป็นสืบทอดมรดกจากท่าน ครั้นเมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ก็ทำบุญอุทิศกุศลให้ท่าน
ส่วนการเป็นลูกกตัญญูต่อพ่อแม่ในคำสอนของพระพุทธเจ้าท่านกล่าวว่าไว้ดังนี้
๑. ถ้าท่านยังไม่มีศรัทธา ให้ท่านถึงพร้อมด้วยศรัทธา คือพยายามให้ท่านมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา เชื่อในเรื่องการทำดี
๒. ถ้าท่านยังไม่มีศีล ให้ท่านถึงพร้อมด้วยศีล คือพยายามให้ท่านเป็นผู้รักษาศีล ๕ ให้ได้
๓. ถ้าท่านเป็นคนตระหนี่ ให้ท่านถึงพร้อมด้วยการให้ทาน คือพยายามให้ท่านรู้จักการให้ด้วยเมตตาโดยไม่หวังผลตอบแทน
๔. ถ้าท่านยังไม่ทำสมาธิภาวนา ให้ท่านถึงพร้อมด้วยปัญญา คือพยายามให้ท่านหัดนั่งทำสมาธิภาวนาให้ได้
ฟัง ๆ ดูก็เหมือนง่าย แต่น้อยคนที่จะทำได้ “พ่อแม่เลี้ยงลูกได้เป็นร้อยเป็นพัน แต่หาลูกสักคนเลี้ยงพ่อแม่นั้นแทบไม่มี “
วันนี้เราไหว้พระที่บ้านหรือยัง ? 
--------------------
ส่วนหนึ่งจากบทความธรรมะเดลิเวอร์รี่

ผมไหว้พระทุกครั้งที่ท่านได้มาหาผมครับ
ดีใจครับที่ทุกวันนี้ได้ทำเพื่อท่านบ้าง อยากอยู่กับท่านไปให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ครับ
สวัสดีจ้าน้องโก๊ะจัง แซ่เฮ~natadee ที่สุดในแก๊ง
- กองกำลังสำคัญแห่งวงอีแซว
สวัสดีค่ะ คุณคนพลัดถิ่น
- เราต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุดค่ะ
เจริญพร โยมเพชรน้อย
พระที่บ้านนั้นหลายท่านไม่เคยไปหาเสียด้วยซ้ำ
มันจะเป็นวิบากกรรมถึงตัวเราเอง
ท่านมีลูกแล้วจะเจอแน่นอน
เจริญพร
สวัสดีครับ
เรื่องของการไหว้พระในบ้าน (พ่อแม่)
ผมก็เขินๆเหมือนกันครับ ที่จะบอกว่าผมไหว้พ่อแม่เฉพาะตอนให้สตางค์เท่านั้นเอง นอกนั้นผมไม่เคยไหว้ครับ
แต่ผมจะไม่ทำให้ท่านเจ็บช้ำน้ำใจ และพยายามทำสิ่งดีๆให้ท่านสบายใจครับ
(ท้องถิ่นที่ผมอยู่มันเป็นชนบทง่ายๆครับ เขาไม่มีการไหว้พ่อแม่กันแต่อย่างใด ไม่ใช่เคารพนะครับ)
ขอบคุณครับ
เข้ามาแก้ไขประโยคสุดท้าย เป็น ไม่ใช่ไม่เคารพนะครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์ small man~natadee
- เรามักเขินเมื่อทำอะไรที่ไม่ค่อยเคยทำ จริง ๆ ก็อยู่ใกล้ตัว ง่ายเสียอีกคะ แต่เรามักไม่ค่อยทำเลยคะ