storm surge กับ ความพร้อมรับมือของกองทัพเรือ

 

STORM SURGE มหันตภัยที่ กองทัพเรือเตรียมรับมือ

           จากบทเรียนจากการเกิดธรณีพิบัติภัยสึนามิ เมื่อปลายปี 2546 ทำให้ผู้คนได้ตระหนักถึงภัยอันตรายจากธรรมชาติกันมากขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นมีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันภาวะโลกร้อนได้ทำให้สภาพภูมิอากาศทั่วโลกเกิดการแปรปรวน เกิดหิมะตกในสถานที่หรือพื้นที่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่นในแอฟริกา เกิดพายุขนาดใหญ่บ่อยครั้ง เช่นพายุนาร์กิสถล่มในประเทศพม่า ประชาชนบาดเจ็บล้มตายเป็นเรือนแสน มูลค่าความเสียหายยังประเมิณไม่ได้ และภัยธรรมชาติที่กำลังกล่าวถึงกันอยู่อย่างกว้างขวางในปัจุบันคือ STORM SURGE มหันตภัยร้ายตัวใหม่

            STORM SURGE เป็นปรากฎการณ์คลื่นขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นพร้อมกับพายุหมุนโซนร้อน เมื่อศูนย์กลางพายุเคลื่อนที่ไป จะเกิดแรงกดยกระดับน้ำให้สูงขึ้นเป็นโดมน้ำขนาดใหญ่(สึนามิจะเป็นคลื่นใต้น้ำ มองไม่เห็น) เคลื่อนตัวเข้าหาชายฝั่ง ทิศทางการเคลื่อนที่เป็นไปในทิศทางเดียวกับพายุหมุนโซนร้อน  จะก่อให้เกิดความเสียหายมากกว่าคลื่นสึนามิ เนื่องจากคลื่นจาก STORM SURGE จะมาพร้อมกับกระแสลมแรงและพายุฝนของพายุโซนร้อนที่ถาโถมเข้าสู่ชายฝั่งอย่างบ้าคลั่ง

            การเกิด STORM SURGE สามารถรู้ล่วงหน้าได้ เพราะสามารถตรวจพบการก่อตัวของพายุและแจ้งเตือนประชาชชนได้ก่อน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเตรียมวางแผนการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ

            กองทัพเรือ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  คือกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ ที่ดูแลรับผิดชอบในการทำนายความสูงของน้ำ รวมทั้งมีหน่วยตรวจสอบระดับน้ำอยู่ทั้ง 2 ด้านได้แก่ ทะเลอันดามันและอ่าวไทย รวมทั้งประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกรมอุตุนิยมวิทยาเกี่ยวกับการเกิดSTORM SURGE  ซึ่งจะสามารถส่งข้อมูลให้กับศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือในการสั่งการให้กองเรือยุทธการจัดกำลังทางเรือให้การช่วยเหลือประชาชน ด้วยการอพยพเคลื่อนย้ายประชาชน สัตว์เลี้ยง สิ่งของต่าง ๆ รวมทั้ง การนำอาหารและยารักษาโรคเข้าไปในพื้นที่ที่เกิดเหตุการณ์ได้ทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งทะเล นอกจากนั้นจะส่งทีมงานเข้าไปดำเนินการหลังจากการเกิดภัยพิบัติแล้ว เพื่อทำการช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่

            การเกิดภัยพิบัติสึนามิ กองทัพเรือได้จัดส่ง เรือหลวงจักรีนฤเบศร ไปที่ฝั่งทะเลอันดามัน พื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อเป็น ฐานบินลอยน้ำ โรงพยาบาลเคลื่อนที่และศูนย์กลางในการสั่งการให้การช่วยเหลือประชาชน ซึ่งสามารถช่วยเหลือค้นหาประชาชนได้เป็นอย่างดี แต่หากจะทำการเคลื่อนย้ายประชาชน รวมทั้งสัตว์ สิ่งของต่าง ๆของประชาชนด้วยที่มีเป็นจำนวนมากด้วยแล้ว เรือหลวงจักรีนฤเบศรก็จะมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่จัดเก็บที่มีไม่เพียงพอ

         กองทัพเรือจึงได้วางแผนจัดหาเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่(Landing Platform Dock : LPD)     เพื่อมารับภารกิจดังกล่าวข้างต้น ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้จัดหาเรือยกพลขึ้นบก จำนวน 1 ลำ ในวงเงิน 4,943 ล้านบาท เรือลำดังกล่าวเป็นเรืออเนกประสงค์ สามารถใช้ในการลำเลียง บรรเทาสาธารณภัย ช่วยเหลือผู้ประสบภัยและการฝึกได้

            จากประสบการณ์การช่วยเหลือประชาชนจากกรณีสึนามิ และการได้รับเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ลำใหม่มาเป็นเครื่องมือในการช่วยเหลือประชาชน กองทัพเรือจึงมีความมั่นใจมากว่าจะสามารถรับมือกับSTORM SURGE มหันตภัยตัวใหม่ได้อย่างแน่นอน