สัมภาษณ์งาน

เคล็ดลับสัมภาษณ์งาน

การสัมภาษณ์งาน ไม่ต่างอะไร กับการปีนเขานักเพราะถ้าพลาดพลั้ง ขึ้นมาเมื่อใด หมายถึงหายนะเมื่อนั้นถ้าปราศจากการเตรียมตัวที่ดี กำลังปีนๆ อยู่ก็อาจร่วงหล่นลงมาได้ง่ายๆ ต่อไปนี้ คือเกร็ดการเตรียมตัว สำหรับการสัมภาษณ์งาน ที่คุณอาจมองข้ามไป

1.       "ทำการบ้าน" มาก่อน

พนักงานบริษัทใหญ่รายหนึ่ง เล่าให้ฟังว่าเขา ถูกเรียกไปสัมภาษณ์งานก็เพราะบริษัทประทับใจ ที่เขาโทรไปสอบถามข้อมูล ของบริษัทก่อน การสัมภาษณ์และเขาเป็น เพียงคนเดียว ที่ทำเช่นนั้น และเขาก็ได้งานในที่สุด

การทำการค้นคว้า หาข้อมูลอย่างเปิดเผย จะช่วยคุณได้มาก ในการสัมภาษณ์เพราะเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า คุณมีความสนใจ ในบริษัท หรือตำแหน่งนั้นๆและสามารถทำให้คุณ เป็นผู้สมัครที่มีคุณสมบัติ ครบด้วยข้อมูลพื้นฐานที่คุณเตรียมไว้ คุณจะสามารถ ทำให้ประสบการณ์ และทักษะของคุณ มาบรรจบกับสิ่งที่คุณรู้ว่า นายจ้างต้องการ

ในการเตรียมตัว เพื่อสัมภาษณ์งาน คุณควรใช้ประโยชน์ จากห้องสมุดร้านหนังสืองานบริการนักศึกษาที่มหาวิทยาลัย และอินเทอร์เน็ต ให้เป็นประโยชน์ เพราะแหล่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นวิธีที่ดี ที่จะทำให้คุณได้มา ซึ่งข้อมูล ของบริษัทไม่ว่าจะเป็นเวบไซต์ของบริษัท หรือจากงานวิจัยของบุคคลอื่น

2.       "โชว์ให้ดูแล้วเล่าให้ฟัง"

"show-and-tell" หรือ "โชว์ให้ดูแล้วเล่าให้ฟัง" เป็นเทคนิคประการหนึ่งที่สามารถหยิบมาใช้ ในการสัมภาษณ์งานได้ ทั้งนี้ เพราะการแสดงให้เห็นตัวอย่างของทักษะ ที่คุณมีจะได้ผลดีกว่า การพูดคุยอย่างเดียว

วิธีการ "show-and-tell" ก็เช่นการนำเสนอรายงาน การทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์การวิเคราะห์ทำนายผล และหนังสือรับรอง หรือประกาศนียบัตรและถ้าคุณไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง ที่จะสามารถโชว์ "พอร์ทโฟลิโอ" ของคุณได้คุณควรนำเอาประสบการณ์ที่ "จับต้องได้จริง" มาแสดงให้เห็น มีนายจ้างจำนวนมากที่ใช้เทคนิคการ "สัมภาษณ์โดยดูความประพฤติ" พวกเขาเชื่อว่าพฤติกรรมที่ผ่านมาจะเป็นตัวบ่งชี้พฤติกรรม ในอนาคต ดังนั้น ถ้าคุณถูกถามเกี่ยวกับทักษะทั่วไป จงยกตัวอย่าง ที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งจะช่วยให้คุณได้เปรียบจากผู้สัมภาษณ์คนอื่น

3.       ฝึกฝน! ฝึกฝน! ฝึกฝน!

น่าแปลกใจที่ผู้สอบสัมภาษณ์ จำนวนมากชอบ "ด้นกลอนสด" ทั้งที่การไม่ฝึกฝนจะทำให้คุณรู้สึกเหมือน นักปีนเขามือเปล่า ที่ไม่มีเชือกไว้ป้องกัน การพลัดตกการเตรียมคำตอบไว้ ทำให้คุณได้เปรียบ เพราะคุณสามารถทดลอง หาประโยค และคำที่เหมาะสมในขณะที่พูดออกไปดังๆ และการเตรียมคำตอบ ที่เป็นไปได้ ไว้ให้พร้อมจะช่วยลดความตื่นเต้น และถ้อยคำที่ "สั่น" และรัวเร็วได้ คำและวลีอย่างเช่น "แบบว่า" "มันเป็นอะไรที่" และ "ประมาณนั้น" จะหายไป คำที่พูดเวลานึกอะไร ไม่ออกอย่าง "เอ่อ"และ "อ่า" ก็จะหายไปด้วยเช่นกัน และควรฝึกฝน จังหวะการหยุดด้วย เพราะจะช่วยให้คุณแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

4.       เอาตัวคุณเองเป็นกรณีศึกษา

ทำไมคุณถึงควรได้งานนี้? คุณเป็นคนที่ดีที่สุด สำหรับงานนี้ นั่นคือเหตุผล!!คุณต้องเชื่อว่าคุณเป็นคนที่ดีที่สุด สำหรับงานนี้ หรือคุณไม่สามารถเชื่อมั่นคนอื่นได้มากกว่านี้ ก็จริงล่ะ ที่ว่าคุณอาจไม่มีประสบการณ์ ที่จำเป็นนั้นซะทั้งหมดแต่คุณก็ได้เข้าสัมภาษณ์แล้วไม่ใช่หรือ?

หลังจากคุณได้สาธยาย ทักษะเฉพาะด้านของคุณ ในระหว่างการสัมภาษณ์ บทสรุปของประเภทและลำดับขั้นของทักษะ และประสบการณ์จะทำให้ เป็นที่พอใจมากชึ้นไปอีก

"คุณสมชาย ตลอดระยะเวลา 10 ปีของประสบการณ์ ทางวิชาชีพของผมผมได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำ ความสามารถเฉพาะด้าน และการพัฒนาลูกค้าซึ่งผมเชื่อว่า คุณกำลังหาคนที่เหมาะสมอยู่ คุณจะรับผมไว้ทำงานได้ไหมครับผมจะพยายาม และฝ่าฟันจนกลายเป็น สมาชิกที่มีค่าคนหนึ่ง ของบริษัทครับ"

การ"ปีน"เพื่อไปให้ถึงจุดสูงสุดนั้น ไม่จำเป็นต้องพยายามอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยว ควรหาความช่วยเหลือ จากคนที่คุณเห็นว่า ให้คำแนะนำได้ดีที่สุดไม่ว่าจะเป็น ที่ปรึกษาผู้ดูแล อาจารย์ครูฝึกอาชีพ หรือเพื่อนร่วมงานพวกเขาจะมีความสุข ที่คุณมองเขาเป็น"ทรัพยากรที่มีค่า"ด้วยสิ่งที่จำเป็นเช่น การฝึกซ้อม การวิจัย การ"โชว์แล้วเล่า"และความมั่นใจ แล้วการสัมภาษณ์ก็จะไม่ทำให้คุณ กลัวเหมือนที่ผ่านมา

ที่มา  : http://www.nationejobs.com/content/tiptools/jobtips/template.php?conno=59