การกำหนด “เป้าหมายการจัดการความรู้” หรือ KV ของสำนักฯ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราได้รับคำแนะนำจากทีมงาน สคส. ให้ลองกลับมาร่วมกันคิด ... ผู้เขียนเห็นใจว่าช่วงระยะเวลานี้เป็นช่วงรอยต่อระหว่างสิ้นปีงบประมาณเก่า - เริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ ซึ่งทุกคนโดยเฉพาะผู้อำนวยการ และหัวหน้ากลุ่มงาน ต่างก็มีภารกิจเร่งด่วนเกี่ยวกับการวางแผนงานและจัดการเรื่องงบประมาณกันจนแทบไม่มีเวลาว่าง ก็เลยไม่อยากจะเร่งรัดเรื่อง “KV” ในช่วงนี้ คือถ้าเผื่อว่าทำได้ก็ดี แต่ถ้ายังไม่ได้ก็ไม่รีบร้อน และคิดว่ารอให้ทุกคนได้ไปเรียนรู้และทำความเข้าใจเรื่อง KM ให้ชัดเจนแจ่มแจ้งพร้อมๆ กันใน WS ก่อน แล้วค่อยกลับมาจัดกระบวนการเพื่อร่วมกันกำหนดว่าเราจะใช้ KM เพื่อบรรลุเป้าหมายอะไรบ้างก็คงยังไม่สาย
แต่นับว่าเป็นโชคดีที่ “คุณหมอฉายศรีฯ” ที่ปรึกษาของสำนักฯ ท่านก็พยายามช่วย “เอื้อ” โอกาสให้คณะทำงาน KM ได้มีโอกาสมาพบปะพูดคุยกันในวันนี้ และโชคดีชั้นที่สอง คือ “ผู้อำนวยการสำนักฯ” ในฐานะ “ประธานคณะทำงาน KM” ท่านว่างจากภารกิจอื่นๆ และเข้าร่วมวงในครั้งนี้ด้วย
“น้องตวง” ในฐานะ “เลขาฯ คณะทำงาน KM” จึงได้ทบทวนสิ่งที่เราได้ไปพูดคุยและได้รับคำแนะนำมาจากทีมงาน สคส. เพื่อเตรียมตัวสำหรับ WS ให้ทุกคนฟัง ส่วนผู้เขียนช่วยเสริมนิดหน่อยเรื่องที่มาที่ไปของกำหนดการ WS และเรื่อง KV ที่ได้เสริมนิดหน่อยเป็นเพราะผู้เขียนรู้สึกว่า “ผู้อำนวยการ” ท่านศึกษาและเข้าใจ KM ออกจะเยอะกว่าผู้เขียนซะอีกก็เลยต้องพูดน้อย และด้วยเหตุที่ท่านชัดอยู่แล้วเรื่อง KM เมื่อเราเอ่ยถึง KV ท่านจึงบอกได้ทันทีว่า ในความคิดส่วนตัว ท่านอยากนำ KM มาใช้เพื่อ “เพิ่มศักยภาพในการสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อและการบาดเจ็บ” ซึ่งมันจะไปเชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ของสำนักฯ ที่ปรารถนาจะ “เป็นองค์การชั้นนำด้านวิชาการและผลักดันนโยบายการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อและการบาดเจ็บ” ส่วน “คุณหมอจุลีพรฯ” หัวหน้ากลุ่มควบคุมความเสี่ยงในวิถีชีวิตและสังคม หนึ่งในคณะทำงาน KM ท่านเสริมว่าในมุมของท่าน อยากทำ KM เพื่อ “สร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการดำเนินงาน”
ช่วงสุดท้ายของการพูดคุยกัน “ผู้อำนวยการ” ท่านฝากความคาดหวังไว้ด้วยว่า ท่านอยากเห็น “ความเปลี่ยนแปลง” ที่ชัดเจนเกิดขึ้นกับสำนักฯ ทั้งด้านสภาพแวดล้อมและบรรยากาศในการทำงานที่กระตุ้นการเรียนรู้ ท่านพูดถึงคำว่า happy workplace ท่านอยากเห็นสำนักฯ มีมุมเรียนรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่ต้องดำเนินการในเรื่องนี้ ท่านอยากเห็นบุคลากรของสำนักฯ เขียนบทความวิชาการออกตีพิมพ์อย่างสม่ำเสมอ หรือมีเวทีที่จะนำเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน มีการจัดประกวด มีรางวัลเพื่อเป็นแรงกระตุ้นและจูงใจ ผู้เขียนได้ยิน “น้องตวง” รับปากรับคำว่าจะกลับมาสานต่อความคาดหวังทั้งหมดนี้ หลังจากผ่านการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติเทคนิค/วิธีการต่างๆ จาก WS ที่จะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้านี้แล้ว
การทำ KM ที่เกิดจากความต้องการและความร่วมมือร่วมใจของ “คนใน” ของสำนักฯ เป็นสิ่งที่ผู้เขียนคาดหวังและรอคอย วันนี้ผู้เขียนจึงรู้สึกอิ่มใจที่ “ผู้อำนวยการ” ให้เวลามาร่วมพูดคุยและแบ่งปันความคิด-ความฝันต่อทิศทางของสำนักฯ ... ซึ่งผู้เขียนคิดว่าสิ่งนี้มีความสำคัญมากต่อก้าวแรกและก้าวต่อๆ ไปในกระบวนการ KM ของสำนักฯ เพราะเคยอ่านหนังสือ “การจัดการความรู้ฉบับนักปฏิบัติ” ของท่าน อ.วิจารณ์ฯ ท่านเขียนไว้ว่า“ผู้บริหารสูงสุดที่เป็นผู้ริเริ่มเองจะช่วยได้มากในด้านการทำให้การจัดการความรู้ไม่เป็นภาระเพิ่มขึ้นของพนักงาน จะช่วยทำให้พนักงานบรรลุผลสำเร็จของงานได้ง่ายขึ้น และบรรลุผลในลักษณะที่น่าภาคภูมิใจได้ง่ายขึ้น หรือช่วยให้มีการชื่นชมผลสำเร็จอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น”
ปลาทูแม่กลอง
2 ตุลาคม 2551