นโยบายรัฐกับการละเมิดสิทธิแรงงานข้ามชาติ
ประเทศไทยมีการคุ้มครองและให้สิทธิแก่แรงงานต่างชาติตามอนุสัญญาระหว่างประทศที่ไทยเป็นภาคี ในลักษณะของมติคณะรัฐมนตรีซึ่งเป็นคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินการให้บรรลุผลตามความมุ่งหมายอนุสัญญา ซึ่งนับว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลในการจัดการกับแรงงานต่างชาติ และในส่วนของตัวบทกฎหมายที่เป็นกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการปัญหาแรงงานต่างชาติรวมถึงคนต่างด้าวก็คือกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
ในขณะที่รัฐบาลมีหน้าที่ในการให้การคุ้มครองสิทธิแก่แรงงานต่างชาติตามอนุสัญญาที่ไทยเป็นภาคี แต่การคุ้มครองก็ยังไม่เป็นผลมากนัก กล่าวคือ ยังมีการละเมิดสิทธิแรงงานต่างชาติที่สมควรจะได้รับ ไม่ว่าจะเป็น
1. สิทธิในสุขภาวะ คือ สิทธิในสุขอนามัยของแรงงานต่างชาติ เช่น สิทธิในการรักษาพยาบาล สิทธิที่จะได้ทำงานในที่ที่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งสิทธิเหล่านี้แรงงานต่างชาติยังไม่ได้เข้าถึงสิทธิตามที่สมควร เพราะนโยบายของรัฐให้สิทธิเฉพาะคนไทยเท่านั้นที่จะเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลได้ แต่ในทางปฏิบัติแพทย์ก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะทำการรักษาคนเหล่านี้เพราะเหตุที่เป็นคนต่างด้าวหรือเป็นแรงงานต่างชาติ ซึ่งการทำเช่นนี้ส่งผลต่องบประมาณที่รัฐจัดสรรให้กับโรงพยาบาลโดยคำนวนจากประชากรในพื้นที่นั้นๆ จึงทำให้เกิดปัญหาในเรื่องงบประมาณและการปฏิเสธที่จะให้แรงงานเหล่านี้ได้รับการรักษาพยาบาลในบางโรงพยาบาล และอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้แรงงานเหล่านี้เสียสิทธิในการรักษาพยาบาล นั่นก็คือ การมีใบอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย แรงงานเหล่านี้มีสิทธิที่จะเดินทางไปมาในพื้นที่ที่ทำงานอยู่ แต่แรงงานที่ไม่มีใบอนุญาตต้องหลบซ่อนตัวอยู่เฉพาะในสถานที่ที่นายจ้างจัดไว้ให้เท่านั้น การที่จะออกหาแพทย์หรือแม้แต่ซื้อยารักษาตัวเองจึงไม่ค่อยสะดวกมากนัด เพราะรัฐมีนโยบายให้จับกุมแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาต ซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างมากเพราะแรงงานส่วนหนึ่งที่เข้าเมืองมาและได้รับอนุญาตโดยถูกกฎหมายแต่ถูกนายจ้างยึดใบอนุญาตไว้ก็มีสถานะไม่ต่างกับแรงงานต่างด้าวคนอื่นๆ
ข้อเสนอแนะ รัฐควรมีนโยบายที่จะให้มีการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในสถานประกอบการแล้ว คือ มีงานทำแล้วโดยทำการสำรวจหรือให้นายจ้างหรือตัวแรงงานต่างด้าวเองขอขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวเพื่อที่จะสะดวกในการควบคุมแรงงานเหล่านี้ไม่ให้ความวุ่นวายให้กับประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาโรคติดต่อ อาชญากรรม และเพื่อให้แรงงานเหล่านี้สามารถเดินทางออกจากสถานประกอบการไปสถานพยาบาลได้ ในส่วนของแรงงานที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายแต่ยังไม่มีงานทำก็ควรให้เจ้าหน้าที่จับกุมและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนในเรื่องการรักษาพยาบาลรัฐควรจัดให้มีการรักษาพยาบาลของแรงงานต่างชาติเท่ากับคนไทย โดยอาจหักเงินค่าจ้างส่วนหนึ่งของแรงงานต่างชาติตามสมควรเพื่อใช้ในการจัดสวัสดิการนี้ให้แรงงานเหล่านี้หรือให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบกับรัฐเพื่อจัดสวัสดิการนี้แก่แรงงานต่างชาติ
2. สิทธิในสภาพการจ้าง คือ สิทธิที่จะได้รับค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าชดเชยต่างๆ ตามกฎหมายไทยเท่าที่คนไทยได้รับจากการทำงานในพื้นที่และลักษณะงานเช่นเดียวกัน ซึ่งในความเป็นจริงนอกจากแรงงานต่างชาติจะได้รับค่าจ้างน้อยกว่าแรงงานไทยทั่วไป คือ อัตราค่าจ้างขั้นต่ำแล้ว ยังไม่ได้รับค่าล่วงเวลาทั้งๆที่ทำงานเกิน 8 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดพักผ่อน ไม่มีสวัสดิการตามที่สมควร ซึ่งสิทธิเหล่านี้เป็นสิทธิที่ทุกคนควรได้เท่ากันไม่ว่าเป็นคนชาติใด ตามหลักการไม่เลือกปฏิบัติที่ได้กำหนดไว้ในอนุสัญญาหลายฉบับรวมถึงปฏิญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ด้วยเหตุเพราะรัฐมีนโยบายที่จะกำจัดคนต่างด้าวทำให้นายจ้างบางส่วนใช้โอกาสนี้ในการกดขี่แรงงานต่างด้าวในเรื่องค่าจ้างและสวัสดิการ โดยที่แรงงานเหล่านี้ก็ต้องทนอยู่เพราะต้องการทำงาน
3. สิทธิในการได้รับการศึกษา คือ สิทธิของลูกของแรงงานต่างชาติที่จะได้รับการศึกษา ซึ่งเป็นสิทธิที่ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม(ICCPR) และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก(CRC) รับรองว่าเด็กทุกคนต้องได้รับการศึกษา แต่รัฐไม่มีนโยบายที่จะให้เด็กเหล่านี้เข้าถึงสิทธิดังกล่าวตามที่จำเป็นเพื่อการพัฒนาบุคลิกภาพ
4. สิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม เป็นสิทธิที่ต่อเนื่องจากสิทธิในสภาพการจ้าง คือ ในกรณีที่ลูกจ้างที่เป็นแรงงานต่างชาติไม่ได้ค่าจ้างตามกฎหมาย ไม่ได้รับค่าล่วงเวลาหรือเงินชดเชยอื่นๆ จึงจำเป็นที่จะต้องร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงานและฟ้องศาล แต่กลับไม่สามารถใช้สิทธินี้ได้หรือใช้ได้ไม่เต็มที่ เพราะด้วยสถานภาพที่เอื้อต่อการใช้สิทธิไ ม่ว่าจะเป็นเพราะไม่รู้กฎหมาย สื่อสารภาษาไทยไม่ได้ เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นฝ่ายเดียวกันกับนายจ้างเป็นต้น
สิทธิต่างๆเหล่านี้ถูกกีดกันโดยนโยบายของรัฐที่ไม่อำนวยต่อการเข้าถึงสิทธิของแรงงานต่างชาติ เพียงเหตุที่ว่าแรงงานเหล่านี้ไม่ใช่คนไทย แม้จะได้มาซึ่งสัญชาติไทยในภายหลังก็ยังคงมีอุปสรรคอยู่บ้าง เช่น ถูกกำหนดว่าคนกลุ่มนี้จะทำงานต้องไปขึ้นทะเบียนแรงงานภายในระยะเวลาที่รัฐกำหนดไว้ หากไปขึ้นทะเบียนไม่ทันก็ยังไม่มีสิทธิทำงาน หากไปทำงานก็กลายเป็นแรงงานที่ทำงานโดยผิดกฎหมาย แม้กระทั่งถูกกำหนดเขตที่จะทำมาหากินได้หากจะออกนอกเขตต้องได้รับอนุญาตก่อน เป็นต้น
ทั้งนี้ เพื่อเป็นทางออกในการจัดการกับปัญหาดังกล่าวทั้งในเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการจัดการกับแรงงานต่างชาติของรัฐ ควรออกกฎหมายให้ชัดเจนถึงข้อกำหนดต่างๆที่เกียวข้อง เช่น การเข้ามาทำงานในไทย การออกใบอนุญาต การต่อใบอนุญาต การกำหนดสิทธิในการทำงาน ขอบเขตของงานที่ทำ การใช้สิทธิอุทธรณ์ข้อพิพาท การใช้สิทธิทางศาล การกำหนดหน้าที่ของคนต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย การกำหนดภาษีเงินได้ของแรงงานเหล่านี้เพื่อนำมาจัดสวัสดิการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การรักษาพยาบาล การศึกษา เป็นต้น