วัยโต


     การเจริญเติบโตจากเด็กเข้าสู่วัยรุ่นจนเป็นผู้ใหญ่นั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลง ทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจ อันเป็นผลจากฮอร์โมนเพศ ซึ่งเริ่มทำงาน ร่วมกับการมีวุฒิภาวะที่เพิ่มขึ้น

 

     จากเดิมที่เด็กยังเป็นเด็กที่ไม่ได้มีความสนใจ เกี่ยวกับรูปร่างหน้าตา หรือการแต่งตัวเท่าไร กลับเริ่มสนใจในการแต่งตัว และหน้าตา ทรงผมของเขา เช่น วัยรุ่นบางคน จะกังวลเรื่องสิวเม็ดเล็กๆ ที่ขึ้นบนใบหน้าค่อนข้างมาก ขณะที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีความสำคัญเลย จึงทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่เข้าใจต่อกัน

 

     ในความเป็นจริงแล้ว การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และจิตใจ ในช่วงที่เข้าสู่วัยรุ่นของลูกนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่น่ากลัว สำหรับคุณพ่อคุณแม่เสมอไป ลองนั่งคิดทบทวน ถึงความรู้สึกของคุณ ในช่วงที่เริ่มเข้าสู่วัยรุ่นว่า ตอนนั้นคุณรู้สึกอย่างไร และมองคุณพ่อคุณแม่ของคุณว่าเป็นอย่างไร ก็จะช่วยให้คุณพอจะเข้าใจ ในความรู้สึกของลูกได้ และควรพูดคุยเรื่องเหล่านี้ กับเพื่อนๆญาติๆ หรือกับกุมารแพทย์ที่คุณคุ้นเคย เพื่อที่จะได้แลกเปลี่ยนความเห็น และข้อแนะนำ ซึ่งกันและกัน

 

     ในปัจจุบันมีการจัดการประชุม และมีหนังสือเกี่ยวกับการดูแลวัยรุ่นมากขึ้น ให้คุณได้หาความรู้ต่างๆ เหล่านี้มาปรับใช้กับสภาพของครอบครัวคุณ คุณจึงควรลองหาความรู้ และทำความเข้าใจเกี่ยวกับลูกวัยรุ่นของคุณด้วย

 

    สิ่งที่สำคัญอีกประเด็นคือ การให้เวลากับลูก และรับฟังเขาด้วย ยอมรับในความคิดเห็นของเขา ให้ความสำคัญ และบทบาทในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ แก่เขาบ้าง ในขณะเดียวกัน ก็ค่อยๆ ให้ความเห็น และประสบการณ์ของคุณพ่อคุณแม่กับเขา เพื่อให้เขาได้รับทราบ ถึงแง่มุมมองของคุณบ้าง แต่อย่าได้พยายามบังคับ หรือสั่งให้เขาต้องทำอะไรต่างๆ ตามที่คุณต้องการเหมือนตอนที่เขายังเด็กๆ อยู่ และพยายามมองพฤติกรรม และความเห็นต่างๆ ลูกของคุณในแง่บวก ก็จะช่วยให้ลูกสามารถปรับตัว ผ่านพ้นระยะเข้าสู่วัยรุ่น ได้อย่างมีความสุข และมีความเชื่อมั่นในตัวเอง และทำให้ครอบครัวของคุณ มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากขึ้น

 

     ระยะการเข้าสู่วัยรุ่น และการเป็นวัยรุ่น

     ที่จริงแล้วคงไม่มีเส้นแบ่งอะไรที่ชัดเจนมาก ในเรื่องการเปลี่ยนแปลง ของร่างกายของวัยรุ่นที่เกิดขึ้น เมื่อร่างกายมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางด้านเพศ เป็นแบบผู้ใหญ่ กล่าวคือเริ่มมีเต้านม มีขนขึ้น เริ่มมีประจำเดือน มีการเติบโตแขนขายาวขึ้น สูงขึ้นเร็วในเด็กสาว และ เริ่มมีเสียงแตกหนุ่ม เริ่มมีขนขึ้น ตามบริเวณหัวเหน่า และ เริ่มมีการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ซึ่งจะไวต่อสิ่งเร้าในเด็กหนุ่ม ซึ่งเป็นช่วงอายุ 10-14 ปี หรือ ในบางรายอาจจะเกิดขึ้นก่อนหน้านี้เล็กน้อย ซึ่งที่จริงแล้วการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของเขานั้น ได้เริ่มมาก่อนนี้อีก

 

     ช่วงที่เป็นวัยรุ่นนี้ เขาจะมีความกังวลอย่างมากว่า คนอื่นๆโดยเฉพาะเพื่อนๆ ของเขา จะมองเขาอย่างไร เพราะเขาเริ่มที่จะแยกตัวออก จากการเป็นเด็กในการดูแลของคุณพ่อคุณแม่ และเริ่มที่จะเป็นตัวของตัวเอง และเริ่มที่จะเรียนรู้ในการตัดสินใจ และรับผิดชอบในการตัดสินใจของเขา และผลต่างๆที่จะเกิดตามมาแบบผู้ใหญ่

 

     วัยรุ่นกำลังฝึกที่จะคิด และมองปัญหาต่างๆ อย่างซับซ้อนขึ้น เริ่มใช้เหตุผลในการวิเคราะห์เรื่องต่างๆ โดยตัวของเขาเอง จึงอาจทำให้ดูเหมือนเขา “ไม่ฟังคุณพ่อคุณแม่อีกต่อไป” แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขายังรับฟังคุณอยู่ เพียงแต่ต้องการได้มีโอกาสแสดงความคิด และความเห็นของเขา ให้คุณได้ทราบบ้าง และเรียนรู้ความเห็นของคุณ เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่เขาคิดหรือทำ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ จึงควรมีวิธีที่จะพูดคุยกับลูกวัยรุ่นของคุณ อย่างสร้างสรรค์ด้วย จะใช้วิธี “สั่งให้ทำ”อย่างเดียวคงไม่ได้

 

     การเข้าสู่วัยรุ่นในเด็กแต่ละคนนั้น จะเร็วช้าต่างกัน บางคนอาจจะดูเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วกว่าคนอื่น แต่บางคนอาจจะดูว่าช้ากว่า แต่ก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามจังหวะของเขาเอง

 

     ซึ่งคุณควรจะบอกให้ลูกเข้าใจว่า การเข้าสู่วัยรุ่นนั้น มีช่วงการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างกว้าง และนานเป็นปี จึงจะเห็นว่า มีการแตกต่างกันได้บ้าง แม้ว่าจะมีอายุเท่ากัน และเรียนอยู่ชั้นเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะวัยรุ่นส่วนใหญ่ จะมีความกังวลว่าตนเองจะ “ไม่เหมือนเพื่อนๆ, ไม่เหมือนคนอื่นๆ” การเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นของแต่ละคน ก็จะมีการแสดงออกต่างๆ กัน ส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นจากการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ และพฤติกรรม เช่น คุณแม่คนหนึ่งจะอยู่ๆ รู้สึกประหลาดใจที่ลูกสาว จากเดิมเคยที่จะมาพูดคุย ทักทายกัน เมื่อกลับมาถึงบ้าน อยู่ๆ จะตรงขึ้นไปอยู่ในห้องของเขา โดยไม่ได้ใช้เวลาทักทายคุณแม่เหมือนแต่ก่อน หรือวัยรุ่นชายที่จะไม่ยอมให้คุณแม่ เข้ามาในห้องของเขาอีก บางรายจะใช้เวลาในห้องน้ำนานขึ้น ใส่ใจกับทรงผมมากขึ้น ฯลฯ

 

     สิ่งที่แน่นอนคือ วัยรุ่นทุกคนจะต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นและพยายามหลีกเลี่ยงการ “ทะเลาะ, ขัดใจ” คุณพ่อคุณแม่ วัยรุ่นเองรู้ว่า บางครั้งพออยู่ใกล้คุณพ่อคุณแม่ เดี๋ยวก็จะถูกบ่น ถูกว่า ในเรื่องต่างๆ ก็จะเกิดการทะเลาะกันได้ และในช่วงวัยรุ่นนี้ บางครั้งจะดูเหมือนมีอารมณ์แปรปรวนบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา เขาจึงอยากจะอยู่ห่างๆ เพื่อจะได้ลองรับผิดชอบตนเองดูบ้าง ไม่ใช่เป็นเพราะเขาต้องการต่อต้านคุณพ่อคุณแม่ตลอดเวลาในทุกเรื่อง จึงไม่ควรจะมองเขาในแง่ลบไปทั้งหมด

 

     คุณพ่อคุณแม่ควรหันมามองตัวเองดูบ้าง ว่าคุณพยายามควบคุม (หรือ “สั่ง”) ลูกวัยรุ่นมากเกินไปหรือไม่ คุณพยายามเข้าไปรับรู้เรื่องต่างๆ ของเขามากเกินไปหรือไม่ คุณพยายามมีบทบาท ในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ของเขามากเกินไปหรือไม่ คุณยอมรับ และยอมให้มีความเห็นหรือการตัดสินใจที่แตกต่างไปจากมุมมองของคุณได้หรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งสำคัญ ที่ลูกวัยรุ่นของคุณกำลังเผชิญอยู่ ในการเรียนรู้ ที่จะเป็นตัวของตัวเอง และเริ่ม “เป็นผู้ใหญ่”