|
ประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดสุรินทร์
|
๑.
ประเพณีงานเดือนห้า
เป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณที่ประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์ยังคงยึดถือปฏิบัติอยู่
ในวันขึ้น ๑ ค่ำของเดือนห้า ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ทางจันทรคติ
ทุกครัวเรือนจะพากันหยุดงานโดยพร้อมเพรียงกัน มีกำหนด ๓
วันเพื่อพักผ่อน และไปนมัสการพระพุทธบาทจำลองเขาสวาย
ซึ่งได้จำลองจากพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี พอถึงวันขึ้น ๑๔ ค่ำ
จะมีพิธีก่อเจดีย์ทรายตามวัดวาอารามทั่ว ๆ ไป
มีพระสงฆ์สวดมนต์ฉลองเจดีย์ทราย และมีการละเล่นต่าง ๆ เช่น รำกระทบสาก
เป็นต้น พอรุ่งเช้าในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ
มีการทำบุญตักบาตรอย่างพร้อมเพรียงกัน และจากวันแรม ๑ ค่ำเป็นต้นไป
ตามประเพณีให้หยุด
๒. งานเดือนสิบ โดยทั่วๆ ไป
เรียกว่า "วันสารท" มี ๒ ระยะ ในระยะแรกตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐
ประชาชนจะพากันไปทำบุญตักบาตรที่วัด ในระยะหลังตรงกับวันขึ้น ๑๔ ค่ำ
สำหรับในวันนี้ทุกครัวเรือนจะทำพิธีเซ่นไหว้เรียกวิญญาณของญาติพี่น้องที่ได้ล้มตายไปแล้วให้มารับของทาน
เป็นต้นว่า ขนมนมเนยและสิ่งของต่าง ๆ พิธีอย่างนี้ชาวบ้านเรียกว่า
"แซนโดนตา" กลางคืนไปฟังพระสวดที่วัด
มีการทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลผลบุญต่าง ๆ
ให้ญาติพี่น้องที่ตายไปแล้ว รุ่งเช้าในวันแรม ๑๕ ค่ำ
ไปทำบุญตักบาตรที่วัดโดยพร้อมเพรียงกัน
๓. งานบุญบั้งไฟ ในต้นฤดูฝน
ส่วนหนึ่งของชาวสุรินทร์มีความเชื่อว่า
ถ้ามีการบวงสรวงและขอฝนจากเทวดาแล้วจะทำให้ฝนตกตามฤดูกาล
ดังนั้นชาวรัตนบุรี ซึ่งเป็นชาวสุรินทร์ส่วนหนึ่งจะจัดขบวนเซิ้งบั้งไฟ
ซึ่งเป็นขบวนแห่ยาวเหยียดและสวยงาม
ต่อจากนั้นก็จะมีการปล่อยบั้งไฟให้ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจำนวนหลายลำและน่าดูมาก
๔. งานทำบุญข้าวจี่
เป็นประเพณีของประชาชนบางส่วนในจังหวัดสุรินทร์
มักจะจัดขึ้นระหว่างเดือน ๓ เดือน ๔ ในวันเริ่มงาน
ชาวบ้านชายหญิงและพระสงฆ์ที่ชาวบ้านนิมนต์มา จะไปประชุมทำบุญกัน ณ
สถานที่กำหนดในการจัดงาน กลางคืนพระจะสวดมนต์และมีเทศน์ด้วย
เวลาเช้ามีการตักบาตรข้าวจี่พร้อมกันทุก ๆ ครัวเรือน
ชาวบ้านจะทำข้าวจี่โดยก่อกองไฟกองใหญ่ลงที่ลานวัด
แล้วเอาข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้ว
มาปั้นเป็นก้อนโตประมาณเท่าผลมะตูมขนาดกลาง
ต่อจากนั้นก็เอาน้ำตาลอ้อยปึกเป็นไส้ใน เสียบไม้เข้าย่างในกองไฟ
พลิกไปพลิกมาจนสุกเกรียมดีแล้ว จึงเอาออกมาซุบไข่ไก่ทารอบปั้นข้าวนั้น
แล้วก็ย่างไฟให้สุกอีกครั้งหนึ่งก็เป็นอันใช้ได้
เมื่อทำเสร็จแล้วได้เวลาก็นำไปตักบาตรพระ
เพื่อจะได้ฉันต่างของหวานพร้อมกันกับฉันเช้าวันนั้น
หลังจากพระฉันเสร็จแล้วก็มีเทศน์อีก
เมื่อพระเทศน์จบก็เป็นอันว่าเสร็จงานทำบุญข้าวจี่
๕.
งานช้างและงานกาชาดจังหวัดสุรินทร์
ซึ่งถือเป็นงานประจำปีของจังหวัด
จัดขึ้นประมาณกลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี
ส่วนกำหนดวันที่แน่นอนนั้นทางราชการ
จะประกาศให้ทราบล่วงหน้าทุก ๆ ครั้งไป
ในงานนี้จะมีการแสดงของช้างหลายอย่าง เช่น ขบวนช้างในสงคราม (ช้างศึก)
ช้างลากซุง การคล้องช้าง ฯลฯ นอกจากนั้นในบริเวณงานจะมีงานกาชาด
จะมีการออกร้านของอำเภอ หน่วยงานห้างร้าน บริษัท
เพื่อแสดงนิทรรศการผลงาน จำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและอื่น ๆ
ในงานนี้จะมีชาวไทยและชาวต่างประเทศมาเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก
๖. งานประเพณีบวชนาคช้าง
(ประเพณีบวชช้าง) จัดขึ้นในวันที่ ๑๓-๑๕ ค่ำ เดือน ๖
(ราวกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี) ณ วัดแจ้งสว่าง บ้านตากลาง อำเภอท่าตูม
จะมีการแห่แหนบรรดานาคด้วยขบวนช้างกว่า ๕๐ เชือก
ข้ามลำน้ำมูลกันอย่างเอิกเกริก พิธีโกนผมนาค พิธีแห่นาคช้าง
ไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ที่ศาลเจ้าพ่อวังทะลุและพิธีอุปสมบทนาค
ขอบคุณค่ะ เมนท์มาหาเค้าบ้างนะ
เนื้อหาดี
ประวัติความเป็นมาของสุรินทร์ยาวนานเหลือเกินใครจะสะดวกพาไปเที่ยวได้บ้างคะ
สวัสดี
ประวัติดีมีความรู้ดีมีสาระความบันเทิงรักนะอึบอึบ
เฮ็ดให้ใฝ่อ่าน แม่งข้อความโตน้อยแฮงบักป๊อบทังมึง