อย่ากลัวในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

                 ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 9 เดือนที่แล้ว ได้ถือเป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้งหนึ่งในชีวิตของดิฉัน นั่นก็คือการเปลี่ยนงาน เปลี่ยนจากสาวออฟฟิศ เช้าไปทำงานเย็นกลับบ้าน เปลี่ยนเป็นไปทำงาน กิน นอน อยู่กลางทะเลอ่าวไทย ก่อนที่จะตัดสินใจเปลี่ยนงาน ก็โดนกระแสกดดันรอบๆ ด้าน ไม่ก็ว่าจะไปอยู่ได้ยังไง ผู้ชายเยอะแยะ บ้างก็ว่าอย่าไปเลยฝรั่งเรื่องมาก จุกจิก ทนไม่ไหวหรอก บ้างก็ว่าจะทนเมาเรือเมาคลื่นได้เหรอ และอีกหลายๆ บ้าง L ก่อนลงไปทำงานกลางทะเล จิตก็ตกไปหลายรอบแล้วล่ะ แต่ก็มีส่วนน้อยนิดที่เป็นกำลังใจแทรกเข้ามาบอกว่า อย่ากลัวในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง เมื่อตัดสินใจแล้วก็ควรเดินหน้าต่อไป ให้เชื่อในการตัดสินใจของตัวเอง.....

วันแรกของการเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์มายังเรือขุดเจาะน้ำมันกลางทะเลอ่าวไทย ยังจำได้ดีว่าตื่นเต้นมาก เพราะต้องเจอกับสิ่งใหม่ๆ งานใหม่ๆ หัวหน้าใหม่ๆ และเพื่อนร่วมงานใหม่ๆ สถานที่ทำงานใหม่ของดิฉันเป็นเรือลอยอยู่กลางน้ำมีด้วยกันสองส่วนคือ ส่วนที่พักอาศัย และส่วนที่เป็นที่ขุดเจาะน้ำมัน พนักงานโดยเฉลี่ยต่อวันประมาณ 120-130 คน เป็นผู้หญิงประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ เวลาทำงานของดิฉันคือ 06.00-18.00 น. 12 ชั่วโมงต่อวัน ต้องเข้าประชุมทุกวันตอน 6 โมงเช้า พนักงานส่วนใหญ่เป็นคนไทย มีต่างชาติปะปนบ้าง ซึ่งมีหลายชาติ หลายภาษา หัวหน้างานดิฉันเป็นฝรั่ง ชาวออสเตรเลียน และนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ดิฉันเครียดมาก เพราะการไม่ชินกับสำเนียงภาษาอังกฤษ ทำให้การสื่อสารกันในช่วงแรกๆ ไม่ค่อยจะราบรื่นซักเท่าไร เรียกได้ว่าไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอน และคนที่จะสอนงานเราก็คือหัวหน้างาน ก็ยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่ เพราะในเมื่อสื่อสารกันไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ใจก็พาลกลัวและคิดอยู่ตลอดเวลาว่าแล้วจะทำงานได้ถูกต้องมั๊ยเนี่ย จะผิดพลาดมั๊ยเนี่ย ไหนจะเครียดกับการไม่ชินกับชีวิตความเป็นอยู่ในทะเลอีก อยากจะหาเพื่อนคุย หรือระบาย หรือการได้กลับไปอยู่ในที่คุ้นเคย เพื่อปรับสภาพจิตใจ ก็ทำไม่ได้ จำได้ว่าช่วงอาทิตย์แรกที่อยู่ในทะเล ร้องไห้ไปหลายรอบอยู่เหมือนกัน ดีหน่อยที่ในเรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ เช่น โทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต ทีวี ยูบีซี ทำให้คลายเหงาไปได้บ้าง แต่ถึงอย่างไรความกลัว ความเหงา และความเครียดก็ยังคงเกาะกุมหัวใจอยู่ จิตใจมันสับสน มึนงงไปหมด ตอนนั้นคิดแต่เพียงว่าไม่น่าลาออกจากงานเดิมเลย ไม่เอาแล้ว พอแล้ว ลาออกดีกว่า กลับบ้านคราวนี้ ไม่กลับมาอีกแล้ว หางานใหม่ดีกว่า เมื่อคิดแล้วก็ลงมือเขียนอีเมลล์หาเพื่อนๆ เพื่อหาคนร่วมสนับสนุนความคิดนี้ แต่อีเมลล์ที่ตอบกลับมาสองอีเมลล์ทำให้ดิฉันเปลี่ยนความคิด อีเมลล์แรกบอกว่า เวลาไม่กี่วัน อย่าเพิ่งตัดสินใจอะไร ยังมีเรื่องที่เราไม่รู้อีกเยอะ มันอาจจะมีสิ่งดี ๆ มากกว่าสิ่งที่ไม่ดีก็ได้ เพราะทุกที่ก็ต้องมีสิ่งดีและสิ่งไม่ดี เพียงแต่ว่าเราจะเจอสิ่งไหนก่อน ที่แรกที่เปิ้ลทำงานหลังจากเรียนจบ เปิ้ลเจอกับสิ่งที่ไม่ดีก่อน (แย่มากมากเลยแหล่ะ) อดทนทำต่อทั้ง ๆ ที่กลับบ้านร้องไห้ทุกวัน แต่ก็ยังดีที่ไม่ด่วนตัดสินใจลาออก เพราะสิ่งดี ๆ ตามมาหลังจากนั้นอีกเยอะ เราแค่โชคร้ายที่ต้องเจอกับอะไร ๆ ที่ไม่ดีก่อนเท่านั้นเอง แต่เปิ้ลเข้าใจออนะ ในภาวะที่กำลังเผชิญกับเหตุการณ์ บางทีเราก็ไม่สามารถทำใจคิดแบบนี้ได้ ที่เปิ้ลบอกออแบบนั้นได้ เพราะพ้นจากเหตุการณ์นั้นมาแล้วต่างหาก ช่วงที่กำลังแย่ตัวเองก็ไม่ได้คิดแบบนี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้อดทนต่อ (งงอยู่เหมือนกัน) ออต้องอดทนนะ แต่เมื่อถึงเวลาที่เรารู้ว่ามันไม่ใช่แล้วจริง ๆ ก็ค่อยว่ากันใหม่ ยังไงเปิ้ลก็เชื่อว่าออยังมีทางไปอีกเยอะ สู้สู้นะจ๊ะออดี้ ออต้องเจอสิ่งดีดีอย่างแน่นอน ส่วนอีเมลล์ที่สองเป็นบทความกำลังใจในการทำงานจากในหลวง มีคำคมหนึ่งที่ว่า กว่าที่เศษเหล็กไม่มีคุณค่ามากนัก จะกลายเป็นดาบอันงดงามนั้น ต้องผ่านอุปสรรคมามากมาย ทั้งความเจ็บปวดต่างๆ กว่าจะประสบความสำเร็จ ดังนั้น จงให้จำไว้อย่างหนึ่งว่า ใครไม่เคยถูกตี ถูกทุบ เจอเรื่องเลวร้ายในชีวิตมาเลยนั้น จงได้อย่าหาญคิดทำการใหญ่ หลังจากที่ได้อ่านและคิดตาม ทำให้ดิฉันมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับความกลัวที่เกิดขึ้นในใจ คิดว่าจะต้องสู้ ต้องทำให้ดีที่สุด ต้องอย่ากลัวในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ต้องเดินหน้าต่อไป ซึ่งต้องขอขอบคุณเจ้าของอีเมลล์ทั้งสองคน รวมถึงเพื่อนๆ อีกหลายๆ คนที่ให้กำลังใจทางอ้อม แต่ไม่ได้เอ่ยถึงในที่นี้ ขอบคุณมากๆ สำหรับกำลังใจที่มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ แต่ว่าใจสามารถสัมผัสได้นั้น มันมีค่ามาก มากจนทำให้ดิฉันเอาชนะความกลัว ความเครียด ลุกขึ้นมาสู้กับมัน จนชนะความกลัวนั้นได้ ถ้าวันนั้นไม่มีกำลังใจ วันนี้ดิฉันก็คงจะเปลี่ยนงานไปแล้ว และก็คงเสียดายโอกาสที่จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในชีวิตไปแน่นอน ขอบคุณมากๆ นะคะ เจ้ากำลังใจ J

 

 

 

 

 

                โปรดติดตาม ชีวิตคนทำงานกลางทะเล (Offshore @ Gulf of Thailand) ตอนที่ 2 วิธีรับมือกับการเมาเรือ เมาคลื่น กลางทะเล ในเร็วๆ นี้ค่ะ