สังคมกำลังหมุนด้านดีเข้าสู่มุมมืด และหมุนด้านชั่วเข้าสู่ความสว่าง ทำให้คนในสังคมพบเห็นแต่ความชั่วเป็นส่วนใหญ่ ความชั่วกลายเป็นต้นแบบของสังคม ผู้คนไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรดีอะไรชั่วเพราะไม่มีสิ่งเปรียบเทียบ  หากไม่แก้ไขอีกไม่นานสังคมนี้จะเป็นสังคมแห่งความชั่วร้ายและทำลายตนเองจนพังย่อยยับ   ผู้คนจะอยู่อย่างทุกข์ทรมาน
         แนวโน้มการเกิดสังคมแห่งความชั่วร้ายเริ่มปรากฎให้เห็นเด่นชัดขึ้นในปัจจุบัน เช่น  ข้าราชการที่ดียึดถือประโยชน์สุขของประชาชนเป็นหลักในการทำงาน มักไม่เจริญก้าวหน้ากว่าข้าราชการที่สร้างผลประโยชน์ให้กับเจ้านาย  ทำให้บางคนเปลี่ยนจุดยืนของตนเองจากข้าราชการที่ดีเป็นข้าราชการที่เลวเพื่อให้อยู่ร่วมกับเจ้านายได้  เมื่อเปลี่ยนไปแล้วก็ได้รับผลประโยชน์ที่สามารถตอบสนองความอยากของตนเองได้มากขึ้น เช่น เป็นคนโปรดของเจ้านาย เมื่อข้าราชการคนอื่น ๆ เห็นก็อยากเป็นเช่นนั้นบ้าง ในที่สุดทั้งหน่วยงานก็มีแต่ข้าราชการเลว  เมื่อหัวหน้าหน่วยงานเลวเกษียณอายุราชการ ก็อาจสมัครเป็นนักการเมืองท้องถิ่น หรือนักการเมืองระดับชาติ ก็ทำให้ได้นักการเมืองที่เลวอีก เมื่อนักการเมืองเลวเข้ามาทำงานร่วมกับข้าราชการเลว ก็คงได้สิ่งเลว ๆ ตามมาอีกมากมาย เหตุการณ์อย่างนี้ก็เป็นการหมุนด้านดีเข้าสู่มุมมืดและหมุนด้านไม่ดีเข้าสู่ความสว่าง  ทำให้สังคมเกิดปัญหาวุ่นวายในปัจจุบัน
         เราคนดีต้องช่วยกันหมุนด้านดีเข้าสู่ความสว่างเพื่อหักล้างความชั่ว หากเห็นคนดีกำลังเดือดร้อนจงให้ความช่วยเหลือ  ให้กำลังใจในการต่อสู้ อย่าถือว่าไม่ใช่เรื่องของตนเอง