ปัญหาน่าห่วง...คุณภาพนักเรียนไทย

             ได้มีโอกาสอ่านหนังสือพิมพ์หลายๆ ฉบับ ทำให้นึกถึงคุณภาพของนักเรียนไทยในปัจจุบัน  ซึ่งน่าจะให้ข้อคิดกับคุณครูทุกๆ คน

บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน  เมื่อวันที่  12   มิถุนายน  2551  ได้อธิบายความรู้สึกเป็นทุกข์เกี่ยวกับสถานการณ์ภาวะสังคมไทยในไตรมาสที่  1 ปี  2551  ที่นายอำพน  กิตติอำพน  เลขาธิการคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ได้แสดงความเป็นห่วงสังคมโดยเฉพาะเยาวชนไทยมีความรู้น้อยและติดยาเสพติดมากขึ้น  และผลจากการทดสอบทางการศึกษาระดับพื้นฐานหรือโอ-เนต  ซึ่งทดสอบความรู้รวบยอดปลายช่วงชั้นตามหลักสูตรการศึกษา  เมื่อวันที่  7  เมษายน  2551  สะท้อนให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนไทยอยู่ในระดับต่ำ  ทั้งนี้คะแนนเฉลี่ยของผู้เข้าสอบโอ-เนต ป.6 วิชาไม่ถึง 50% ส่วนผลการสอบโอ-เนต ม.6  พบว่านักเรียนมีความรู้เพียง  1 ใน  3 ของความรู้ทั้งหมดตามมาตรฐานหลักสูตร

บทความจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด  ประเมินวิทยฐานะครูต้องยังผลสู่เด็ก ผลสัมฤทธิ์ในนักเรียนแทนคะแนนเลื่อนขั้น  หลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหม่เริ่มเป็นรูปร่างแล้ว   จากหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะเดิมที่เริ่มใช้ไปเมื่อปี 2548  โดยครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับพิจารณาเข้าสู่วิทยฐานะจะได้รับเงินค่าวิทยฐานะเพิ่มพิเศษ  แบ่งเป็นระดับชำนาญการ  3,500  บาทต่อคนต่อเดือน  ระดับชำนาญการพิเศษ 5,600 บาทต่อคนต่อเดือน  ระดับเชี่ยวชาญ 9,900 บาทต่อคนต่อเดือน  ระดับเชี่ยวชาญพิเศษ 13,000 บาทต่อคนต่อเดือน

               และจนถึงขณะนี้ครูกว่าร้อยละ 90 จากทั้งหมดกว่า  4 แสนคน ได้เข้าสู่วิทยฐานะชำนาญการและชำนาญการพิเศษแล้ว  อย่างไรก็ตาม  หลังจากที่ใช้ประเมินและเลื่อนวิทยฐานะครูมากว่า 2 ปี มีเสียงสะท้อนกลับมากมาย  โดยเฉพาะปัญหาที่ครูต้องทุ่มเวลาไปกับการทำผลงานทางวิชาการเพื่อขอวิทยฐานะ  จนละเลยหรือห่างไกลกับห้องเรียน  ขณะที่ปัญหาขาดครูก็ซ้ำเติมให้ครูอีกหลายคนที่มีงานรัดตัวอยู่แล้วต้องวุ่นมากขึ้น และเด็กห่างไกลกับครูเข้าไปทุกวัน

              จากบทความจะเห็นได้ว่าครูมีวิทยฐานะมากขึ้น  แต่ทำไมผลสัมฤทธิ์นักเรียนยังต่ำอยู่....ฝากให้ช่วยคิดด้วยนะคะ