พยายามหาวิธีที่จะทำให้เด็กๆสนใจเรียนภาษาอังกฤษ ที่ผ่านชีวิตของการเป็นครูมา 25 ปีกว่าแล้ว รู้สึกว่าภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่เด็กๆกลัวเพราะคิดไปล่วงหน้าว่ามันต้องยาก การที่เด็กไม่ตั้งใจเรียนนั้นตัวเราเองไม่เคยคิดโทษเด็กเลยกลับคิดอยู่เสมอว่าตัวเราเองที่เป็นครูยังไม่มีวิธีการที่ดีพอที่จะดึงดูดความสนใจของเด็ก นักเรียนที่สอนอยู่ขณะนี้เป็นนักเรียนชั้น ม.3 และม.4 ซึ่งอยู่ในช่วงวันรุ่น ปัญหาของการเรียนการสอนคือเด็กโดดเรียนมาก หรือบางทีก็เข้าเรียนแต่คุยกันไม่สนใจเรียน แอบไปนั่งใต้โต๊ะ คุยโทรศัพท์ ไม่เอาหนังสือมาทั้งๆที่โรงเรียนแจกให้ยืมเรียนกันทุกคนแล้ว ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ตัวเราที่เป็นครูจะต้องแก้ไข ความจริงแล้วก็เป็นหน้าที่ของเราโดยตรง เขาจ้างเรามาเป็นครูก็ต้องสอนเด็กให้เขาได้มีความรู้ให้ถ้วนหน้า จะสนใจเฉพาะเด็กที่เรียนดีและตั้งใจเรียนอย่างเดียวไม่ได้ สิ่งแรกที่คิดได้คือต้องดึงเด็กที่หนีเรียนเข้ามาในห้องให้ได้ก่อน วิธีการที่ทำคือให้เป็นใบคะแนนซึ่งใบคะแนนนี้ก็ทำง่ายๆคือนำกระดาษมาปั๊มเป็นตรา สัญญลักษณ์อะไรก็ได้แล้วแต่เราเพื่อป้องกันการปลอมแปลง แล้วตัดใบคะแนนเป็นชิ้นขนาดพอประมาณพอจับได้สดวก พอถึงชั่วโมงที่จะสอนเด็กๆมาเรียนก็แจกเลยคนละใบแล้วบอกว่าวันนี้ครูให้คะแนนเธอเพราะเธอเข้ามาเรียน วันนี้เธอเป็นเด็กดี และใครเอาหนังสือมาด้วยครูให้อีก 1 ใบ คือ 1 คะแนนเพราะว่าเธอแสดงให้เห็นว่าเธอสนใจเรียน ขณะที่กำลังทำการสอนใครจะตอบคำถามของครูให้ยืนขึ้นแล้วตอบ เด็กอาจจะยืนขึ้น 5 คน และถ้าตอบถูกก็ได้อีกคนละ 1ใบเป็นคะแนนเพิ่มเพราะว่าตั้งใจเรียน รู้สึกเด็กๆตื้นเต้นกันมากเด็กที่ไม่เคยสนใจเรียนเลยก็ลุกยืนขึ้นตอบเพราะอยากได้ใบคะแนน เมื่อก่อนนี้ก็เคยใช้ระบบคะแนนอยู่เหมือนกันแต่มันไม่ได้ผลเพราะเราบอกว่า เอ้าใครตอบได้ครูให้ 1 คะแนนแล้วครูก็บันทึกลงไปเองโดยไม่มีใบคะแนนให้เห็นแบบนี้ พอเกือบหมดชั่วโมงเด็กๆมีใบคะแนนคนละกี่ใบก็จะนำมาส่งครู ครูก็จะบันทึกให้เขาเห็นเลยวิธีการนี้รู้สึกว่าได้ผลเป็นที่น่าพึงพอใจเพราะชั่วโมงต่อๆมาเด็กเข้าเรียนกันมากขึ้น เอาหนังสือมามากขึ้น และที่สำคัญตั้งใจเรียนกันมากขึ้น จากที่ชอบนั่งคุยกันอยู่หลังห้องและไม่สนใจเรียนก็พากันมานั่งใกล้ครูและตั้งใจฟังครูสอนมากขึ้นเพราะกลัวจะตอบไม่ได้เวลาครูถามและจะไม่ได้ใบคะแนนแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นครูต้องยอมเหนื่อย ต้องเดินไปหาเด็กอย่างใกล้ชิดเพื่อจะแสดงให้เขาเห็นว่าครูสนใจเขา และครูต้องมีสื่อการสอนที่หลากหลาย จะใช้แต่พูดอย่างเดียวไม่ได้ผลแน่นอน
พยายามหาวิธีที่จะทำให้เด็กๆสนใจเรียนภาษาอังกฤษ
พยายามหาวิธีที่จะทำให้เด็กๆสนใจเรียนภาษาอังกฤษ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
รัชนี สุวรรณเกษร · 30 ก.ย. 2551
forgetmenot~16ict · 30 ก.ย. 2551
รัชนี สุวรรณเกษร · 30 ก.ย. 2551
ลิงน้อย · 30 ก.ย. 2551
รัชนี สุวรรณเกษร · 30 ก.ย. 2551
ครูจำเนียร มินทะขัด · 30 ก.ย. 2551
ขอบคุณอาจารย์ขจิตมากค่ะที่ให้กำลังใจ อาจารย์มีวิธีสร้างทัศนคติที่ดีต่อภาษาอังกฤษ
อย่างไรบ้างคะ ขอรบกวนแนะนำเป็นวิทยาทานเพื่อจะได้นำไปสอนเด็กๆบ้างค่ะ
ขอบพระคุณมากนะคะอาจารย์ มีคำถามที่ขอคำแนะนำจากอาจารย์เรื่องรูปคะ
รบกวนอาจารย์ตอบมาหน่อยนะคะ
ขอบคุณคนพลัดถิ่นมากนะคะที่แวะมาเยี่ยม ได้อ่านบทความของคุณหลายบทความดีมากค่ะ จะติดตามตอนต่อไปเรื่อยๆนะคะ
ตอนนี้ตี3แล้ว ยังไม่ได้นอนเลย
พรุ่งนี้มีเหลือสอบอีก1วิชา
เครียดมากๆ
ยิ่งเครียดจ๊อบก็ยิ่งกิน น้ำหนักขึ้นไปหลายกิโลเลยอะแม่
สวัสดีค่ะ
เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์นวพัชร
เหมี่ยวเข้ามาทักทายนะคะ หา blog ของอาจารย์เจอแล้วค่ะ ได้อ่านบันทึกของอาจารย์แล้วดีใจค่ะ ที่บ้านเรามีคุณครูที่ตั้งใจ และสนใจปัญหาการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียน เลยจะขออนุญาตอาจารย์แลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนภาษาอังกฤษของเหมี่ยวนิดนึงนะคะ
เหมี่ยวเองตอนเด็กก็ไม่ค่อยชอบเพราะถูกบังคับ ครูดุ แต่ชอบวาดการ์ตูน ดูการ์ตูนภาษาอังกฤษชอบสีสันมันสวยดีค่ะ เลยหัดพูดตามการ์ตูน พูดไปพูดมาก็อยากรู้ว่ามันแปลว่าอะไร ก็เปิด Dic เปิดไปเปิดมาก็อยากรู้ว่าประโยคเค้าแปลว่าอะไร ก็เลยไปอ่าน grammar พออ่านอะไรเข้าใจก็เลยชอบภาษาอังกฤษตรงนี้ค่ะ
ตอนเรียนมัธยมชอบเรียนแบบมีกิจกรรมด้วย ไม่ชอบเรียนภาษาอังกฤษในหนังสือค่ะ มันง่วงนอน ชอบให้ครูสั่งให้แสดงบทบาทสมมติ แสดงละคร ร้องเพลง อ่อ อีกอย่างมีพวกข่าวด้วยค่ะให้อ่าน StudentWeekly แล้วเอามานำเสนอ แค่ colum เล็กๆ เพลงที่กำลังดัง ให้ช่วยกันแปล แล้วก็ร้อง เด็กๆ วัยรุ่นชอบ
มีอีกเทคนิดนึงค่ะ ครูที่ อต. เคยใช้ พอเข้าห้องเรียนมา จะตื่นเต้นมากเลยก็คือ อาจารย์จะให้ยกตัวอย่างชนิดของคำ เช่น Adjective Noun Adverb โดยที่ไม่ให้ซ้ำกันค่ะ คนละ 1 คำเท่านั้น ไล่ไปจนครบ แต่อาจารย์จะไม่บอกล่วงหน้าเลย ใครตอบไม่ได้ก็โดนหักคะแนน แต่คะแนนเราไม่ค่อยเท่าไหร่ค่ะ เพราะทำข้อสอบ ทำงานก็ทำกันสุดๆ ได้คะแนนอยู่แล้ว แต่ที่กลัวก็คือ มันอายเพื่อนค่ะ คนที่ตอบไม่ได้บ่อยๆ จะค่อยๆ พัฒนาไปเอง อีกอย่างจะได้ยินคำที่เพื่อนๆ คนอื่นๆ ยกตัวอย่างด้วย
ถ้าที่โรงเรียนมี TV ให้เด็กๆ ดู ทำเป็นโครงการก็ได้นะคะ คือ ทำเป็นเดือนแห่งความสุข สนุกกับภาษาอังกฤษ อะไรแบบนี้ แล้วก็เปิดเพลง เปิดทีวี เฉพาะรายการที่เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยเอาป้ายมาปิดที่ปุ่มเปลี่ยนช่อง คือ ห้ามเปลี่ยนช่องนั่นเอง ยิ่งถ้าโรงเรียนรับ UBC หรือ Cable ก็ยิ่งดีใหญ่ จัดให้มีเนื้อหาสาระหลากหลายนะคะ
ทั้งสารคดี เพลง ข่าว หนัง กีฬา แล้วก็จัดคณะกรรมการนักเรียนในโครงการเป็นคนเปลี่ยนช่องตามตารางที่กำหนดในแต่ละเดือนหรือ แต่ละสัปดาห์
ทำสักเทอมก็จะชิน 55 ช่วงแรกนักเรียนอาจจะบ่นนิดหน่อยนะคะ แต่ก็ทนเถอะ ครบ 21 วันพวกเค้าก็ชิน เพราะคนเราถ้าทำอะไรติดต่อกัน 21 ครั้งหรือ 21 วันก็ชินไปเอง สุดท้ายยินดีอย่างยิ่งค่ะที่ได้รับความกรุณาจากอาจารย์ให้แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ไปด้วยกันทั้งเรื่อง การสอนภาษาอังกฤษ และหลักสูตรท้องถิ่นค่ะ
เกรดของจ๊อบเอง
แม่ปริ๊นเอาไปให้ย่า กับอาแป๋วดูด้วยนะครับ
ขอบคุณครูอ้อยและน้องเหมี่ยวมากนะคะที่แวะมาให้กำลังใจ วันหลังแวะมาคุยกันอีกนะคะ
เข้ามาขอบคุณอาจารย์ค่ะ ที่เข้าไปเยี่ยมอ่าน blog
ขอชื่นชม น้องจ๊อบ ค่ะ เรียนเก่งมากๆ น่าปลื้มใจแทนคุณพ่อ คุณแม่ และคุณย่า นะคะ
ถ้าอาจารย์สนใจเรื่อง หลักสูตรท้องถิ่น เหมี่ยวเขียนไว้อีก บันทึกหนึ่งนะคะ
http://gotoknow.org/blog/pl-rd-c-and-i-local-network-nu
จะพยายามอ่าน และนำมาเขียนให้บ่อยขึ้นค่ะ
ศูนย์กัลยาณมิตรจังหวัดอุตรดิตถ์
26 ตุลาคม 2552
กราบนมัสการคุณครูไม่ใหญ่ที่เคารพอย่างสูงสุด
ลูกๆ ผู้นำบุญจังหวัดอุตรดิตถ์ได้ร่วมมือร่วมใจสนองนโยบายคุณครูไม่ใหญ่โดยได้ทอดกฐินตกค้าง
จำนวน 5 วัด ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ห่างไกลความเจริญ หนทางทุรกันดาร โดยรวบรวมปัจจัยจากกลุ่มผู้นำบุญจังหวัดอุตรดิตถ์ และสมัครพรรคพวก ซึ่งการทอดกฐินตกค้างในครั้งนี้ได้สร้างความปิติยินดีแก่ทุกวัดเป็นอย่างมาก
เพราะบางวัดไม่เคยรับกฐินมาหลายปี และบางวัดที่พวกเราไปเป็นต้นบุญให้ก็สามารถต่อยอดได้เป็นจำนวนนับแสนบาท ถึงแม้ว่าลูกๆจะเป็นนักบุญทุนน้อยแต่ก็ทำด้วยหัวใจค่ะ และลูกๆได้นำรูปการสร้างบารมีมาฝากหลวงพ่อคุณครูไม่ใหญ่และนักเรียนอนุบาลฝันในฝันทั่วโลกค่ะ