เมื่อคืนผมได้ดูสารคดีที่มีชื่ออย่างที่จั่วหัว เป็นหนังต้องห้ามของโลกตะวันตก และได้รับคำวิจารณ์ว่าเป็นหนังที่บิดเบือน ความจริง สร้างความฮึกเหิมเทียม ให้คนเยอรมัน หลงว่าตัวเองจะได้เป็นใหญ่ ถ้าเชื่อฮิตเลอร์

เป็นหนังสารคดีทำโดยผู้กำกับหญิงเยอรมันที่เป็นนักทำหนังมือดี ที่มาสารภาพภายหลังว่าตัวเองไม่มีทางเลือกในเมื่อเป็นคนฝีมือดี และท่านผู้นำก็เห็นคุณค่า

หนังบันทึกเหตุการณ์การประชุมของพรรคนาซีที่เมืองนูเรมเบอร์ก ใครมาเห็นก็ต้องหนาวว่าฮิตเลอร์ช่างมีคนรัก และยอมตายด้วยได้มากมายขนาดนั้น ไม่ว่าจะเป็นชาวนาที่พากันเดินขบวนเอาผลผลิตของตนมามอบให้ หรือจะเป็นเด็กวัยรุ่นที่มาเป็นยุวชนนาซี ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เฮฮาสนุกสนาน 

และยังมีคำปราศรัยของบรรดาแกนนำพรรคนาซีที่ออกมายกย่องท่านผู้นำ (fuhrer) ของเยอรมัน รวมทั้งลีลาการปราศรัยของท่านผู้นำเองที่เล่นเอาคนฟังเงียบกริบ พร้อมเสียงปรบมือดังลั่นเป็นระยะๆ 

นั่นเป็นเหตุการณ์ 19 เดือนหลังประเทศเยอรมันเกิดใหม่ (ตามคำบรรยายในตอนต้นของหนัง) เป็นเดือน กย ปี 1934 เกือบ 10 ปีก่อนเยอรมันจะแพ้สงคราม ไม่ถึง 5 ปีก่อนที่ฮิตเลอร์จะเที่ยวสั่งเอาคนปัญญาอ่อนไปฆ่า ตามด้วยชาวยิว

แล้วในที่สุดฮิตเลอรก็ต้องไปหลบซ่อน และฆ่าตัวตายพร้อมภรรยา ที่หลุมหลบภัยส่วนตัว

ดูแล้วก็เห็นผู้นำทีเปี่ยมพลัง และเป็นความหวังของประเทศที่กำลังยำ่แย่อย่างเยอรมัน คนเยอรมันรู็สึกสิ้นหวังและอยากได้ใครคนหนึ่งมาเป็นผู้นำสร้างความภาคภูมิใจในชาติให้กลับคืนมา

แต่พอนึกไปถึงตอนจบหลังจากนั้น10 ปีก็ได้แต่บอกตัวเองว่าเวลาคนเราอยากได้อะไรมากๆ บางทีก็แยกยากว่ากำลังคว้าความหวัง หรือคว้าหายนะกันแน่

อ่านแล้วอย่ามาเทียบกับเมืองเราตอนนี้นะครับ ห้ามเด็ดขาด   เดี๋ยวจะเครียด่ 

์