การพัฒนาองค์กรพยาบาลสู่การดูแลเชิงวัฒนธรรม

 

        กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แนวโน้มอนาคอันใกล้พยาบาลจึงต้องให้การดูผู้ป่วยที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากขึ้น พยาบาลจำเป็นต้องคำนึงถึงประเด็นจริยธรรมทางการพยาบาลด้านวัฒนธรรมที่แตกต่างนั้นด้วย ประกอบกับแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพแห่งเอเชีย ในระหว่างปี พ.ศ. 2547-2551 (กระทรวงสาธารณสุข. 2546: 1-19) มีชาวต่างชาติจำนวนมากที่นิยมมารับบริการรักษาพยาบาลที่ประเทศไทย อันเนื่องมาจากการให้บริการที่ให้การดูแลผู้ป่วยเสมือนคนในครอบครัว ทำให้ผู้ป่วยเกิดความประทับใจในตัวบุคลากรทางการแพทย์ และ พยาบาลของประเทศไทย การดูแลสุขภาพระยะยาว (Long stay health care) 

สำหรับผู้สูงอายุ และผู้มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง ยังเป็นที่นิยมจากชาวต่างชาติ เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นและบางประเทศในกลุ่มประเทศแถบสแกนดิเนเวีย เช่น สวีเดน กำลังให้ความสนใจที่จะส่งผู้สูงอายุ หรือผู้มีปัญหาสุขภาพมารับการดูแลสุขภาพระยะยาวในประเทศไทย แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของชาวต่างชาติ ดังกล่าว

บุคลากรทางการพยาบาลจึงควรให้ความสำคัญและตระหนักถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมของผู้รับบริการ เคารพในคุณค่า ความเชื่อและวิถีชีวิตทางวัฒนธรรมไม่ว่าจะแตกต่าง หรือ กลมกลืนกันของวัฒนธรรม เพราะวัฒนธรรมมีผลโดยตรงต่อระบบสุขภาพ สอดคล้องกับทฤษฎีการดูแลด้านวัฒนธรรมของไลน์นิงเจอร์ ที่มีความเชื่อและให้คุณค่าแก่วัฒนธรรมว่ามีความสัมพันธ์และมีอิทธิพลต่อภาวะสุขภาพ การเจ็บป่วยและ การอยู่ดีของบุคคล (ฟาริดา อิบราฮิม, 2546)

การที่พยาบาลไม่เข้าใจวัฒนธรรมก่อให้เกิดปัญหา เป็นอุปสรรคต่อการให้บริการทางพยาบาลได้ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ

เช่น ปัญหาการติดต่อสื่อสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของบุคลากร การแสดงออกด้วยท่าทาง การสัมผัส สีหน้า รวมถึง การปรับตัวของผู้ป่วยด้านการพักผ่อน การนัดหมายเวลา เป็นต้น หากพยาบาลทุกคนตระหนักและเข้าใจในเรื่องวัฒนธรรมที่แตกต่างปัญหาต่างๆก็จะลดลง การบริการทางการพยาบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ