จากมูลช้าง สู่ มูลค่า ภูมิปัญญา ภาคเหนือ
ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ บทบาทหน้าที่ คือเป็นศูนย์การช่วยอนุรักษ์ช้างไทยไม่ให้สูญพันธุ์ เป็นศูนย์กลางข้อมูลความรู้เกี่ยวกับช้างไทยและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นอกจากนี้เป็นแหล่งฝึกงานของนักศึกษาสัตวแพทย์จากสถาบันต่างๆ รวมถึงร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในการดำเนินโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้าง เป็นต้น
จากสภาพปัญหาซึ่งขึ้นกับวิถีชีวิตตามธรรมชาติของการเลี้ยงช้าง ทำให้ผู้เกี่ยวข้องหาวิธีการแก้ไขและ หาประโยชน์จากมูลช้าง ซึ่งอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการพัฒนาทำให้มูลช้างสามารถแปรสภาพเป็นสิ่งที่มีคุณค่าดังนี้
1. การผลิตปุ๋ยชีวภาพ
2. แก๊สชีวภาพ
3. กระดาษจากมูลช้าง
พัฒนาการและกระบวนการผลิตปุ๋ยชีวภาพแก๊สชีวภาพ และกระดาษจากมูลช้างของ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ถือได้ว่าเป็นศูนย์อนุรักษ์ช้างที่มองเห็นคุณค่าจากมูลช้างและสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกิดมูลค่าและเป็นที่ยอมรับจากบุคคลภายนอก โดยอาศัยองค์ประกอบ ดังนี้
1. องค์ความรู้หรือภูมิปัญญาท้อง
2. การมีส่วนร่วมของบุคลากรและประชาชนในพื้นที่
3. ความต้องการของชุมชนและผู้เกี่ยวข้อง
4. การบริหารจัดการแบบองค์รวม
จากมูลช้าง สู่ มูลค่า ภูมิปัญญา ภาคเหนือมีความเกี่ยวข้องกับการศึกษา และพัฒนาสังคมอย่างไร
ในกรณีการจัดการทรัพยากรสิ่งแวดล้อม โดยการนำมูลช้างมาทำปุ๋ยชีวภาพ และกระดาษ ซึ่งเป็น ภูมิปัญญาทางภาคเหนือนั้น ก็เช่นเดียวกับภูมิปัญญาของทุกท้องถิ่นคือ ควรส่งเสริมการเรียนรู้ จัดสร้างหลักสูตรท้องถิ่นและนำไปสอนในโรงเรียน ให้นักเรียนซึ่งทั้งหมดก็คือเด็กในชุมชน ได้เกิดการเรียนรู้ เข้าใจ ภูมิใจ ตระหนักในคุณค่า รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และ จัดการเรียนรู้ที่เป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรม โดยจัดทำเป็นเอกสาร หนังสือ ภาพถ่าย วีดิทัศน์ เพื่อนำไปสอนในระบบและนอกระบบโรงเรียน
การนำมูลช้างมาทำปุ๋ยชีวภาพ และกระดาษ เป็นการจัดการทรัพยากรสิ่งแวดล้อมให้เกิดประโยชน์ และสามารถนำไปใช้ในการดำรงชีวิตได้อย่างพอเพียง และยั่งยืน ซึ่งเป็นการช่วยพัฒนาสังคมและชุมชนให้ห่างไกลจากการพัฒนาทางวัตถุที่กำลังเข้ามามีบทบาทกับคนไทยในปัจจุบัน