ผลกระทบคลื่นลมชายฝั่งทะเลอันดามัน

ผลกระทบคลื่นลมชายฝั่งทะเลอันดามัน

                บริบทของชุมชนบ้านพอด  พบว่า  ชุมชนบ้านพอดเป็นชุมชนชาวประมง  ที่ตั้ง  หมู่ที่  1  ตำบลชลคราม  อำเภอดอนสัก  จังหวัดสุราษฎ์ธานี  ปัจจุบันชุมชนบ้านพอด  มีครัวเรือนทั้งสิ้น   340   ครัวเรือน  ประชากร 772 คนเป็นชุมชนชาวไทยพุทธ  มีวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์ของชาวชุมชนเอง  อยู่เย็นเป็นสุข  ไม่มีปัญหาทางสังคม  ลักษณะทางเศรษฐกิจประชากรประกอบอาชีพทางการประมง  มีรายได้หลักจากการออกทะเลหาปลา  และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเล  ได้แก่  การเลี้ยงหอยแครง

                สภาพพื้นที่เป็นที่ราบชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออก  มีคลอง  3  คลอง  ลักษณะเป็นท้องคุ้งรับทิศทางลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ  ปกติพื้นที่ดังกล่าวจะมีชายหาดเพิ่มขึ้นทุกปี  ยาวลงไปในทะเล  แต่ปีนี้ทะเลเอาคืน  ชายหาดหายไปหมด  คลื่นลมแรงมาก  ครั้งแรกประชาชนไม่กลัวเนื่องจากเคยชิน  ต่อมาคลื่นมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆบ้านเรือน  ต้นไม้  สิ่งของและชายหาดพังทลายลง  ความเสียหายเพิ่มขึ้นน่ากลัวมาก  ผลการกัดเซาะชายฝั่งของคลื่นแรง  มำให้ถนนของหมู่บ้านจมหายไปประมาณ  1,257  เมตร  เหตุการณ์อย่างนี้จะเกิดทุกปีๆละ  2  ครั้ง  ในเดือนธันวาคม  ช่วงกลางเดือน  -  ปลายเดือน  ที่ดินหลายแปลงหายลงไปอยู่ใต้ทะเล

                การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมต่อภาวะคลื่นแรง  พบว่าชาวบ้านพอดเรียนรู้ธรรมชาติและภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากคลื่นกัดเซาะชายหาด  และผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี         ชาวชุมชนเกิดการเรียนรู้และพยายามแก้ไขปัญหาด้วยตนเองตลอดมา  นายสวัสดิ์  คำประไพ  ผู้ใหญ่บ้าน  บอกว่าชาวบ้านต้องการมีเขื่อนเป็นแนวกั้นทิศทางคลื่น  ลมแรง  และจะนำมาซึ่งอาชีพใหม่ๆ  และมีการพัฒนาต่อไป  เช่นเป็นแหล่งท่องเที่ยว         ซึ่งปัจจุบันนี้ชาวบ้านได้แก้ไขปัญหากันเองตามภูมิปัญญาชาวบ้าน  เช่น  การทำเสาคอนกรีตเพื่อลดความรุนแรงของคลื่นลม  การปลูกบ้านแบบมีชานยื่นออกมาหาชายฝั่งพื้นเป็นคอนกลีตเสริมเหล็กเพื่อเป็นแนวปะทะให้คลื่นลมลดระดับความรุนแรง   จะเห็นได้ว่าในชุมชนชนบทเอง  มีการสืบทอดความรู้ที่สามารถตอบปัญหาการดำเนินชีวิตของชาวบ้านได้ในระดับหนึ่ง  มีการลองผิดลองถูกอยู่ตลอดเวลาในผู้นำชาวบ้านเทคนิคพื้นบ้าน  ซึ่ง  สีลาภรณ์  นาครทรรพ  (2539  :  61-64)  ได้กล่าวถึงลักษณะสำคัญของกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนไว้ดังนี้

1.  เป็นกระบวนการกลุ่ม  ที่เกิดจากสมาชิกของครอบครัวและชุมชน                                                                   

2.  เป็นการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง  เป็นเรื่องของการพยายามที่จะแก้ปัญหา  และตอบสนองความต้องการ   ในการพึ่งตนเอง  และในการพัฒนาของชีวิตจริง                                                                                                                                                         

3.  เป็นการเรียนรู้จากการแก้ไขปัญหาในชีวิตจริง                                                                                                    

4.  เป็นการเรียนรู้และทำงานร่วมกันในลักษณะเป็นเครือข่าย                                                                                                     

การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมชายฝั่งตะวันออกต่อภาวะคลื่นแรงของชุมชนบ้านพอด   มีความเกี่ยวข้องกับการศึกษา  และพัฒนาสังคมอย่างไร

ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมต่อภาวะคลื่นแรง  พบว่าเป็นการเรียนรู้ตามอัธยาศัย  โดยชาวชุมชนเกิดการเรียนรู้และได้พยายามหาทางแก้ไขปัญหาด้วยตนเองตลอดมา  เช่นการทำเสาคอนกรีตเพื่อลดความรุนแรงของคลื่นลม  การปลูกบ้านแบบมีชานยื่นออกมาหาชายฝั่งพื้นเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อเป็นแนวปะทะให้คลื่นลมลดระดับความรุนแรง   จะเห็นได้ว่าในชุมชนชนบทเอง  มีการสืบทอดความรู้ที่สามารถตอบปัญหาการดำเนินชีวิตของชาวบ้านได้ในระดับหนึ่ง  มีการลองผิดลองถูกอยู่ตลอดเวลาในผู้นำชาวบ้าน เป็นการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง  เป็นเรื่องของการพยายามที่จะแก้ปัญหา  และตอบสนองความต้องการ   ในการพึ่งตนเอง  และในการพัฒนาของชีวิตจริง   เป็นการเรียนรู้และทำงานร่วมกันในลักษณะเป็นเครือข่าย     ซึ่งทั่งหมดที่กล่าวมาถือเป็นการศึกษานอกระบบ  และการศึกษาตามอัธยาศัย  ของคนในชุมชนนั้น  และมีการสืบทอดมาถึงลูกหลานต่อไป

             การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมชายฝั่งตะวันออกต่อภาวะคลื่นแรงของชุมชนบ้านพอด   ถือเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านซึ่งได้รับการยอมรับว่าสามารถนำไปสู่การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน ท่ามกลางการพัฒนาทางวัตถุที่ทำให้ภูมิปัญญาเหล่านี้กำลังล่มสลายหมดไป  โดยมีคนในชุมชนร่วมกันพัฒนา