เชิญชวนน้องๆพี่เลี้ยงนักวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดน่าน ร่วมแชร์ประสบการณ์ต่างๆในพื้นที่ ในการทำงานสู่เป้าหมายการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่นจังหวัดน่าน
เชิญชวนน้องๆพี่เลี้ยงนักวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดน่าน ร่วมแชร์ประสบการณ์ต่างๆในพื้นที่ ในการทำงานสู่เป้าหมายการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่นจังหวัดน่าน
จากพี่เลี้ยงนักวิจัยท่าวังผา จังหวัดน่านค่ะ มีเวทีบางเวทีอยากให้พี่ ๆ เป็นการเล่าการทำงานส่วนตัวทั้งในพื้นที่และภาพรวมการทำงานในจังหวัดค่ะ ไม่รู้จะแนบไฟล์อย่างไรค่ะก็เลยCoppyมาทั้งหมดเลยค่ะ
การทำงานในพื้นที่อำเภอท่าวังผา
ครั้งแรกได้มีการพูดคุยกันว่าจะมีการทำเป็นศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นในจังหวัดน่าน แต่ด้วยความที่ทางสกว.ไม่อนุมัติให้ทำเป็นศูนย์ประสานงานอาจจะเป็นเพราะว่าคนที่เข้ามาทำงานในพื้นที่จังหวัดน่านยังไม่พร้อมที่จะปฏิบัติงานเท่าที่ควร เพราะคนที่มาทำงานในพื้นที่เป็นคนในพื้นที่ก็จริง แต่ไม่ได้ทำงานและอยู่ในพื้นที่มากนักจึงไม่ค่อยรู้จักพื้นที่เท่าที่ควร ทางสกว. จึงให้คนที่ทำงานในพื้นที่แต่ละคนได้กำหนดพื้นที่การทำงานแล้วทำโครงการสำรวจต้นทุนทางสังคมในพื้นที่ของตนเอง ในส่วนของมิ้นกำหนดพื้นที่บ้านของตนเองคือพื้นที่อำเภอท่าวังผา ระยะแรกทางสกว. กำหนดให้สำรวจภายใน ๖ เดือน พอจัดทำรายงาน ๖ เดือนเสร็จ ก็จะทำสัญญาต่อในเรื่องการเป็นพี่เลี้ยงงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นต่อไป
ด้านการขับเคลื่อนงานในพื้นที่บ้าง ครั้งแรกได้มีการพูดคุยกันในส่วนคณะทำงานในพื้นที่จังหวัดน่านทั้งหมด ได้แก่ พระอาจารย์ พี่วิชัย พี่ณัฐ พี่ต้น และมิ้นเอง พูดคุยกันถึงเรื่องการทำงานร่วมกัน ในเวทีครั้งแรกก็มีการกำหนดโซนพื้นที่การทำงาน พระอาจารย์กับพี่วิชัยจะดูแลโซน สันติสุข แม่จริม พี่ณัฐก็จะดูแล โซน เวียงสา นาน้อย นาหมื่น พี่ต้นโซนบ่อเกลือ เฉลิมพระเกียรติ และมิ้นดูแลโซน ท่าวังผา ปัว สองแคว เชียงกลาง และทุ่งช้าง เอ! รู้สึกว่าตัวเองได้พื้นที่เยอะจังเลย แต่ก็ไม่เป็นไร คิดในใจว่าระยะแรกจะขับเคลื่อนโซนท่าวังผา ก่อน เมื่อกำหนดพื้นที่กันได้แล้วจึงมีการนัดกันเดือนละ ๑ ครั้ง (เสาร์สุดท้ายของเดือน)ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานร่วมกันแต่ถ้าพื้นที่ไหนมีการจัดเวทีขึ้นทีมงานก็จะต้องไปช่วยกันทำก่อน ในระหว่างที่มีการสำรวจต้นทุนทางสังคมอยู่นั้นก็จะมีการประชาสัมพันธ์งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นไปด้วย ฉะนั้นจึงมีพื้นที่ให้ความสนใจงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยความที่เป็นเรื่องใหม่ในพื้นที่ บางคนอาจจะกลัวกับคำว่าวิจัยอยู่ (กึ๊ดยาก) ระยะแรกมีคนสนใจและติดต่อเรื่องการทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นอยู่ ๔ พื้นที่ นั่นก็คือ พื้นที่ ตำบลยม ตำบลป่าคา ตำบลแสนทอง และตำบลผาตอ มิ้นก็เลยต้องเล่นอยู่ ๒ บทบาทคือ บทบาทแรกเป็นนักวิจัยเอง บทบาที่สอง คือ เป็นพี่เลี้ยงงานวิจัยแต่การติดตามหนุนเสริมนั้นอาจจะยากไปนิดหนึ่งเพราะไปติดอยู่กับเรื่องงบประมาณ(อาจจะเป็นบทเรียนให้มิ้นจำไปอีกนานเหมือนกัน) ที่ไม่ได้เผื่อในค่าติดตามหนุนเสริมเพราะคิดว่าเป็นการสำรวจต้นทุนทางสังคมเท่านั้นมีระยะเวลาแค่ ๖ เดือนคงยังไม่มีพื้นที่ไหนขึ้นงานวิจัย (คิดผิดไปถนัดเลย) แต่พอมีผู้สนใจและขึ้นโครงการมา ในฐานะเป็นพี่เลี้ยงโครงการวิจัยก็ต้องเข้าไปติดตามหนุนเสริมในพื้นที่ในสถานนะการนี้ก็ต้องแก้ปัญหา โดยการเข้าไปในพื้นที่เพื่อติดตามข้อมูลในการทำ Social mapping แต่ก็แฝงด้วยการติดตามสนับสนุนโครงการด้วย ทีนี้ปัญหาก็เกิดขึ้นตามมาอีกว่า ทำไมมิ้นถึงต้องไปติดตามข้อมูลไม่กี่ตำบลและบ่อย ๆ ด้วย ฉะนั้นจึงต้องชวนทางโครงการเองนัดพบกันแถว ๆ อำเภอเพื่อไม่ให้เป็นที่สนใจของสกว. ในเมื่อทำแบบนี้แล้วก็ได้โครงการขึ้นมา อยู่ ๒ โครงการนั้นก็คือโครงการ“พฤติกรรม ความเชื่อในการดูแลสุขภาพโดยระบบหมอเมือง ของประชาชนบ้านนาหนุน ๒, ๓ ตำบลผาตอ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน” และโครงการ “กระบวนการเสริมสร้างทักษะเยาวชน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน บ้านฮวก บ้านน้ำไคร้ บ้านห้วยม่วง บ้านสันติสุข ตำบลแสนทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน” อีกสองพื้นที่ที่กล่าวมายังไม่ได้ส่งโครงการเข้ามา เพราะยังไม่มีเวลาเขียนโครงการ แต่พื้นที่พร้อมที่จะทำงานอาจจะรอไปสัก ครึ่งเดือนถึงจะได้โครงการ
เส้นทางมาของสองโครงการแรกไม่เหมือนกันเลย โครงการเยาวชนนั้นได้มีการติดตามไปในพื้นที่เพื่อพัฒนาเป็นโครงการขึ้นมาแต่ด้วยฐานเดิมของหัวหน้าโครงการได้ทำงานกับสสส.มาก่อนจึงได้เขียนโครงการและส่งเข้ามาก่อนยังไม่ได้คุยกับทีมในพื้นที่(ชาวบ้าน) จึงมีการปรับโครงการถึง ๒ ครั้ง โครงการหมอเมืองนั้นได้ส่งโครงการผ่านมาทางสาธารณสุขอำเภอโครงการนี้ไม่ได้คาดหวังว่าจะออกมาแต่ก็สามารถออกมาได้ก็ถือว่าเกินคาด ได้มีการปรับแนวคิดกับหัวหน้าโครงการก่อนในเบื้องต้นทั้งสองโครงการได้มีการส่งไปทางสกว.แล้วรอComment โครงการและดำเนินการต่อไป อีกสองโครงการคงต้องมีการปรับกันต่อไป (สู้รบกันต่อไป) ส่วนข้อมูล Social mapping ได้มีการทำ mapping ไว้แล้วแต่ข้อมูลก็ยังขาดอยู่ต้องติดตามหาข้อมูลกันต่อไป
ส่วนการขับเคลื่อนงานที่ไม่ใช่งานสกว. ในพื้นที่นั้น เช่น เรื่องประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นจังหวัดหรือองค์กรต่าง ๆ และเชื่อมต่องานเดิมที่ค้างกันมา ก็จะมีการมานัดหารือกันอีกครั้งหนึ่ง ต่อมาแต่ละพื้นที่ก็ได้เริ่มลงมือทำงานกันและมีการช่วยเหลือกันมาตลอด แต่จะมีงานนอกเข้ามาให้เราได้เข้าไปสัมผัสบ้าง เช่น เรื่องการงดเหล้าในพื้นที่จังหวัดน่าน เป็นอีกงานที่พวกเรา ๆ ท่าน ๆ ต้องช่วยกันเพราะเป็นการสืบเนื่องการทำงานที่ผ่านมาเรื่องนี้ได้มีการประสานงานกับ พอช. เพื่อจัดเวทีหารือ ในวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ ได้ข้อสรุปในเวทีครั้งนั้นก็คือ พระอาจารย์สมคิดจะได้มีการร่างหนังสือส่งไปทางเจ้าคณะจังหวัด ผ่านทางเครือข่ายองค์กรท้องถิ่นเพื่อประกาศไปยังวัดต่าง ๆ ให้มีการงดการเสพสิ่งเสพติดในบริเวณวัด ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตามเป็นต้น
ต่อมาได้มีการหารือกันในทีมงานวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๑ ได้มีการคุยกันอย่างต่อเนื่องถึงการทำงานของแต่ละคน หลังจากที่ได้มีการลงพื้นที่ไปแล้ว ทางอำเภอเวียงสานำโดยพี่ณัฐ ก็ได้มีโครงการตามมาถึง ๒ โครงการ นั่นก็คือโครงการลดค่าใช้จ่ายในงานต่าง ๆ รวมไปถึงการงดเหล้าด้วย และโครงการการฟื้นฟูวัฒนธรรมดั้งเดิมในพื้นที่ตำบลตาลชุม ส่วนพื้นที่อำเภอท่าวังผา นำโดยมิ้น ก็ได้มีโครงการมานำเสนอเป็น ๒ โครงการเหมือนกัน และในวันนั้นมิ้นได้พาหัวหน้าโครงการไปด้วยทั้ง ๒ โครงการ เพื่อไปนำเสนอโครงการวิจัยและปรับโครงการด้วย ด้านพี่วิชัยได้ร่างหนังสือการงดสิ่งเสพติดในวัดมาให้กับพระอาจารย์ได้เห็นและปรับก่อนที่จะส่งถึงเจ้าคณะจังหวัด แต่การส่งหนังสือถึงเจ้าคณะจังหวัดนั้นได้มีการพูดคุยกันว่าให้ออกในนามของเครือข่ายองค์กรในพื้นที่ จะเป็นการดี เพราะถ้าออกในนามของพระอาจารย์เองก็จะเป็นการข้ามขั้นตอนเพราะต้องผ่านทางเจ้าคณะตำบล อำเภอ จังหวัด กว่าจะถึงก็คงจะอีกนาน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วน ต้องรีบทำก่อน และมาถึงเรื่องของพระอาจารย์สมคิดสิ พระอาจารย์ก็มีเรื่องมาเสนอเหมือนกันนะ คือเรื่องการจัดตั้งมูลนิธิ/ องค์กร ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง และเป็นแหล่งรองรับการหนุนเสริมจากภายนอกขึ้นมา และภายในมูลนิธินั้นก็จะมีหลากลหลายเรื่องราวเอาไว้ใครสนใจเรื่องไหนก็สามารถมาติดต่อที่มูลนิธิและทางมูลนิธิจะเชื่อมกับทางชุมชนให้เป็นต้น สุดท้ายในวันนั้นก็ได้มีการนัดหมายการประชุมในครั้งต่อไปให้เป็นวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เพื่อมาแลกเปลี่ยนการทำงานและรายงานความคืบหน้าให้ทีมงานทราบต่อไป
จากวันนั้นเป็นต้นมาทางมิ้นกับพี่ณัฐ ได้ไปร่วมอบรมกับทีมมูลนิธิสังคมภิวัฒน์ เรื่องการทำงานกับกลุ่มเยาวชน เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เน้นการแสดงตัวตนของเราให้มากที่สุด และมองเห็นพัฒนาการของเด็กในแต่ละวัยว่าต้องการอะไร ควรให้การสนับสนุนแบบไหน เป็นต้น หลังจากกลับจากอบรมได้รับการประสานงานจากสกว.ว่าจะมีการนัดกับทีมเพื่อแลกเปลี่ยนการทำงานในพื้นที่(อาจจะติดตามการทำงานของเราด้วย) พร้อมกับพัฒนาโครงการวิจัยที่ได้เสนอต่อสกว.ไปแล้วนั้น จะมีการนัดกับทีมพื้นที่ในการหารือและเหลาโจทย์กันอีกครั้งหนึ่งเพราะดูเหมือนว่าทางสกว.ให้ข้อ Comment กับโครงการไว้ว่าโครงการได้นำเสนอจากมุมมองจากคนข้างนอกเข้าไปไม่ใช่เป็นการมองจากภายในออกมาข้างนอก จึงต้องมีการปรับกันอีกครั้งหนึ่งในวันที่ ๑ – ๒ สิงหาคม ๒๕๕๑ นี้ (ก็ขอจบการรายงานในเบื้องต้นนี้เท่านี้ก่อน ถ้ามีอะไรคืบหน้าจะมารายงานให้ทราบใหม่น่ะค่ะพี่น้อง)
พี่เลี้ยงนักวิจัยคนอื่นๆถ้ามีความเห็นและข้อเสนอแนะอะไร ก็ส่งข้อความมาแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ
ผมทำงานพี้นที่อ.ท่าวังผา,อ.สองแคว เป็นธนาคารแห่งหนึ่ง ได้สำผัส,แลกเปลี่ยนกับชาวบ้าน,ชุมชนมาก มีงานที่น่าวิจัยหลายอ่างอยากทำงานด้วยจัง