รู้อินเดีย

 

 

ฝึกงานข้าราชการแรกเข้า 2551


ในระหว่าง 1-19 กันยายน 2551 กระทรวงการต่างประเทศได้ส่งข้าราชการแรกเข้าจำนวน 42 คนไปฝึกงานที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศต่างๆ ทั่วโลก วัตถุประสงค์ของการฝึกงานเพื่อให้ข้าราชการได้เรียนรู้และมีประสบการณ์ตรงในการทำงานของสถานทูตในด้านต่างๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ พิธี กงสุลและสารนิเทศ จะทำให้เห็นภาพรวมของการทำงานในต่างประเทศ อันจะเป็นการเตรียมตัวสำหรับการอออกไปประจำการในอนาคต
สำหรับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี (ภายใต้การบังคับบัญชาของท่านทูตจีระศักดิ์ ธเนศนันท์) ได้รับข้าราชการฝึกงาน 3 ท่าน ได้แก่นายเกริกภูมิ จิตรานุเคราะห์ จนท.การทูต 5 จากกรมเศรษฐกิจ น.ส.มนทกานติ เฮงสุวรรณ จนท.การทูต  3  กรมยุโรปและ น.ส.อานิสงส์ ศรลัมพ์ จนท.การทุต 3 กรมสนธิสัญญาและกฏหมาย ทั้ง 3 คนเป็นข้าราชการแรกเข้าที่ปฏิบัติงานในกรมมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว และเป็นนักเรียนทุนกระทรวงด้วย จึงถือว่าเป็นบุคคลากรที่มีคุณค่าและมีอนาคตของกระทรวง
เป็นที่น่าดีใจว่าอินเดียเป็นที่สนใจของบรรดาข้าราชการแรกเข้าประสงค์จะไปฝึกงานมากพอสมควร และได้รับข้าราชการมากถึง 3 คนให้ไปฝึกงาน
เนื่องจากระยะเวลา เกือบ 3 สัปดาห์นั้นถือว่าน้อยมากเทียบกับสิ่งที่จะเรียนรู้ในอินเดีย จึงให้ข้าราชการทั้ง 3 ได้ฝึกงานทุกด้านไม่ว่าจะการเมือง เศรษฐกิจ พิธี สารนิเทศและงานกงสุล รวมทั้งสนับสนุนให้ได้ออกไปสัมผัสกับวิถีชีวิตชาวอินเดียให้มากที่สุดเพื่อที่จะได้ข้อมูลที่มากพอในการนำไปวิเคราะห์และทำความเข้าใจประเทศที่เหลือเชื่อนี้ในระยะเวลาที่จำกัด
และเช่นเคย ผมได้ให้การบ้านข้าราชการแรกเข้าเช่นที่เคยให้กับคุณมานิตา ข้าราชการพันธ์ใหม่จาก  กพร. โดยคราวนี้ให้เขียนบทวิเคราะห์ 1 เรื่อง ชื่อว่า “อินเดียเป็นมหาอำนาจได้....จริงหรือ”  หัวข้อนี้มีความสำคัญและผู้เขียนต้องใช้ข้อมุลที่มากและลึกพอสมควร จึงจะวิเคราะห์และตอบโจทย์ดังกล่าวได้ แต่ก็เป็นหัวข้อที่น่าสนใจและใช้ประโยชน์ได้ดี ผมจึงให้เวลาในการเรียบเรียงนานหน่อย ทั้งนี้น้องๆ ทั้ง 3 จะได้นำมาเสนอเพื่อเป็นการต่อยอดทางความคิดในโอกาสต่อไป

พูดถึงเรื่องการไปสัมผัสวิถีชีวิตของคนอินเดีย ผมได้แนะนำให้เรียน ดู รู้ เล่นให้เต็มที่ เพราะเวลาที่ผ่านไปทุกวันมีความหมายมาก เป็นความตื่นเต้น อัศจรรย์ทุกวันสำหรับคนไทย การเรียนจึงหมายถึงการศึกษาจากข้อมูลให้มากที่สุด เรียนจากข้อมูลเท่านั้นยังไม่พอ ต้องเรียนจากคนด้วย เรียนจากประสบการณ์ของเขา ซึ่งการเรียนแบบนี้ต้องอาศัยการอ่านเป็นเบื้องต้นและการดูเป็นสำคัญ ดูในที่นี้หมายถึงดูด้วยตาและดูด้วยใจ พยายามนึกถึงใจเขาใจเรา เราเป็นคนไทยที่ไปอินเดีย ก็จะมองแบบไทย แต่ถ้าเป็นคนอินเดีย เขาคิดอย่างไร

ผมจะบอกน้องๆ ด้วยว่านักการทูตจะต้องเป็นผู้ทั้งหาข่าวและให้ข่าว เป็นนักข่าวและนักเล่าเรื่องที่ดีด้วย
เมื่อได้ดูโดยหยาบและโดยละเอียดแล้วจะรู้เอง ซึ่งจะเป็นการรู้จากประสบการณ์ตรง รู้เพราะได้สัมผัสเอง อธิบายได้อย่างละเอียด  นี่คือสิ่งที่ต้องการ
จากนั้นจึงเป็นการเล่น เอาความรู้นั้นไปเล่นได้ตามความเหมาะสม ก็คือการ KM นั่นเอง
เท่าที่ดู ข้าราชการทั้ง 3 ท่านปรับตัวได้ดี เรียนรู้การทำงานของสถานทูตได้รวดเร็ว รวมทั้งเรียน ดู รู้ เล่นกับวิถีอินเดียได้เป็นอย่างดี จากการที่ได้ไปสัมผัสทั้งในเดลีและในต่างรัฐ เช่นการเดินทางโดยรถไฟไปสักการะสังเวชนียสถานที่พุทธคยา ทราบว่าประทับใจกันมาก

วันนี้แค่นี้ก่อน รอน้องๆ เข้ามาเพิ่มเติมกันเอง