รู้สึกดีใจที่ได้โอกาสมาฝึกหัดเป็นคุณอำนวยในเวทีนี้..เพราะพี่ๆหัวหน้างานชาวสบร.น่ารัก,เอาใจใส่ลูกน้องและรักงานของตน

 

Seangjaได้ฝึกหัดเป็นFacilitatorกลุ่มที่4ค่ะมีสมาชิกกลุ่มทั้งหมด15คน..เริ่มต้นใช้แบบสอบถามการประเมินลักษณะส่วนบุคคลเพื่อเป็นการปูทางเพื่อให้พี่ๆเกิดความสนใจและสำรวจเกี่ยวกับมุมมองความคิดเห็นและประสบการณ์การทำหน้าที่เป็นหัวหน้างานของตนเองและเพื่อนๆที่มาเข้าอยู่ในกลุ่มเดียวกัน...โดยคุณอำนวยแอบตั้งสมมติฐานในใจเอาไว้ว่า..(1.)พี่ๆทุกคนเป็นหัวหน้างานที่มีจุดดีและจุดเด่นอยู่ในตนเองอยู่แล้วเพียงแต่อาจจะไม่ได้เล่าหรือพูดให้เพื่อนร่วมงานระดับหัวหน้างานด้วยกันได้รับรู้รับทราบ หรือบางคนก็เคยเล่าแล้วแต่อยู่คนละกลุ่มความสนใจ

(2.)พี่ๆทุกคนต่างมีขุมทรัพย์หรือแก่นความรู้อยู่ภายในตนเองเกี่ยวกับการเป็นหัวหน้างาน ทั้งคุณอำนวยและคุณลิขิต สมมติ/อธิบายบทบาทว่าเราจะมาขอความรู้/รับฟังความคิดเห็นและประสบการณ์จากพี่ๆเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อในฐานะหัวหน้างานมือใหม่ หรือลูกน้องที่กำลังจะโตขึ้นเป็นหัวหน้างานลำดับต่อไป..

-เรา(คุณอำนวยกะคุณลิขิต)จึงตีกรอบประเด็นการแลกเปลี่ยนหลักที่กว้างๆไว้3เรื่อง คือ

1.พื้นฐานของการเป็นหัวหน้างาน

2.ศิลปะในการทำหน้าที่เป็นหัวหน้างาน

และ3.เคล็ดลับของการดูแลตนเอง

เหตุผลที่ทำให้เราตีกรอบ/ประเด็นการแลกเปลี่ยนเอาไว้เช่นนี้เพราะ?

.....ก่อนหน้านี้ในฐานะคุณอำนวยเราได้อ่านแบบสอบถามที่พี่เขาตอบมาให้และเราได้ลองจับประเด็นจัดเป็นหมวดหมู่เกี่ยวกับลักษณะนิสัย,ความคิดความเชื่อและพฤติกรรม/เทคนิคการเป็นหัวหน้างานที่ดีรวมถึงความคาดหวังเกี่ยวกับการพัฒนาตนเองของพวกพี่ๆ..ซึ่งพบว่ามีความแตกต่างและหลากหลายในกลุ่ม..มีหลายๆประเด็นที่น่าที่นำมาขยายต่อหรือเล่าสู่กันฟังในวง..อาทิ เรื่องของการแก้ไขปัญหาให้กับลูกน้องได้ดี,เป็นหัวหน้าที่ลูกน้องไว้วางใจ หรือยอมรับพี่ๆเขามีเทคนิคหรือกระบวนการอย่างไรและอีก2เรื่องที่ได้มาจากการอ่านหนังสือเกี่ยวกับการบริหารว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นหรือหัวหน้างานควรคำนึงถึงด้วย คือ1.)เรื่องของการประสานกับหัวหน้างานที่สูงขึ้นจากเรามาอีกระดับหนึ่งและ2.)การจัดการความเครียดของหัวหน้างาน..ซึ่งไม่ได้พบเห็น/มีใครพูดถึงเลยจากการตอบในแบบสอบถาม

การเตรียมตัวก่อนวันจริง

ตอนวันที่8กันยายน ที่มีการเตรียมงานกันก่อนทั้งคุณหมอประพาฬรัตน์และพี่เล็กต่างก็ให้คำแนะนำ/เทคนิคเกี่ยวกับการนำกลุ่ม..ขอบเขตการฝึกในครั้งนี้ซึ่งช่วยให้สบายใจมากขึ้น หลังจากนั้นทั้งคุณอำนวยและคุณลิขิตของกลุ่มก็มีการคุยเตรียมแผนงานกันว่าวันจริงเรามีกรอบ/ประเด็นในการคุยอะไรบ้าง กระบวนการในการดำเนินกิจกรรม ตกลงเรื่องของระยะเวลา สไตล์ของทำกลุ่ม

และแล้วถึงวันฝึกหัดจริงๆของพวกเรา

ก่อนเริ่มกลุ่มเตรียมสถานที่เตรียมข้าวของ ก็เป็นไปตามที่กำหนดไว้ มีตื่นเต้น เพราะคนมาตั้งแต่แรกก็7คนและค่อยๆทยอยมา..มีความรู้สึกที่ดีๆกับพี่ๆที่มาเข้ากลุ่มแต่ก็มีหวั่นใจเพราะพี่บางคนเรารู้ว่าการแสดงความคิดเห็นของเขาค่อนข้างรุนแรง และบางคนเพิ่งมีเรื่องขัดแย้งกันมา..มีผู้สังเกตุการณ์คือคุณหมอรุจนีซึ่งเป็นที่รักและไว้วางใจของหลายฝ่ายก็รู้สึกดีและสบายใจว่าหากพลาดพลั้งอย่างไรก็คงจะมีคนช่วยได้อยู่

ตื่นเต้นจนลืมหลายอย่างเลย!!!

ลืมตกลงกติกาในการแลกเปลี่ยน แต่บอกเกี่ยวกับวัตถุประสงค์และเวลาที่ใช้ในการแลกเปลี่ยน..ลืมดึงลิขิตมาช่วย/ลืมถามน้อง..พี่หลายคนบอกว่าไม่ได้ไปอบรมKMเขาไม่รู้ว่าวงลปรร.เป็นอย่างไรนี่เป็นการเข้าวงลปรร.ครั้งแรกของพี่เขา ก็เลยต้องอธิบายแต่...ฮึๆ...ตื่นเต้นไปหน่อยอธิบายไม่ครบถ้วนหรือถูกทั้งหมด...แต่พี่ๆก็ดูพอใจ...ตอนแรกๆพี่บางคนก็มีการหยั่งท่าทีหรือไม่ลงมาลปรร.ด้วย บางทีก็มีลุกขึ้นออกจากห้องไปแต่ดูว่าไม่ขัดจังหวะสมาชิกก็ยังคุยกันอยู่/ฟังอยู่ก็จึงทำเป็นเฉยๆ(ไม่แน่ใจว่าจะจัดการกับสถานการณ์อย่างนี้อย่างไร)

พี่ๆแลกเปลี่ยนกันดีแต่ไม่ลงลึกสักเท่าไหร่,รู้สึกว่ายังต้องปรับปรุงเรื่องการตั้งคำถามของตัวเองให้เข้าใจง่ายขึ้น

รู้สึกอบอุ่นใจและได้คำแนะนำรวมถึงข้อเสนอแนะที่ดีๆจากพี่ๆในวงลปรร.!!!

บรรยากาศอบอุ่น,มีการให้กำลังใจระหว่างพี่หัวหน้างานด้วยกันเองแม้ช่วงท้ายอาจมีวิวาทะบ้างแต่ก็ไม่รุนแรงค่ะ...seangjaได้เห็นการแสดงวิธีการคิด/มุมมมองที่น่าชื่นชมจากพี่ๆหัวหน้างาน..พี่หลายๆคนได้ให้คำแนะนำและข้อเสนอแนะที่ดีจากการคุยในวงซึ่งเป็นในด้านของการสร้างกำลังใจหรือสัมพันธภาพในกลุ่ม/หน่วยงานย่อยๆ เช่น

-          พี่ศิริรัตน์พูดถึงการจัดงานเลี้ยงหรือโอกาสฉลองในวาระสำคัญๆให้กับน้องๆในกลุ่มพบว่าที่งานอื่นๆก็มีเช่นที่หน่วยงานห้องผ่าตัดมีการพาน้องๆไปเที่ยวต่างจังหวัด คำถามที่เกิดขึ้นคือ งบประมาณมาจากไหนก็เลยได้เห็นวิธีการจัดการการเงินในแต่ละกลุ่มและได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากพี่ศิริรัตน์ว่าที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่HRD.เขามีวิธีการจัดสรรงบส่งเสริม/ช่วยเหลือให้หน่วยงานย่อยๆได้มีการจัดกิจกรรมสร้างสัมพันธภาพระหว่างสมาชิกในงานนั้นโดยไม่ไกลไปจากบริเวณของมหาวิทยาลัยเกินกว่า35กิโลเมตร โดยให้ปีละ1000บาท/คนจัดแบ่งให้เขานำไปบริหารจัดการเอาเอง

-          -พี่โสพิสพูดถึงการนำกลุ่ม/ทีมมาใช้ในการปรับพฤติกรรมสมาชิกบางรายที่ไม่สนใจในการทำงานและการไม่ใช้วิธีตำหนิต่อหน้าบุคคลอื่น หากแต่ใช้การประชุมกลุ่มในการสื่อสารและแก้ไขข้อร้องเรียน

-          พี่นิมิตร์เล่าถึงวิธีการสร้างแรงจูงใจแบบใช้แต้มสะสมทุกสิ้นปีจะมีการเก็บรายงานและประเมินผลการทำงานของสมาชิกในงาน พี่เขาใช้แต้มสะสมพฤติกรรมบวกและพฤติกรรมลบมาเป็นตัวกำหนดในการได้รับรางวัลซึ่งใครที่เกเรหรือไม่ตั้งใจถึงเวลาก็จะเห็นว่าการได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการทำงานของเขาจะได้น้อยกว่าเพื่อนๆ

-          พี่โล่ห์วารุณีเล่าถึงเคล็ดในการสอนงานน้องในฝ่ายที่ได้รับการชมเชยว่ามีพฤติกรรมการบริการที่ดีว่าใช้หลักของการมองลูกค้า/ผู้ป่วยว่าเป็นเหมือนญาติของตนเอง

-          พี่จุ๋มสมถวิลแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการบริหารหัวหน้า/ผู้บังคับบัญชาว่าเมื่อรับคำสั่งมาแล้วก็จะต้องพิจารณาและจัดแบ่งงานให้เหมาะหรือไม่ขัดแย้งกับการทำงานหลักหรืองานประจำของส่วนงานในขณะที่พี่ธนูบอกเคล็ดว่าให้นึกว่าเราเป็นลูกน้องที่ดีแล้วควรทำอย่างไรบ้างนี่ก็จะทำให้หัวหน้า/ผู้บังคับบัญชามองเห็นความดีของเรา

-          พี่สมคิดเสนอแนะเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคลากรที่จะมาทำงานว่าอยากให้คนในกลุ่ม/แผนกได้มีส่วนร่วมในการคัดเลือก/สัมภาษณ์คนที่จะมาทำงานด้วย

-          ฯลฯ.

คำถามของคุณอำนวยฝึกหัดหลังการลปรร.เสร็จสิ้นไปแล้ว

ตัวseangjaยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการสำรวจหรือเจาะประเด็นเพราะรู้สึกว่าไปต่อไม่ได้/หลงประเด็นบ่อยๆบางเรื่องอยากถามเจาะแต่เขาพูดข้ามไปแล้วจะทำอย่างไรดีพยายามอยากให้พี่ๆแลกเปลี่ยนกันโดยทั่วถึงแต่ดูเนื้อหามันยังกระจัดกระจายจะต้อนหรือจัดกรอบอย่างไรให้ได้ลงลึก

หรือช่วงท้ายคุมการปะทะทางวาจาหรือการพูดในด้านลบของสมาชิกบางคนไม่ได้จะทำอย่างไรดี

-พี่บางคนมาเล่าความรู้สึกตอนหลังจากเสร็จกลุ่มแล้วว่าเขามีความประทับใจเกี่ยวกับลูกน้องที่แสดงออกให้กับเขาแต่ไม่กล้าเล่าในกลุ่มเพราะ มันตื้นตันจนอยากจะร้องไห้ ไม่อยากร้องไห้ให้คนอื่นเห็น เราก็ได้แต่รับฟังและแสดงความประทับใจ บอกกับพี่เขาว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าที่ดีมากและถ้ามีโอกาสอยากให้ได้พูดให้เพื่อนๆได้รู้บ้าง..คำถามก็คือเราควรจะมีวิธีการจัดการอย่างไรสำหรับพี่ๆ/สมาชิกกลุ่มที่เกิดอารมณ์/ความรู้สึกร่วมในการแลกเปลี่ยนในช่วงตอนท้ายๆกลุ่ม หรือ หลังจากที่เลิกกลุ่มแล้ว

จุดที่ต้องจำอย่าให้ผิดซ้ำอีกครั้งหน้า

-ทำAARในกลุ่มไม่ครบและลืมสรุปและขอบคุณสมาชิก...

ความรู้สึกโดยรวมเกี่ยวกับการฝึกหัดในครั้งนี้

รู้สึกดีใจที่ได้ฝึกหัดและมาฟังพี่เขาพูดถึงมุมมอง/ความคิดและประสบการณ์ของการเป็นหัวหน้างานให้ฟังและอยากขอบคุณน้องกุ๋ย(คุณลิขิตฝึกหัดคู่กัน)ที่พยายามช่วยประสานงานหรือทำตามที่แบ่งงานกันได้ดีมากรวมถึงขอโทษที่ตอนทำกลุ่มมัวแต่ตื่นเต้นจนลืมสอบถามขอความเห็นจากน้องเขา..แต่ถึงจะตื่นเต้นอย่างไรในการฝึกหัดลปรร.นี้แต่SEangjaก็ยังอยากฝึกหัดต่อไปอีกแน่นอนค่ะ