ผมอยากเป็น_นักวิทยาศาตร์

CHAPTER  I

กระบวนการศึกษาทางวิทยาศาสตร์

                “วิทยาศาสตร์ (SCIENCE)หมายถึง ความรู้เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติ นะคะ” เสียงครูชาติยา ประกาศผ่านไมโครโฟน “ซึ่งได้จากกระบวนการศึกษาที่มีระเบียบแบบแผน ซึ่งเราเรียกว่า วิธีการทางวิทยาศาสตร์ (SCIENTIFIC  METHOD) และสำหรับผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เพื่อให้ได้ข้อสรุปและสามารถอธิบายเรื่องต่าง ๆ ได้นั้น เราเรียกว่า นักวิทยาศาสตร์ (SCIENTIST) ค่ะ” 

“สำหรับ วันวิทยาศาสตร์ประจำปีนี้  ครูขอประกาศรายชื่อนักเรียนระดับชั้น ม.1 ที่ได้รับรางวัลการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ ยอดเยี่ยมประจำปีนี้นะคะ   รางวัลยอดเยี่ยมประจำปีนี้ได้แก่ เด็กชายวิทยกานท์  ม.1/2 ค่ะ”  เสียงปรบมือดังกึกก้องหอประชุม ดังเข้าไปในจิตใจของรติวิทย์

“ อีกแล้วหรือนี่ ทำไมเราจึงไม่ได้รับรางวัลสักรางวัลเดียว  ทั้ง ๆ ที่เราเพียรพยายามเต็มที่แล้ว จะมีใครรู้หรือเปล่า ว่าเราอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์   เป็นนักวิทยาศาสตร์คือความฝันของเรา ” รติวิทย์ บ่นรำพึงในใจ  ตั้งแต่จำความได้ รติวิทย์มักจะพานพบกับความผิดหวัง หลังจากที่พ่อและแม่ได้แยกทางกันเมื่อ 2 ปีก่อน รติวิทย์ก็พบกับความยากลำบากทั้งทางกายและจิดใจ  ด้วยสภาพที่บ้านแตก รติวิทย์ได้แต่บอกกับตนเองว่า จะไม่ท้อ ความโชคร้ายจะเป็นแรงผลักดันให้รติวิทย์ไปสู่ความฝัน  รติวิทย์ใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักวิทยาศาสตร์

เวลานี้แม่ยังไม่กลับบ้าน  แม่เป็นสาวโรงงาน หลังจากแยกหย่าร้างกับพ่อ  งานโรงงานเป็นเพียงงานเดียวที่แม่จะหาทำได้ ด้วยวัยและการศึกษาของแม่  รติวิทย์รู้ว่าเพื่อเขา แม่จึงต้องเพิ่มเวลาในการทำงาน มากกว่าคนอื่น ๆ เพื่อให้เขาได้เรียนในชั้นที่สูงขึ้นตามความหวัง ความตั้งใจและเพื่อถ่ายโทษความรู้สึกผิดของแม่  รติวิทย์รับรู้ความรักของแม่ด้วยการตั้งใจเรียน  และด้วยความฝันอันลอยล่องในสมองน้อย ๆ

รติวิทย์อยากจะเป็นนักวิทยาศาสตร์

                รติวิทย์เคยถามคุณครูชาติยาว่า              “ ครูครับ นักวิทยาศาสตร์เป็นคนอย่างไรครับ ”

                ครูชาติยาได้ตอบคำถามในวันนั้นว่า     “ ช่างสนใจจริง  รติวิทย์  เรื่องวิทยาศาสตร์นี่น่ะ ถ้าแบ่งออกเป็นประเภทแล้ว  นักวิทยาศาสตร์ก็มี 2 ประเภท จ๊ะ  คือ 1. นักวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์  ยังจำเรื่องลูกแอปเปิ้ล หล่นลงจากต้นไม้ได้ไหมล่ะ”

                “ เซอร์ไอแซค นิวตัน ใช่ไหมครับ ” รติวิทย์ ตอบด้วยความกระตือรือร้น

                “ เก่งมากจ๊ะ  นักวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ เป็นผู้ที่ศึกษาค้นคว้าความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในสาขาต่าง ๆ แล้วรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการทดลองหลาย ๆ ครั้ง เพื่อหาข้อสรุป และตั้งเป็นกฎหรือทฤษฎี ”

                “ เหมือนอย่างที่ เซอร์ไอแซค นิวตัน  ตั้งกฎแรงดึงดูดระหว่างมวล    เมื่อเห็นแอปเปิ้ลตกมาสู่พื้นดินใช่ไหมครับ ““ใช่จ๊ะ” ครูชาติยาอมยิ้ม    “ แล้วนักวิทยาศาสตร์อีกประเภทล่ะครับ”

                “ ไม่ยอมพลาดเชียวน่ะเธอนี่   ประเภทที่ 2 เรียกว่า นักวิทยาศาสตร์ประยุกต์  แบบนี้จะเป็นผู้ที่นำเอาความรู้ ข้อเท็จจริง กฎและทฤษฎีต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม เช่น ใครน่ะที่ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า กล้องถ่ายรูป และเครื่องไฟฟ้าอีกหลายชนิด “

                รติวิทย์ อมยิ้มบ้าง ส่งสายตาให้ครูชาติยา เป็นประกาย “ ทอมัส แอลวา เอดิสัน  ครับ “

                ก่อนที่จะลากลับมา อติวิทย์หันไปบอกคุณครูชาติยาว่า “ ครูครับ ผมจะเป็นทอมัส แอลวา เอดิสัน” เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของครูชาติยาไล่หลังมา

                แม่จะกลับบ้านมา ตอนที่ รติวิทย์หลับแล้ว  กลับมาถึงแม่ก็กวาดบ้าน ซักผ้าทำกับข้าว รอไว้เพื่อมื้อเช้า  และเช้าเมื่อแม่ได้กล่าวอบรม ให้ลูกตั้งใจเรียน ให้ค่าขนมไปโรงเรียน แม่จึงได้นอนหลับพักผ่อน เพื่อเตรียมตัวไปทำงานต่อในช่วงบ่าย

                “ เสียใจอะไรมาอีกล่ะ  เจ้าวิทย์ ”  เสียงคุ้นเคย ของลุงชำนาญดังขึ้นมา   ลุงชำนาญเป็นชาวสวน ที่ชาวบ้านแถวนี้ต่างรู้จักและรักใคร่ 

                “ อีกแล้ว ครับลุง ไม่ได้รางวัลอีกแล้ว หมดหวังครับ “

                “ หมดหวังอะไรหรือ  อ้อ เจ้านักวิทยาศาสตร์ตัวน้อย ไม่มีอะไรหมดหวังหรอก  ในชีวิตนี้”

(ความหวัง ขอบกรุง)

                “ ผมคงไม่ได้เป็นหรอกครับ นักวิทยาศาสตร์ นิสัยของผมคงไม่เหมาะ ”

                “ เจ้าวิทย์  มานี่  มานั่งดูลุงทำสวนกันดีกว่า  วิทย์ดูเจ้าแปลงผักที่ลุงปลูกสิ  เห็นรึเปล่าว่าในกลุ่มต้นพริกนั่นน่ะ มีอะไรผิดสังเกตบ้างรึปล่าว ”

                “ จริงด้วยสิครับ ลุง พริกต้นอื่นสดชื่น สวยงามแต่รู้สึกว่าจะมีต้นหนึ่งเริ่มเหี่ยวเฉาแล้วละครับ ”

                “ ไหมล่ะ นี่แหละ ลักษณะเฉพาะของนักวิทยาศาสตร์ ข้อที่ 1 เลย คือเป็นคนช่างสังเกต ต้องคอยสงสัยอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมันจะนำไปสู่การตั้งปัญหาหรือข้อสมมติฐานต่าง ๆ ไงล่ะ  ลุงว่าเราไปดูพริกเจ้าปัญหานี้กันเถอะ  ” ลุงชำนาญชวนเด็กน้อยสหายต่างวัย

                “ ผมว่า มันจะต้องโดยศัตรูพืชหรือแมลงอะไรสักอย่าง มาทำลายแน่เลยครับ ”

                ลุงชำนาญอมยิ้ม “นิสัย ข้อที่ 2 ของนักวิทยาศาสตร์ คือเป็นคนช่างคิดช่างสงสัย เพราะมันจะนำไปสู่การตั้งปัญหา หรือการตั้งคำถามและการศึกษาค้นคว้าเพื่อหาคำตอบ จนนำไปสู่การค้นพบใหม่ ๆ ”

                แต่ดูเหมือนรติวิทย์จะไม่ได้ยิน   ทั้งคู่ได้เดินไปถึงร่องพริก กลุ่มนั้น 

                “ สงสัยจะเป็นแมลง ลงมากัดกินตอนกลางคืน  เจ้าวิทย์ เห็นด้วยกับลุงไหม ”

                “ แต่ลุงครับ  ผมว่าต้องไม่ใช่แมลงแน่ ๆ ครับ เพราะถ้าแมลงลงมันจะต้องกัดกิน พริกทั้งหมดสิครับ นี่ ต้นเดียวน่ะครับ ”  รติวิทย์แย้ง ด้วยความมั่นใจ

                เป็นคนมีเหตุผล คือลักษณะอย่างที่ 3 ของนักวิทยาศาสตร์   พยายามหาคำตอบของปัญหาโดยรวบรวมข้อมูลและทำการทดลอง รวมทั้งสรุปอย่างมีเหตุผล    ลุงชำนาญพูดช้า ๆ

                “ ลุงกำลังพูดอะไรหรือครับ ”

                “ เปล่า  ลุงกำลังชื่นชมบางอย่างอยู่น่ะ    กลับบ้านกันเถอะ”

                “ เดี่ยวก่อนครับ  ผมว่าเรามาค้นหาสาเหตุกันดีกว่าครับ ”  รติวิทย์ วิ่งไปที่ต้นพริก สักครู่ก็วิ่งกลับมา

                “ผมรู้สาเหตุแล้วครับลุง  ใต้ต้นพริกต้นนั้น มีรังมดแดงครับ มันกัดกินรากต้นพริกหมดเลยครับ”

                เป็นคนมีความพยายามและอดทน เป็นลักษณะที่สำคัญของนักวิทยาศาสตร์อีกข้อหนึ่ง  ซึ่งจะไม่ยอมล้มเลิกการทำงานแม้พบกับอุปสรรค   วิทย์เป็นนักวิทยาศาสตร์ได้แน่นอน เชื่อลุงสิ ” 

                รติวิทย์ เงยหน้าขึ้นสบตากับลุงชำนาญ เขาก็พบบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งส่งความหวังและเชื่อมั่นมายังตัวเขา

                “ ที่ลุงพูดอย่างนี้ ก็เพราะว่า วิทย์ มีนิสัยและมีคุณลักษณะของนักวิทยาศาสตร์”

                “ ผมน่ะหรือครับลุง ”

“ อืม ”

“ จริงหรือครับ ลุง ”

“ เออสิวะ  เพราะสิ่งที่แกพูดคุยกับลุง เมื่อกี้นี้ ก็เป็นกระบวนการศึกษาทางวิทยาศาสตร์”

“กระบวนการศึกษาทางวิทยาศาสตร์”

“ใช่   มันประกอบไปด้วย  1. วิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Science  method) เป็นกระบวนการค้นคว้าอย่างมีขั้นตอน 2. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (science   process skill) เป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการคิดและปฎิบัติทางวิทยาศาสตร์ และ 3. เจตคติทางวิทยาศาสตร์ (scientific  attitude) เป็นความคิดเห็นที่ว่าวิทยาศาสตร์จะสามารถช่วยค้นหาคำตอบและสรุปผลของคำถามที่ตั้งไว้ได้”

“ ลุงชำนาญ ครับ ทำไมลุงถึงได้รู้เรื่องวิทยาศาสตร์มากมายอย่างนี้ ครับ ลุงอ่านจากหนังสือหรือครับ หนังสือที่ไหนครับ ”  รติวิทย์ถามด้วยความตื่นเต้น

“ อย่ารู้เลย มันเป็นเรื่องที่ผ่านมานานแล้ว ”  ลุงชำนาญเบือนหน้า แล้วถอนหายใจ

“ วิทย์  วิธีการที่วิทย์คุยกับลุงเรื่องพริกนั้น อาจจะพูดได้ว่า เป็นระเบียบวิธีการทางวิทยาศาสตร์

รอลุงสักครู่นะ   ลุงชำนาญพูดจบ ก็เดินเข้าไปยังบ้านไม้หลังน้อยแต่งดงามร่มรื่น สักพักก็กลับออกมาพร้อมทั้งยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งซึ่งเขียนด้วยลายมือซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเป็นลายมือของลุงชำนาญ

ระเบียบวิธีการวิทยาศาสตร์

1.             การตั้งปัญหา

2.             การตั้งสมมติฐาน

3.             การศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูล

4.             การทดลอง

5.             การสรุปผล

 

 

 

 

 

 

 

 

 


“วิทย์ อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์จริง ๆ หรือ ”

“ครับ”       ลุงชำนาญถอนใจจนรติวิทย์สังเกตเห็น  “งั้นเอากระดาษแผ่นนี้ไปอ่าน ท่องให้จำขึ้นใจแล้วพรุ่งนี้ถ้ามีเวลามาคุยกับลุงอีก”

“ครับ”  ลุงชำนาญหันหลังเดินกลับไป  รติวิทย์มองข้างหลังของลุงชำนาญ เหมือนมีความรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่แสนลึกลับและยิ่งใหญ่

                กรุณารอคอย....ติดตามตอนที่ ๒ ระเบียบวิธีการทางวิทยาศาสตร์

**************************************************************************