กลุ่มพระนักศึกษาไทยมหาวิทยาลัยเดลีกับคณะกรรมการชุดใหม่
วันนี้ (12 กย. 51) กลุ่มพระนักศึกษาไทยมหาวิทยาลัยเดลี นำโดยพระมหาสายรุ้งและพระมหาอ้ายได้ไปที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี นำคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ประจำปี 2551-2552 มาแนะนำ ประธานคณะกรรมการได้แก่ พระมหาวิเชียร ธัมมวชิโรรองประธานมี 2 คน ได้แก่ พระมหาธนรัฐ รฏฐเมโธ เป็นรองประธานกิจกรรมภายใน และพระมหาสุรศักดิ์ ปัจจนตเสโน เป็นรองประธานกิจจกรรมภายนอก
กลุ่มพระนักศึกษาไทยมหาวิทยาลัยเดลีนั้น ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2534 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการติดต่อประสานงานและเผยแพร่กิจกรรมระหว่างพระนักศึกษาไทยกับนักศึกษาไทยมหาวิทยาลัยเดลี ตลอดจนถึงศิษย์เก่า บุคคล องค์กรและสถาบันต่างๆ อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างมิตรภาพและความเป็นเอกภาพในด้านการศึกษา สังคม สวัสดิการของสมาชิกกลุ่ม
ปัจจุบันกลุ่มพระนักศึกษาไทยมหาวิทยาลัยเดลี มีสมาชิกจำนวน 43 คน แบ่งเป็นนักศึกษาฝ่ายบรรพชิต 18 รูปและนักศึกษาฝ่ายฆราวาส 25 คน
จากที่ได้สัมผัสกับกลุ่มนี้ (รวมทั้งเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ฝ่ายฆราวาสด้วย) เห็นว่าเป็นกลุ่มที่มีความเข้มแข็งมาก ทำประโยชน์ให้กับราชการและสมาชิกกลุ่มมากมาย โดยได้ช่วยงานกับสถานทูตด้วยดีตลอดมา แม้ส่วนตัวจะต้องเรียนหนังสือค่อนข้างหนักเพราะส่วนใหญ่ศึกษาในระดับปริญญาเอกทางด้านพุทธศาสนาแต่เมื่อใดที่สถานทูตขอความร่วมมือไป กลุ่มพระนักศึกษาไม่เคยปฏิเสธเลย ให้ความร่วมมือและช่วยงานอย่างเต็มที่มาตลอด เรียกว่าแม้จะอยู่ในต่างประเทศก็ต้องทำหน้าที่เนื้อนาบุญแก่ญาติโยมเช่นเดียวกับที่อยู่ในเมืองไทย
กิจกรรมที่ทางกลุ่มได้ทำ เท่าที่ทราบในปีที่ผ่านมานั้น เช่นร่วมมือกับสถานทูตในการไปเป็นพระพี่เลี้ยงให้พระนวกะ 89 รูปในโครงการอุปสมบท 80 พรรษาที่พุทธคยาเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2550 ซึ่งสำเร็จลุล่วงด้วยดี นอกจากนั้นยังได้ร่วมมือกับสถานทูตในงานบุญต่างๆ ในเทศกาลทางพุทธศาสนาที่สำคัญๆ เช่นวิสาขะบูชา เป็นต้นนอกจากนั้น เวลามีคณะบุคคลสำคัญจากเมืองไทยไปเยือนสังเวชนียสถานที่พุทธคยา ก็มักจะนิมนต์พระจากกลุ่มนี้ไปให้ความรู้เสมอๆ
ในโอกาสที่กลุ่มเลือกคณะกรรมการชุดใหม่สำหรับปี 2551-2552 ผมก็ขอให้กลุ่มพระนักศึกษา มหาวิทยาลัยเดลีเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป สร้างประโยชน์กับกับทั้งราชการและสมาชิกกลุ่มต่อไป ผมเองนั้นยินดีอย่างยิ่งที่จะร่วมมือเท่าที่จะทำได้ แต่ทั้งนี้ ก็เห็นว่าภารกิจหลักสำคัญของพระนักศึกษาและนักศึกษาเหล่านี้ ก็คือการมุ่งมั่นเรียนให้สำเร็จเป็นลำดับแรก กิจกรรมมาทีหลังและตามความเหมาะสม แต่ถ้าสามารถทำทั้งเรียนและทำกิจกรรมควบคู่ไปกันได้ก็จะยอดเยี่ยมเลยครับ โดยเฉพาะกิจกรรมที่จะนำนักศึกษาใหม่ไปทัวร์สังเวชนียสถานในเดือนตุลาคมที่จะถึงนั้นผมเห็นว่าควรทำและขออนุโมทนาบุญด้วยครับ
ผู้สนใจสามารถไปเยี่ยมชมเว็บไซด์ของกลุ่มพระนักศึกษา มหาวิทยาลัยเดลีได้ที่นี่ครับ http://www.thaitsg.net/index.php?option=com_frontpage&Itemid=1
สำหรับผมแล้ว เห็นว่าพระไทยน่าจะไปศึกษาต่อที่อินเดียให้มากขึ้นกว่านี้ ถ้าจะให้ประมาณจำนวนพระไทยที่อยุ่ในอินเดียน่าจะมีไม่เกิน 60 รูปซึ่งถือว่าน้อยมาก เพราะการที่พระไทยไปอินเดีย มีแต่ได้ประโยชน์ และยังมีมหาวทิยาลัยในอินเดียอีกหลายแห่งที่มีชื่อเสียงด้านพุทธศึกษาเช่นที่มหาวิทยาลัยมคธ มหาวิทยาลัยพาราณสี เป็นต้น รวมทั้งทางการไทยเอง โดยมหาเถระสมาคมซึ่งดูแลงานพระธรรมทูต ก็ควรพิจารณาส่งพระไปปฏิบัติหน้าที่พระธรรมทูตให้มากกว่านี้เพราะอินเดียเป็นประเทศที่กว้างใหญ่ไพศาล หลายรัฐมีประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาและที่ยังไม่ได้พัฒนาหรือฟื้นฟูเลย การเพิ่มพระธรรมทูตจะได้สร้างโอกาสให้งานในด้านนี้ให้สำคัญมากขึ้น ซึ่งจะเป็นนโยบายดำเนินความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ดีกับอินเดียได้อีกทางหนึ่ง
สวัสดีค่ะพี่โยคี
เคยมีโอกาส ได้กราบพระนักศึกษา
ช่วงที่อยู่อินเดีย
ท่านมีความสง่างาม สำรวม และเมตตามาก
ได้มีโอกาสไปทัศนศึกษา โดยมีพระนักศึกษาเป็นสารถีบุญให้
ทำให้ได้รับความรู้เพิ่มเติม
อย่างเพลิดเพลินด้วย
เพราะท่านมีวิธีการบรรยายที่สาธุชนต้องประทับใจ
ฝากกราบขอบพระคุณทุกรูปผ่านบล็อกนี้ด้วยค่ะ
โยคีน้อย ตันติราพันธ์
ท่านสารถีบุญฝากบอกว่าเจริญพรนะโยมคุณหมอ
พระมหาอ้ายเองก็เคยเป็นประธานคณะกรรมการ กพ.ด มาแล้ว ปัจจุบันท่านมุ่งทำวิทยานิพนธ์ปริญญเอกให้เสร็จโดยเร็ว
ฟังหัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์ของท่านแล้วน่าสนใจมาก จะเป็นประโยชน์ต่อวงการพุทธศาสนาบ้านเรามาก
พระมหาสายรุ้งเอง ประธานปีที่ผ่านมาก็เช่นกัน กำลังจะจบปริญญาเอกเร็วๆ นี้แน่นอน
ขออนุโมทนาบุญกับท่านด้วยครับ
พระเหล่านี้คืออนาคตของประเทศชาติ ไม่ผิดหรอกโยคีน้อย ท่านเป็นอนาคตของประเทศชาติเช่นพวกเราทุกคน
เราต้องช่วยกันดำรงชาติไทยให้อยุ่บนเวทีโลกต่อไปได้อย่างสง่างาม
มรสุมเมื่อเกิดขึ้นด้วยเหตุ ก็ต้องผ่านไปได้ในไม่ช้า
เมื่อถึงเวลานั้น พวกเรา ไม่ว่าฝ่ายนใด ต้องช่วยกันสร้างชาติต่อไปครับ
สาธุ