การยกระดับความรู้ ฟังจากคนอื่นไม่เท่ากับที่ทำเอง

วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๑ (ภาคบ่าย)

๑๓.๒๐-๑๔.๒๐ น.เป็นการบรรยายเรื่อง "วิทยาการสมัยใหม่กับอนาคตการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน" โดย ศ.นพ.บุญส่ง องค์พิพัฒนกุล รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล น่าดีใจที่ผู้เข้าประชุมยังอยู่เกือบเต็มเก้าอี้ที่เราจัดไว้

  

ศ.นพ.บุญส่ง องค์พิพัฒนกุล

ดิฉันได้ฟังเพียงช่วงต้นๆ อาจารย์บุญส่งอธิบายด้วยคำพูดง่ายๆ ให้คำตอบสำหรับเรื่องที่คนมักถามกันบ่อยๆ เช่น กินหวานเยอะๆ จะเป็นเบาหวานไหม คำตอบคือถ้าปกติจริง ต่อให้รับประทานหวานเท่าไหร่ก็ไม่เป็นเบาหวาน ตราบใดที่เซลล์ที่สร้างอินซูลินดี ก็จะไม่เป็น รายละเอียดทั้งหมดมีอะไรบ้างนั้น คงต้องรอไปดู VDO และถอดเทปการบรรยายอีกที

 

ผู้เข้าประชุมช่วงสุดท้าย

จบการบรรยาย เราก็ต่อด้วยกิจกรรม AAR การประชุมทั้ง ๓ วัน ดำเนินรายการโดยคุณธวัช หมัดเต๊ะ มีการจับรางวัลสำหรับผู้ที่เขียน AAR ๘ รางวัล เป็นเครื่องตรวจน้ำตาลในเลือดของจอห์นสันฯ ๓ รุ่น ๓ เครื่อง และ VCD เปิดงาน ๕ แผ่น

เวลา ๑๔.๔๕ น. ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานมูลนิธิสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม กล่าวสรุปว่า......

"การประชุมครั้งนี้ได้ทั้งความรู้ปฏิบัติและความรู้ทฤษฎี ได้รู้จากอาจารย์เทพว่าความรู้ทฤษฎีมาทีหลังความรู้ปฏิบัติ การลองผิดลองถูก ได้รู้จากอาจารย์บุญส่งว่าเป็นเบาหวานมีการผ่าตัดรักษาได้ด้วย สองวันนี้ความรู้ ๒ แบบมาบรรจบกัน โดยการประชุมครั้งนี้มีการเติมความรู้ทฤษฎีมากขึ้น ฐานการเรียนรู้ก็มีคนบอกว่าไม่ซ้ำกับปีก่อน

 

 

ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช กล่าวสรุปและปิดการประชุม

๒ วันนี้เข้าใจว่าความรู้ยกระดับขึ้น แต่การยกระดับความรู้ ฟังจากคนอื่นไม่เท่ากับที่ทำเอง ใครเอาไปทำแล้วดีอาจารย์วัลลาจะไปเอามาเป็นวิทยากร.....

ความรู้ที่สำคัญมากคือความรู้เพื่อการเปลี่ยนพฤติกรรม ออกกำลังกาย อาหาร รวมถึงจิตใจด้วย เดาว่า ๙๙% เป็นความรู้ปฏิบัติ ทำอย่างไรจึงจะเกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมที่ดี เช่น ค่ายเบาหวาน

คราวนี้เสริมที่คราวที่แล้วไม่มีคือ R2R ดร.กะปุ๋มมากระตุ้นต่อม “เอ๊ะ” ว่างานที่ทำอยู่เป็นวิจัยอยู่แล้ว เป็นการทำให้งานประจำไม่น่าเบื่อ สร้างความรู้ และได้ผลงานดีๆ กลับไปอย่าลืมลองขยับดู ทำให้เป็นการสร้างความรู้ใหม่ การประชุม R2R เมื่อวันที่ ๒-๓ กรกฏาคม มีคนมา ๑,๓๐๐ คน ประมาณ ๔๐% เป็นเรื่องเบาหวาน

เชื่อว่า ๒ วันนี้ ทุกท่านจะได้ซึมซับความรู้เอาไปทำประโยชน์แก่ตัวท่านเอง ขอให้มีความสุขจากการประยุกต์ใช้ความรู้ ขออวยพรให้ทุกท่านมีเรื่องราวดีๆ มาเล่าแลกเปลี่ยนกันในเวทีต่างๆ"

ปิดการประชุมมหกรรมการจัดการความรู้การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ครั้งที่ ๒ หายเหนื่อย แต่ดิฉันรู้สึกใจหายที่ทีมงานแกนนำเครือข่ายต้องแยกย้ายกันกลับไป พวกเราช่วยกันคิดช่วยทำงาน ๓ วันกว่าๆ อย่างมีความสุข ความผูกพันไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

เรามีนัดกันอีกในงาน HA National Forum เดือนมีนาคม ๒๕๕๒ และตกลงกันว่าจะจัดมหกรรม KM เบาหวาน ครั้งที่ ๓ วันที่ ๒๒-๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๒ คราวนี้วางแผนล่วงหน้าเกือบปีเลย

วัลลา ตันตโยทัย